เที่ยวตามรอยภาพวาดของศิลปินชื่อดังทั่วโลก | Gogetlost
**Follow in The Footsteps of Artist
: เที่ยวตามรอยภาพวาดของศิลปินชื่อดัง**
ในช่วงฟ้าหม่นฝนโปรยแบบนี้ชวนให้นึกถึงบรรยากาศการเดินชมแกลเลอรี พร้อมเสพงานศิลป์กันแบบเพลินๆ ซึ่งพอพูดถึงงานศิลปะแล้ว แรงบันดาลใจหรือเรื่องราวเบื้องหลังภาพเขียนหลายชิ้น ก็มาจากทิวทัศน์ระหว่างทาง หรือสถานที่ที่เหล่าศิลปินได้เดินทางไปเยือน
ชวนทุกคนมาเสพงานศิลป์ จินตนาการว่าอยู่ในยุคเดียวกับเหล่าศิลปิน แล้วไปเที่ยวตามรอยภาพวาดของพวกเขากัน บอกเลยว่ามีตั้งแต่สถานที่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและสถานที่ที่สวยจนไม่ควรพลาด
ถ้าพร้อมแล้วก็เปิดเพลงคลอเบาๆ แล้วคลิกเข้าไปชมแกลเลอรีขนาดย่อมพร้อมกับโลเคชั่นที่เรารวบรวมมาฝากกันในวันนี้ได้เลย
・Series of Still Life Paintings
By Paul Cézanne
• Cezanne’s studio, Aix-en-Provence, France
(Credit: https://bit.ly/commons-wikimedia-Cezannes-studio-Aix-en…)
ภาพวาดชิ้นนี้เป็นหนึ่งในผลงานชุด Still Life Paintings โดย Paul Cézanne จิตรกรชาวฝรั่งเศสที่ได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่งศิลปะสมัยใหม่
ภาพวาดชิ้นนี้วาดขึ้นจากมุมมองที่ไม่ปะติดปะต่อกัน ไม่ว่าจะเป็นตะกร้าหรือขวดที่วางเอียงอยู่ คุกกี้ที่มีรูปทรงแปลก ๆ หรือโต๊ะที่ด้านซ้ายและด้านขวาไม่ได้อยู่ในระนาบเดียวกัน ซึ่งนับเป็นความสมดุลที่เกิดขึ้นจากความไม่สมดุล
Paul Cézanne เขียนภาพเหล่านี้ใน Cezanne’s studio ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาใช้เขียนภาพในช่วงบั้นปลายก่อนจะเสียชีวิต
หลังจากนั้นได้มีคนซื้อสตูดิโอนี้ต่อ ซึ่งโชคดีที่เป็นคนชื่นชอบศิลปะเช่นกัน ทำให้สตูดิโอแห่งนี้ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ก่อนจะอุทิศให้กับเมืองเอ็กซ์–ออง–โปรวองซ์ (Aix-en-Provence) ในปี 1969 และได้กลายเป็นสถานที่ที่แสนพิเศษ ซึ่งรายล้อมไปด้วยอุปกรณ์วาดภาพ ผลงาน และจิตวิญญาณของ Paul Cézanne บิดาแห่งศิลปะสมัยใหม่ผู้นี้
Sources:
https://provencedays.com/magic-cezannes-studio/
https://en.wikipedia.org/wiki/The_Basket_of_Apples
https://www.theartist.me/artwork/the-basket-of-apples/
・Water Lilies Series
By Claude Monet
• Fondation Claude Monet, Giverny, France
Claude Monet หรือที่เรารู้จักกันในชื่อโมเน่ต์ เป็นจิตรกรชาวฝรั่งเศสผู้หลงใหลในธรรมชาติ โดยเฉพาะแสงแดดและก้อนเมฆที่สะท้อนบนผิวน้ำ กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับภาพเขียนของเขาหลายต่อหลายชิ้นเลยล่ะ
เสน่ห์ของภาพวาดฝีมือโมเน่ต์ คือความรู้สึกราวกับผู้ชมได้หลุดเข้าไปอยู่ ณ สถานที่แห่งนั้นซึ่งเป็นจุดเด่นของศิลปะในยุค Impressionism นั่นเอง
สำหรับภาพนี้เป็นหนึ่งในชุด Water Lilies ของโมเน่ต์ ซึ่งเขาเริ่มวาดตั้งแต่ปี 1897 โดยแรงบันดาลใจมาจากสวนหลังบ้านที่ Giverny ประเทศฝรั่งเศส โมเน่ต์อินกับธรรมชาติแค่ไหน สามารถดูได้จากสวนรอบบ้านที่เขาตกแต่งด้วยตัวเอง โดยเฉพาะสระบัวขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยดอกบัวแห่งนี้ ที่เรามักเห็นปรากฏอยู่ในภาพวาดหลายๆ ชิ้นของโมเนต์
ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้ได้รับการดูแลจากมูลนิธิบ้านและสวนของโมเน่ต์ สามารถไปเที่ยวตามรอยกันได้จริงๆ นะ ซื้อตั๋วได้ที่หน้าทางเข้าหรือออนไลน์ได้เลย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/FondationMonetGiverny
Sources : https://artsandculture.google.com/…/AwFXeMnZK5jOBw…
https://adaymagazine.com/iwasthere-28/
https://fondation-monet.com/en/
・Cafe Terrace at Night
By Vincent van Gogh
• Le Café la Nuit, , Arles, France
ใครเป็นสายคาเฟ่และชอบแวนโก๊ะห์ บอกเลยว่าต้องไม่พลาดไปตามรอยภาพเขียน Cafe Terrace at Night หนึ่งในผลงานชิ้นเอกของศิลปินชาวดัชต์คนนี้เลย
หลังจากแวนโก๊ะห์เบื่อหน่ายความวุ่นวายในปารีส เขาเลยเดินทางมายังเมืองอาร์ล (Arles) และได้เขียนภาพร้านกาแฟ Le Café la Nuit ในยามค่ำคืน ที่จตุรัส Place du Forum ในปี 1888 และนี่เป็นภาพแรกที่เขาวาดดาวสีเหลืองลงไปในฉากหลัง อย่างที่เราเห็นกันบ่อยๆ ในงานของแวนโก๊ะ โดยเฉพาะภาพ The Starry Night อันโด่งดัง
ถึงจะผ่านมานานเป็นร้อยปี แต่ร้านกาแฟแห่งนี้ก็ยังมีสีเหลืองสดใส แถมเปิดให้เราได้เข้าไปจิบกาแฟ ชิมอาหาร ดื่มด่ำบรรยากาศแบบฟินๆ กันด้วย (ตอนนี้ร้านน่าจะปิดชั่วคราว ถ้าใครจะไปต้องเช็คก่อนน้า) แต่ขอกระซิบไว้หน่อยว่า แวนโก๊ะนั่งวาดภาพนี้อยู่ร้านข้างๆ เพราะงั้นถ้าใครอยากเห็นภาพมุมเดียวกับเขา เราแนะนำให้ขยับไปอีกร้าน ถ้ามองมาแล้วเหมือนหรือไม่เหมือนภาพต้นฉบับยังไงก็แชะภาพมาฝากกันหน่อยน้า
Sources:
https://nuctom.wordpress.com/…/dinner-at-le-cafe-la…/
https://www.lavieenroad.com/escape/arles/
https://en.wikipedia.org/wiki/Caf%C3%A9_Terrace_at_Night
・American Gothic
By Grant Wood
• The American Gothic House in Eldon, Iowa
(Credit: https://bit.ly/commons-wikimedia-Eldon-Iowa)
เชื่อไหมว่า Grant Wood จิตรกรชาวอเมริกัน ตั้งใจจะวาดภาพบ้านสีขาว ก่อนจะวาดคู่ชายหญิงที่อยู่ด้านหน้าภาพเสียอีก ซึ่งเขาเติมรูปคนสองคนนี้เข้ามาทีหลัง เพราะคิดว่าน่าจะเหมาะกับการอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ดี
สำหรับจุดเริ่มต้นของภาพ American Gothic เกิดจากการเดินทางของ Grant Wood ที่ Elden ซึ่งเขารู้สึกสะดุดตากับบ้านทรงกอธิคสีขาว ดูหรูหราท่ามกลางบรรยากาศแบบชนบท หลังจากนั้นเขาจึงได้ติดต่อกับเจ้าของบ้านคือ Gideon และ Mary Hart Jones เพื่อขอวาดภาพบ้านหลังนี้
หญิงสาวและชายหนุ่มในรูป แท้จริงแล้วไม่ใช่เจ้าของบ้าน แต่เป็นน้องสาวและหมอฟันของ Grant Wood เนื่องจากเขาไม่มีเงินพอที่จะจ้างนายแบบนางแบบสวยๆ มาเป็นแบบในรูปนี้ได้ กลายเป็นว่าจุดเด่นของภาพนี้ กลายเป็นสีหน้าของบุคคลทั้งสองในรูปที่เติมมาทีหลังเสียอย่างนั้น เราอาจจะตีความหมายได้ว่า เป็นหน้าตาแห่งการยิ้มเยาะต่อ American Dream หรือจะหมายถึงความเคร่งเครียดและไม่ย่อท้อของชาวชนบทก็เป็นได้
ปัจจุบันที่นี่ได้ถูกปรับเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ตั้งแต่ภาพนี้เริ่มโด่งดัง พอๆ กับภาพ Mona Lisa ของ Leonardo da Vinci และภาพ The Scream ของ Edvard Munch
Sources :
http://letusheartheoppositeside.blogspot.com/…/american…
https://en.wikipedia.org/wiki/American_Gothic
・Christina’s World
By Andrew Wyeth
• Olson House, Cushing, Maine, USA
สัมผัสบรรยากาศคาเฟ่ และความเขียวชอุ่มของธรรมชาติกันไปแล้ว ลองเปลี่ยนมู้ดมาดูภาพชวนเหงาๆ เศร้าๆ กันบ้าง ซึ่งภาพนี้ชื่อว่า Christina’s World หนึ่งในผลงานชื่อดังในช่วงศตวรรษที่ 20 ของแอนดรูว์ ไวเอท (Andrew Wyeth)
ภาพที่เขียนสีฝุ่นบนแผ่นไม้นี้ ได้รับแรงบันดาลมาจากแอนนา คริสติน่า โอลเซ่น (Anna Christina Olson) หญิงสาวบ้านใกล้เรือนเคียงของแอนดรูว์ ไวเอท ในฟาร์มที่เมือง Cushing มลรัฐ Maine ประเทศสหรัฐอเมริกา ขณะที่หญิงสาวกำลังคลานข้ามทุ่งหญ้าโดยไม่ใช้รถเข็น ซึ่งคาดว่าเธอน่าจะเป็นโรคโปลิโอ เลยทำให้พิการตั้งแต่ช่วงเอวเป็นต้นไป
ส่วนทิวทัศน์เบื้องหลังที่มีบ้านอยู่นั้น เรียกว่า ‘Olson House’ บ้านไร่แสนเก๋สไตล์โคโลเนียลขนาด 14 ห้อง ซึ่งปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะให้เราเข้าชม โดยอยู่ในความดูแลของ the Farnsworth Art Museum แถมที่นี่ยังกลายเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ด้วยนะ
Sources:
https://www.wurkon.com/blog/4-andrew-wyeth
https://en.wikipedia.org/wiki/Christina%27s_World
https://en.wikipedia.org/wiki/Olson_House(Cushing,Maine)
・Paris Street; Rainy Day
By Gustave Caillebotte
• Place de Dublin, Paris
(Credit: https://bit.ly/flickr-Place-de-Dublin-Paris)
‘Paris Street; Rainy Day’ เป็นภาพวาดฝีมือกุสตาฟ แคย์บอตต์ (Gustave Caillebotte) ศิลปินแนวอิมเพรสชันนิสม์ชาวฝรั่งเศส ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งภาพที่ชวนให้เรานึกถึงความห่างเหิน ว้าเหว่ และการเมินเฉยต่อกันของผู้คน เพราะต่างคนต่างก้มหน้า เหม่อมองไปยังทิศทางอื่น แถมยังเพิ่มความเหงาเข้าไปด้วยบรรยากาศอึมครึมในวันฝนตกอีกต่างหาก
ฉากหลังของบรรยากาศแสนว้าเหว่นี้ เป็นย่านที่กุสตาฟเติบโตขึ้นมา ซึ่งอยู่บริเวณถนน Place de Dublin ในเมืองปารีส ในช่วงปี 1877 แสดงให้เห็นถึงสภาพแวดล้อมในเมืองปารีสที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วงศตวรรษที่ 19
ดูจากคอนเสปต์กับบรรยากาศในภาพเบื้องต้น นี่มันคุ้นๆ ไม่ต่างจากสถานการณ์โรคระบาดในช่วงนี้เลย ก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ ที่นี่จะเปลี่ยนแปลงไปยังไงบ้าง ไว้สถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้นเมื่อไหร่ เราคงต้องหาโอกาสไปพิสูจน์ด้วยตาตัวเองกันแล้วล่ะ
Sources:
https://www.artic.edu/artworks/20684/paris-street-rainy-day
https://www.facebook.com/notes/karabako/ควาหมายเบื้องหลังภาพวาดอันโด่งดัง/198646350204394/
https://en.wikipedia.org/wiki/Paris_Street;_Rainy_Day…
・Bal du moulin de la Galette
By Pierre-Auguste Renoir
• Montmartre, Paris, France
ถ้าพูดถึงภาพที่เรามองแล้วอยากสวมชุดแบบวินเทจ ออกไปขยับตัวตามจังหวะเพลงแล้วล่ะก็ ขอยกให้ภาพการเต้นรำที่มูแล็งเดอลาแกแล็ต (Bal du moulin de la Galette) นี้เลย
ภาพเขียนสีน้ำมันนี้ เป็นผลงานของปีแยร์-โอกุสต์ เรอนัวร์ (Pierre-Auguste Renoir) ศิลปินชื่อดังชาวฝรั่งเศส ในช่วงศตวรรษที่ 19 โดยเป็นศิลปะแนว Impressionism ที่มีแรงบันดาลใจจากงานเต้นรำในช่วงบ่ายวันอาทิตย์ ณ ย่านมงต์มาตร์ (Montmartre) ทางตอนเหนือของปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งหนุ่มสาวนิยมแต่งตัวสวยหล่อเพื่อออกไปพบปะและเต้นรำกันที่นี่
นอกจากย่านมงต์มาตร์จะเป็นโลเคชันของภาพนี้แล้ว ยังเป็นสถานที่ที่ศิลปินชื่อดังอย่าง Van Gogh, Utrillo, Renoir และศิลปินอื่นๆ มาทำงานร่วมกันในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นย่านแสนสงบที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของศิลปะเลยทีเดียว
Sources:
https://en.wikipedia.org/wiki/Bal_du_moulin_de_la_Galette https://www.obonparis.com/th/magazine/montmartre
https://th.wikipedia.org/wiki/การเต้นรำที่มูแล็งเดอลากาแล็ต
・Rue de l’Épicerie, Rouen
By Camille Pissarro
•
Rouen, France
(Credit: https://bit.ly/commons-wikimedia-Rouen-France)
ภาพนี้ยังอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส แต่เราขอย้ายจากปารีสไปที่เมืองรูอ็อง(Rouen)กันบ้าง ซึ่งถ้าย้อนกลับไปในปี 1898 กามีย์ ปิซซาร์โร (Camille Pissarro ) ก็ได้ไปเยือนเมืองแห่งนี้เช่นกัน ซึ่งเขาได้ตระเวนวาดภาพทิวทัศน์ของเมืองในมุมต่างๆ อย่างที่ทำเป็นประจำ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือภาพ ‘Rue de l’Épicerie, Rouen’
ปิซซาร์โรได้เล่าถึงที่มาของภาพนี้ในจดหมายถึงลูกชาย โดยเขียนบอกในจดหมายว่า เขาได้ค้นพบมุมที่มองเห็นวิวของผู้คนคึกคักในตลาด และโบสถ์นอเทรอดาม (Notre Dame cathedral) อันงดงามเหมาะแก่การเขียนภาพ Rue de l’Épicerie โดยเขาได้วาดภาพแบบเดียวกันนี้อีก 2 เวอร์ชันในสภาพแสงที่แตกต่างกันออกไป
สำหรับใครที่ชื่นชอบสถาปัตยกรรมสวยๆ และอยากจะไปตามรอบภาพวาดของปิซซาร์โร ถ้าได้มาถึงที่เมืองรูอ็อง (Rouen) แห่งนี้แล้ว บอกเลยว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน
Sources:
https://www.metmuseum.org/art/collection/search/437311
http://www.camillepissarro.net/rue-de-l-epicerie-rouen…/
・A Sunday Afternoon on the Island of La Grande Jatte
By Georges Seurat
• La Grande Jatte on the River Seine, Paris
(Credit:https://bit.ly/commons-wikimedia-La-Grande-Jatte-on-the…)
โลเคชั่นของภาพ A Sunday Afternoon on the Island of La Grande Jatte นี้ ตั้งอยู่ที่เกาะ La Grande Jatte แม่น้ำแซน (Seine) ทางตะวันตกของกรุงปารีส
ภาพนี้สะท้อนการหลีกหนีชีวิตในเมือง มาพักผ่อนหย่อนใจใต้ร่มไม้ และถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นผู้คนแต่งกายหลากหลาย บ่งบอกสถานะทางสังคมที่แตกต่างกันไป แถมยังไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กันเท่าไหร่ เพราะต่างคนต่างหันหน้าออกไปทางแม่น้ำกัน
สำหรับใครที่อยากจะชมภาพเขียนนี้แบบฟินๆ เราขอแนะนำให้ยืนมองอย่างมีระยะห่างสักนิดนึง เพราะศิลปินใช้เทคนิค การผสานจุดสี (pointillism) คือมองใกล้ๆ จะเห็นเป็นจุดเยอะๆ เต็มไปหมด แต่พอถอยออกมา สีจะผสมกันเองที่ปลายสายตาเราขณะที่มองนั่นเอง
สำหรับใครที่ได้แวะไปแถวแม่น้ำแซน ต้องไม่พลาดที่จะไปพักผ่อนหย่อนใจ กับบรรยากาศชิวๆ บนเกาะแห่งนี้บ้างแล้วล่ะ
Sources :
https://mymodernmet.com/georges-seurat-a-sunday…/
https://www.wikiwand.com/th/บ่ายวันอาทิตย์บนเกาะลากร็องด์ฌัต
・The Persistence of Memory
By Salvador Dali
•
Catalonia, Spain
(Credit: https://bit.ly/commons-wikimedia-Catalonia-Spain)
ภาพสุดท้ายคงเป็นภาพที่ใครหลายคนคุ้นเคย ภาพนี้มีชื่อว่า ‘The Persistence of Memory’ ภาพเขียนสีน้ำมันขนาดจิ๋วเพียง 24 x 33 เซนติเมตร ผลงานของซัลวาดอร์ ดาลี (Salvador Dali) ศิลปินชื่อดังชาวเสปน
ด้วยความที่เป็นภาพเขียนแนวเหนือจริง(Surrealism) ทำให้มีผู้วิเคราะห์ความหมายของภาพไว้หลากหลาย แม้กระทั่งการเชื่อมโยงกับทฤษฎีสัมพันธภาพของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ แต่พลิกล็อกตรงที่ดาลีเฉลยว่า แรงบันดาลใจของภาพนี้มาจากตอนที่เขามองเห็นเนยแข็งละลายกลางแสงแดดเท่านั้นเอง
ส่วนทิวทัศน์โขดหินที่มองเห็นอยู่ไกลๆ เบื้องหลังนาฬิกาหลอมละลายนั้น ได้รับแรงบันดาลใจมาจากบริเวณคาบสมุทร Cap de Creus ทางตะวันออกเฉียงเหนือของแคว้นกาดาลุญญา (Catalonia) ใกล้กับบ้านเกิดของดาลี และยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับการเขียนภาพฉากหลังในผลงานอื่นๆ ของเขาอีกด้วย
ปัจจุบันคาบสมุทร Cap de Creus เป็นอุทยานทางธรรมชาติที่เหมาะกับการเปลี่ยนบรรยากาศจากหาดทรายสีขาว มาเป็นวิวโขดหินตัดกับน้ำทะเลสีเข้ม นับว่าเป็นอีกสถานที่ที่คนชอบเที่ยวทะเลไม่ควรพลาดเชียวล่ะ
Sources :
https://web.facebook.com/…/a.580203…/711726152209031/…
https://mymodernmet.com/the-persistence-of-memory…/
https://tonkit360.com/19521
https://theartcenter.net/วิจารณ์ภาพวาด-the-persistence-of-memory-ความหม/ ❖