EPG เผย Q3/63-64 กำไรนิวไฮแตะ 433 ลบ.โต 103% รับยอดขายโตสวนกระแสศก.
EPG เผย Q3/63-64 กำไรนิวไฮแตะ 433 ลบ.โต 103% รับยอดขายโตสวนกระแสศก.
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -15 ก.พ. 64 10:04 น.
EPG โชว์กำไรไตรมาส 3/63-64 แตะ 433 ล้านบาท โต 103% ทำสถิติสูงสุดใหม่ รับยอดขายโตสวนกระแสเศรษฐกิจ และวิกฤติโควิด-19
รศ.ดร.เฉลียว วิทูรปกรณ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/63-64 (ต.ค.63 – ธ.ค.63) บริษัทมีรายได้จากการขาย 2,593.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้จากการขาย 2,427.7 ล้านบาท หรือปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.8% โดยนำนโยบายลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานมาใช้อย่างต่อเนื่องส่งผลให้มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 33.2% อยู่ในระดับสูง ทำให้มีกำไรสุทธิ 433.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 103% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 213.4 ล้านบาท นับเป็นสถิติสูงสุดใหม่ของกำไรสุทธิรายไตรมาส
ทั้งนี้ เป็นผลมาจากการดำเนินงานของ 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจฉนวนยางกันความร้อน/เย็น ภายใต้แบรนด์ Aeroflex มีรายได้จากการขาย 648.1 ล้านบาท หรือลดลง 13.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ยอดขายในประเทศยังเติบโตช้าตามการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปของภาคอุตสาหกรรมก่อสร้าง อีกทั้งความล่าช้าจากกระบวนการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ขณะที่ยอดขายตลาดในสหรัฐอเมริกาปรับตัวดีขึ้นเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และยอดขายในญี่ปุ่นฟื้นตัวดีขึ้นเทียบจากไตรมาสก่อน
ธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์และตกแต่งยานยนต์ ภายใต้แบรนด์ Aeroklas มีรายได้จากการขาย 1,291.9 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 24.3 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสินค้ากลุ่มชิ้นส่วนอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์ปรับตัวดีขึ้นตามความต้องการยานยนต์ที่เพิ่มขึ้นทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้ปีบัญชีก่อนหน้ากลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน
สำหรับธุรกิจในออสเตรเลียมียอดขายชิ้นส่วนอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากคนออสเตรเลียนิยมท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น รวมถึง TJM ได้เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายแบบออนไลน์ เพื่อความสะดวกของลูกค้าในการเลือกซื้อสินค้า และเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดจำหน่าย
สำหรับธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติก ภายใต้แบรนด์ EPP มีรายได้จากการขาย 653.1 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 1.9 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากความต้องการบรรจุภัณฑ์พลาสติกประเภท กล่องใส่อาหาร เนื่องจากผู้บริโภคยุค New Normal นิยมสั่งอาหารเดลิเวอร์รี่ หรือซื้ออาหารกลับไปรับประทานที่บ้านมากขึ้น อีกทั้งได้รับอานิสงค์จากมาตรการภาครัฐเพื่อกระตุ้นการบริโภคในประเทศอีกด้วย ส่งผลให้ยอดขายปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าและไตรมาสก่อนหน้า
บริษัทมีต้นทุนขายสินค้า 1,731.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเพิ่มขึ้นในอัตราที่น้อยกว่ายอดขายที่เพิ่มขึ้น โดยได้รับผลประโยชน์จากราคาวัตถุดิบที่อ่อนตัวลง และการบริหารจัดการให้ต้นทุนในการผลิตลดลง สำหรับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 6.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ไตรมาสนี้บริษัทรับรู้รายได้อื่นจากมาตรการช่วยเหลือทางการเงินของรัฐบาลต่างประเทศในบางประเทศที่บริษัทย่อยตั้งอยู่ภายใต้โครงการสนับสนุนการจ้างงานของกิจการในช่วงการแพร่ระบาดของโรค Covid-19 จำนวน 50.8 ล้านบาท
นอกจากนี้ บริษัทได้รับส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า ที่ 40.8 ล้านบาท ลดลง 5.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากบริษัทร่วมในจีนมีต้นทุนผลิตที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายในการขยายธุรกิจของกิจการร่วมค้าในแอฟริกาใต้ อย่างไรก็ตามบริษัทร่วมในประเทศที่ผลิตสินค้าเพื่อขายให้อุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นตัวต่อเนื่องรายไตรมาส
ลักษณะธุรกิจของ EPG
EPG ประกอบธุรกิจหลักโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) มีการลงทุนหลักในธุรกิจแปรรูปพลาสติก ได้แก่ (1) ธุรกิจผลิตและจำหน่ายฉนวนยางกันความร้อนและความเย็น ดำเนินการโดย บริษัท แอร์โรเฟลกซ์ จำกัด (AFC) ซึ่งเป็นบริษัทแกน ภายใต้เครื่องหมายการค้า AEROFLEX (2) ธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ชิ้นส่วนตกแต่งรถยนต์ ดำเนินการโดย บริษัท แอร์โรคลาส จำกัด (ARK) ภายใต้เครื่องหมายการค้า AEROKLAS และ (3) ธุรกิจผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติก ดำเนินการโดย บริษัท อีสเทิร์น โพลีแพค จำกัด (EPP) ภายใต้เครื่องหมายการค้า EPP
เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.comอนุมัติ โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
ดูข่าวต้นฉบับ