โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"รพ.พระรามเก้า" เดินหน้าเปิดศูนย์สุขภาพสายตายุคใหม่

MATICHON ONLINE

อัพเดต 01 มี.ค. 2564 เวลา 10.52 น. • เผยแพร่ 01 มี.ค. 2564 เวลา 10.52 น.

“รพ.พระรามเก้า” เดินหน้าเปิดศูนย์สุขภาพสายตายุคใหม่

นายแพทย์เสถียร ภู่ประเสริฐ กรรมการผู้อำนวยการ โรงพยาบาลพระรามเก้า เผยว่า ความสะดวกสบายของเทคโนโลยีอย่างสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต ได้เกิดขึ้นพร้อมกับพฤติกรรมการมองหน้าจอที่มากเกินไป ทำให้แนวโน้มของคนยุคใหม่มีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาด้านสายตาเพิ่มขึ้น และอุปกรณ์ที่ช่วยปรับค่าสายตาอย่างคอนแทคเลนส์ก็เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย นั่นจึงทำให้การรักษาสายตาด้วย “เลสิค” กลายมาเป็นทางเลือกที่หลายคนให้ความสนใจ ดังนั้น การเปิด “ศูนย์เลสิคพระรามเก้า” (Praram 9 LASIK Center) ก็เพื่อต้องการมอบคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับผู้ที่มีปัญหาด้านสายตา โดยได้ร่วมกับบริษัท อาร์เอ็กซ์ จำกัด นำเทคโนโลยีล่าสุดของการรักษาสายตามาให้บริการ ตอกย้ำความเป็น Digital Hospital โดยเรามีทีมจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการผ่าตัดแก้ไขสายตาที่พร้อมดูแล ตอบโจทย์ทุกปัญหาสุขภาพสายตาอย่างครบทุกมิติ

แพทย์หญิงชญาตา เหลี่ยมศิริเจริญ หัวหน้าศูนย์จักษุ โรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวเพิ่มเติมว่า เราจัดตั้ง ศูนย์เลสิคพระรามเก้า ขึ้นมาเพื่อต้องการตอบโจทย์ความต้องการของผู้ที่มีปัญหาด้านสายตาในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น สายตายาวโดยกำเนิด รวมถึงสายตาเอียง ผ่านการนำเทคโนโลยีล่าสุดของ ZEISS จากประเทศเยอรมนีมาใช้ในการรักษา ซึ่งเป็นนวัตกรรมล่าสุดที่รักษาสายตาได้ครบทุกมิติ ดูแลโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางด้านกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตา การรักษาอาการสายตาผิดปกติของ ศูนย์เลสิคพระรามเก้า จะแบ่งออกเป็นหลายรูปแบบ ขึ้นกับความเหมาะสมของอาการผู้รับการรักษาเป็นหลัก อาทิ LASIK เป็นการแก้ไขสายตาผิดปกติแต่กำเนิดอย่างถาวร โดยมุ่งเน้นแก้ไขที่กระจกตาเป็นหลัก เปรียบได้กับการเปิดฝากระจกตาและใช้เลเซอร์ เจียระไนปรับความโค้งของกระจกตา ให้ภาพไปตกลงบนจุดที่ชัดของตา , PRK (Photorefractive Keratectomy) เป็นวิธีแก้ไขสายตาโดยไม่แยกชั้นกระจกตา แต่จะลอกผิวกระจกตาด้านนอกสุดออก ก่อนจะยิง Excimer Laser เพื่อปรับความโค้งของกระจกตา แล้วปิดกระจกตาด้วยคอนแทคเลนส์นาน 5-7 วันเพื่อลดอาการระคายเคือง เหมาะกับผู้ป่วยที่มีสายตาสั้นและเอียงไม่มาก

แพทย์หญิงชญาตา กล่าวว่า ทั้งนี้ เลเซอร์ที่ใช้ในการรักษา หรือ Excimer Laser จะถูกยิงจากเครื่อง MEL 90 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีล่าสุดในการแก้ไขสายตาของ ZEISS อีกทั้งเทคโนโลยีดังกล่าว ยังรักษาด้วยวิธี ReLEx SMILE หรือ Refractive lenticule extraction – Small incision lenticule extraction โดยการใช้เลเซอร์ชนิด Femtosecond Laser ซึ่งจัดว่ามีความแม่นยำมากที่สุดในการเปิดฝากระจกตา ทำการแยกชั้นกระจกตาเป็นชิ้นบางๆ (Lenticule) แล้วนำ Lenticule ที่ตัดไว้ ออกมาจากแผลซึ่งมีขนาดเล็กประมาณ 3-4 มิลลิเมตร เพื่อทำการปรับความโค้งของกระจกตาให้เหมาะสมกับค่าสายตา และทำให้รบกวนกระจกตาน้อย แผลหายได้เร็ว พร้อมทั้งให้ค่าสายตาที่แม่นยำมองเห็นได้อย่างชัดเจน

แพทย์หญิงชญาตา กล่าวว่า สำหรับการรักษาอาการสายตาผิดปกติทุกรูปแบบของ ศูนย์เลสิคพระรามเก้า จะต้องเป็นผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 18 ปี และค่าสายตาคงที่อย่างน้อย 1 ปี, ไม่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร, ไม่มีโรคของกระจกตาหรืออาการตาแห้งรุนแรง รวมถึงต้องไม่มีโรคประจำตัวอื่นๆ ที่รุนแรงเช่นกัน โดยการเตรียมตัวก่อนเข้ารับการรักษา ต้องถอดคอนแทคเลนส์ออกอย่างน้อย 1 อาทิตย์ พร้อมงดการใช้สารระเหยบนร่างกาย เช่น น้ำหอม สเปรย์ เครื่องบำรุงผิว รวมถึงเครื่องสำอาง และต้องไม่สวมใส่เครื่องประดับที่อาจรบกวนการทำงานของเครื่อง รวมถึงต้องเตรียมแว่นกันแดดที่สามารถกัน UV 100% เพื่อใช้หลังการรักษา

“ในอดีตการทำเลสิคถูกมองว่าเป็นการรักษาที่มีความเสี่ยง มีค่าใช้จ่ายสูง แต่ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ทำให้การรักษาความผิดปกติของสายตาด้วยเลสิคเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และทำให้หลายคนหันมาเชื่อมั่นว่าเลสิคจะช่วยแก้ไขการมองเห็น และช่วยให้พวกเขามองโลกได้อย่างสดใสกว่าที่เป็น ดังนั้น หน้าที่ของ ศูนย์เลสิคพระรามเก้า จึงไม่ใช่แค่ให้การรักษาแล้วจบไป แต่เราให้ข้อมูล ให้การรักษาที่ดีที่สุด รวมถึงดูแลหลังการรักษา เพื่อให้ผู้ป่วยได้สัมผัสกับคำว่าอิสระของชีวิตไร้กรอบ อย่างที่เราตั้งใจ” แพทย์หญิงชญาตา กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...