ส่องชีวิต “นิคม” อดีตประธานวุฒิสภา หันหลังให้การเมือง หลังรัฐประหาร 57
ส่องชีวิต “นิคม” อดีตประธานวุฒิสภา หันหลังให้การเมือง หลังรัฐประหาร 57 ใช้เวลาว่างทำสวน – เลี้ยงปลา แนะนักการเมืองว่างงานกลับบ้านพัฒนาที่ดิน
เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
นิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา วัย 73 ปี ที่วันนี้พักจากงานการเมืองมาใช้ชีวิตเรียบง่ายกับการทำสวน เลี้ยงปลา บริเวณบ้านพักย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี บนเนื้อที่ 2 ไร่
อดีตประธานวุฒิสภา เล่าว่า เริ่มต้นทำสวนปลูกผักสวนครัว และเลี้ยงปลา ตั้งแต่หลังเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อปี 2557 ที่สถานการณ์การเมืองวุ่นวาย แต่อดีตประธานวุฒิสภาท่านนี้ใช้จังหวะเวลานี้สร้างความสุขสงบให้กับตัวเอง ซึ่งบนเนื้อที่ 2 ไร่ นอกจากบ้านพักหลังย่อมแล้ว พื้นที่ที่เหลือจะใช้ปลูกต้นไม้ ปลูกผักสวนครัว และเลี้ยงปลา
- อ.จุฬา-ธรรมศาสตร์ จวกแรง ส.ส.-สว. มะเร็งร้ายสังคม ทำสภาตกต่ำสุด ซัดภาระภาษี
- ด่วน ส.ส.รัฐบาล-ส.ว.ไฟเขียวส่งศาลฯตีความแก้ รธน. ฝ่ายค้าน เสนอเปิดชื่อประจาน
- ฝ่ายค้าน โวยมติ ‘ส.ส.พปชร.-ส.ว.’ ส่งศาลปมแก้รัฐธรรมนูญ อัดประยุทธ์ เคยสัญญา
อดีตประธานวุฒิสภา แนะนำว่า นักการเมืองคนไหนที่พักงานการเมือง ให้กลับบ้านไปพัฒนาที่ดินตามโครงการโคกหนองนา เอาที่ดินที่แห้งแล้งทำประโยชน์ไม่ได้มาจัดสรรมาทำใหม่ ทำคลองไส้ไก่ 30 เปอร์เซ็นต์ ใช้อยู่อาศัย 10 เปอร์เซ็นต์ก็เพียงพอ
โดยปลูกพืช 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง เพียง 3 เดือน ก็เห็นผล ตนทำสวนปลูกผัก ทั้งมะนาว ถั่วฝักยาว พริก และอื่นๆ โดยเริ่มตั้งแต่ปฏิวัติปี 2557 จากดินรกร้างก็เปลี่ยนมาปลูกทุกอย่างที่กินได้ กินทุกอย่างที่ปลูก ไม่ต้องซื้อแถมประหยัด รายจ่ายที่จะต้องใช้เพื่อที่จะซื้อผักก็ไม่ต้องเสีย
"ในส่วนนี้ เราจะได้พืชสวนครัว ได้ผลไม้ ได้ปลา และมากที่สุดคือได้ความรู้สึกที่มีความสุข ความสบายใจ จึงอยากฝากทุกท่านว่าอย่าปล่อยเวลาให้เปล่าประโยชน์ แต่ต้องพัฒนาที่ดิน เสริมสร้างรายได้ ด้วยการปลูกพืชผักสวนครัวไม่ต้องไปดิ้นรนซึ่งเป็นประโยชน์"
ทั้งนี้นายนิคม เคยรับราชการในสังกัดกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 เคยดำรงตำแหน่งสูงสุดคือ รองปลัดกรุงเทพมหานคร (ระดับ 10)
ต่อมาได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา จ.ฉะเชิงเทรา ในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2551 และได้รับเลือกจากวุฒิสภา ให้ดำรงตำแหน่งรองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 เมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2551
จากนั้นในปี พ.ศ. 2555 ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานวุฒิสภา โดยเอาชนะ นายพิเชต สุนทรพิพิธ ด้วยคะแนน 77 ต่อ 69 นายนิคมได้ใช้อำนาจในฐานะประธานวุฒิสภาทุกวิถีทาง ในการผลักดันการแก้รัฐธรรมนูญให้ ส.ว. ทั้งหมดมาจากการเลือกตั้ง
อย่างไรก็ตามภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการแก้รัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของส.ว. ไม่เป็นไปตามเจตจำนงค์ของรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ชี้มูลความผิดกรณีจงใจใช้อำนาจหน้าที่กระทำผิดบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 270 ทำให้เขาต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ในวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2557
ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 เขาได้ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคไทยรักษาชาติ ลำดับที่ 18 แต่พรรคไทยรักษาชาติ ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคก่อนวันเลือกตั้ง[4]