โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่ช็อก ลูกสาวชั้น ม.1 พยายามจบชีวิตตัวเอง ถูกครูยึดมือถือเอาแชทไปประจาน

Khaosod

อัพเดต 23 ต.ค. 2563 เวลา 14.14 น. • เผยแพร่ 23 ต.ค. 2563 เวลา 14.14 น.

ด.ญ.วัย 13 พยายามผูกคอตัวเอง แต่ญาติช่วยได้ทัน หลังถูกครูยึดมือถือแล้วเอาแชทส่วนตัวไปให้เด็กๆ ในโรงเรียนดู จนเกิดความอับอาย แม่ลั่นเอาเรื่องถึงที่สุด

วันที่ 23 ต.ค.63 ผู้สื่อข่าวรับแจ้งจากญาติของเด็กนักเรียนหญิง อายุ 13 ปีรายหนึ่ง ในพื้นที่ อ.เมือง จ.กระบี่ ว่าหลานสาวคนดังกล่าว ผูกคอตัวเองที่บ้าน แต่โชคดีที่แม่และพี่ชายช่วยเหลือไว้ได้ทัน

เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด

เพิ่มเพื่อน

สอบถามทราบสาเหตุมาจากกรณีครูประจำชั้นที่โรงเรียน ยึดโทรศัพท์ แล้วนำไปเปิดแชทส่วนตัวให้เพื่อนนักเรียนด้วยกันดูกันหลายคน ทำให้หลานสาวเกิดความอับอายตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าว ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบ พบ นางเอ (นามสมมติ) อายุ 35 ปี แม่ของ ด.ญ.บี (นามสมมติ) อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เมือง จ.กระบี่

นางเอ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา หลังตนกลับมาจากทำงานมาถึงบ้านได้ไม่นาน ก็เห็นลูกสาวมีท่าทีซึมเศร้า ก็สอบถามทราบว่าครูที่โรงเรียนของลูก ยึดโทรศัพท์ของลูกไป สาเหตุเพราะลูกเล่นโทรศัพท์ในโรงเรียน

ซึ่งตนก็ได้ปลอบใจลูกและไม่คาดคิดว่าลูกจะผูกคอตัวเอง และไม่เอะใจอะไร ถึงแม้ว่าจะได้ยินลูกบอกกับลูกสาวอีกคน ให้ช่วยเอาสมุดกับปากกาให้ที หลังจากนั้นไม่นานลูกสาวคนเล็กวิ่งมาบอกว่าพี่สาวผูกคอตัวเองในห้องนอนของบ้าน

ตนกับลูกชายคนโตจึงรีบวิ่งเข้าไปดู ก็พบลูกสาว ใช้เชือกผูกคอตัวเองกับขื่อของหลังคาในห้อง แต่โชคดีที่เชือกขาดตกลงมาหมดสติจึงรีบเข้าไปช่วยอุ้มร่างลูกและช่วยชีวิตไว้ได้ปลอดภัย เมื่อลูกฟื้นจึงสอบถามลูกจนทราบว่า สาเหตุเกิดจากลูกสาวรู้สึกอายเพื่อนที่โรงเรียน หลังจากครูประจำชั้น ซึ่งเป็นครูผู้ชายยึดเอาโทรศัพท์มือถือไป แล้วนำโทรศัพท์ไปเปิดแชทข้อความส่วนตัวให้เพื่อนๆ ในโรงเรียนดูกันหลาย คน ทำให้ลูกเกิดความอับอายและคิดสั้น ซึ่งหลังทราบเรื่อง ตนและสามี รวมทั้งญาติๆ ไม่พอใจเรื่องนี้เป็นอย่างมาก จึงอยากเอาเรื่องครูคนนี้ให้ถึงที่สุด

นางเอ กล่าวต่อว่า ตนมองว่าการที่ครูทำแบบนี้กับเด็ก เป็นสิ่งที่รับไม่ได้ เพราะผลกระทบที่ลูกสาวได้รับทำให้ลูกตัดสินใจได้ถึงขนาดนี้ การกระทำของครูเป็นการประจานเด็ก หากครูจะยึดโทรศัพท์ก็ยึดไป แต่ไม่ควรเอาการแชทส่วนตัวไปเปิดประจานแบบนี้ หลังเกิดเหตุสามีตนโทรไปสอบถาม ครูก็ปฏิเสธ แต่บอกว่าขอโทษ สามีตนบอกว่าหากจะขอโทษ ให้มาขอโทษที่บ้าน

เบื้องต้นตนอยากให้ครูคนนี้ออกไปจากโรงเรียนก่อน ไม่อยากให้อยู่โรงเรียนนี้แล้ว เพราะเคยเกิดเหตุกับเด็กนักเรียนหลายคนมาแล้ว ตอนนี้ลูกสาวของตนไม่กล้าที่จะไปโรงเรียนหลังเกิดเหตุการณ์นี้ ส่วนที่ต้องนำเรื่องนี้ออกมาเปิดเผยเพราะคุยกับลูกแล้ว ลูกยืนยันว่าอยากเอาผิดครูคนดังกล่าวให้ถึงที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...