โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความแตกต่างของงานรับปริญญา ในไทย กับญี่ปุ่น และอเมริกา

Campus Star

เผยแพร่ 18 มี.ค. 2562 เวลา 07.39 น.
ไทย ญี่ปุ่น และอเมริกา จะมีความเหมือน หรือต่างกันในเรื่องของการรับปริญญาอย่างไรกันนะ มีรูปแบบการแต่งตัวอย่างไร พิธีรับปริญญานานไหม รับกันช่วงไหน ฯลฯ

วันนี้เรามีพิธีรับปริญญาของต่างประเทศมาฝากทุกคนกัน เผื่อใครที่สงสัยว่ามหาวิทยาลัยของเมืองนอกนั้นมีรูปแบบการรับปริญญาอย่างไร เหมือนหรือแตกต่างจากของไทยหรือไม่ มาลองดูกัน – ความแตกต่างของงานรับปริญญา ในไทย กับญี่ปุ่น และอเมริกา

ความแตกต่างของงานรับปริญญา ในไทย กับญี่ปุ่น และอเมริกา

ซึ่งประเทศที่เราคัดเลือกมาวันนี้จะมีทั้งหมด 2 ประเทศด้วยกันนั้นคือ ญี่ปุ่น และอเมริกา ว่าแต่ทั้ง 2 ประเทศนี้จะมีความเหมือนหรือแตกต่างกับไทยในเรื่องของการรับปริญญายังไงกันนะ

การแต่งตัว

ไทย : ต้องใส่ชุดครุยตามรูปแบบที่มหาวิทยาลัยกำหนด จะต้องแต่งตัวให้เนี้ยบตามกฎระเบียบที่วางเอาไว้ทั้งสีกระโปรง ความยาวกระโปรง รองเท้าที่ใส่

ญุี่ปุ่น : จะแต่งตัวแบบใดก็ได้ ไม่มีรูปแบบกำหนดเอาไว้ตายตัว แต่โดยส่วนมากแล้วผู้ชายจะใส่สูทโทนสีเข้มๆ เพราะที่ญี่ปุ่นสีดำ และสีโทนเข้มถือว่าเป็นสีที่สุภาพ และผู้หญิงจะแต่งตัวด้วยชุดฮากามะ (卒業袴 -sotsugyou hakama)

อเมริกา : แต่งตัวอย่างไรก็ได้ แต่ขอให้ดูสุภาพ และจะใส่เสื้อคลุมสีดำทับเข้าไปอีกที่

รับเมื่อไหร่

ไทย : แล้วแต่กำหนดการของมหาวิทยาลัย เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป หรืออาจะได้ได้รับในปีถัดไปหลังจากปีที่เรียนจบก็เป็นได้

ญุี่ปุ่น : เดือนมีนาคมของทุกปี

อเมริกา : บางมหาวิทยาลัยสอบไฟนอลวันนี้ วันมะรืนก็รับเลย โดยผู้ที่อยากจะเข้ารับปริญญาต้องแจ้งกับอาจารย์ เพื่อที่อาจารย์จะเร่งตรวจข้อสอบให้ และถ้าสอบถ้าผ่านหมดไม่ติดอะไร ก็เตรียมรับปริญญาได้เลย

ต้องซ้อมรับไหม

ไทย : ถ้าใครที่อยากจะเข้าพิธีรับปริญญาบัตรจะต้องซ้อมรับปริญญาทุกคน ซึ่งการซ้อมมีตั้งแต่ 2 -3 รอบกว่าจะได้รับจริง

ญุี่ปุ่น : ไม่มีการซ้อม รับจริงเลย

อเมริกา : ไม่มีการซ้อม แต่จะมีการเปิด  PowerPoint และแนะนำนิดหน่อยว่าวันซ้อมจะต้องรับแบบไหน

จำเป็นต้องเข้ารับไหม

ไทย : จะรับหรือไม่รับก็ได้ แต่ส่วนมากกว่า 90% ก็จะเข้ารับ

ญุี่ปุ่น : เลือกได้ว่าจะเข้ารับหรือไม่ แต่คนส่วนมากก็เลือกที่จะเข้ารับ

อเมริกา : เลือกได้ว่าจะเข้ารับหรือไม่ แต่ส่วนมากก็ไม่ค่อยมากัน

บรรยากาศงานรับปริญญา

ไทย : บริเวณรอบๆ และภายในมหาวิทยาลัยจะมีร้านขายของ ขายตุ๊กตา ดอกไม้ ฯลฯ มีการจัดซุ้มถ่ายรูป และมีรุ่นน้องมาบูมให้รุ่นพี่บัณฑิต

ญุี่ปุ่น : มีการจัดซุ้มขายของที่ระลึกจากสหกรณ์มหาวิทยาลัย ของนักศึกษารุ่นน้อง ตัวอย่างของที่ระลึกก็เช่น เสื้อ สมุดจด ฯลฯ และมีการบูมของรุ่นน้องในชมรมต่างๆ 

อเมริกา : บรรยากาศงานเรียบๆ ไม่ได้มีการขายของ ไม่ได้มีบรรยากาศที่ครึกครื้นเหมือนของไทย ถ้าจะมีร้านขายของก็จะเป็นร้านขายดอกไม้ช่อเล็กๆ ของที่ระลึก หน้าทางเข้าหอประชุมเท่านั้นเอง แถมราคาก็แพงกว่าราคาที่ขายทั่วไปตามท้องตลาดด้วย

ถ่ายรูปเยอะไหม

ไทย : ถ่ายตั้งแต่เช้ายันเย็น ถ่ายไม่รู้กี่รอบ มีทั้งถ่ายรูปนอกรอบ ถ่ายรูปวันซ้อมใหญ่ ถ่ายรูปวันรับจริง และบางคนก็จ้างช่างภาพมืออาชีพมาถ่ายรูปรับปริญญาโดยเฉพาะก็มี

ญุี่ปุ่น : ถ่ายรูปกับมุมต่างๆ ในมหาวิทยาลัย แต่ไม่ได้ถ่ายทุกมุมขนาดของไทย และจะถ่ายรูปกันวันเดียวก็คือวันรับปริญญา เพราะชุดฮากามะที่เช่ามา เป็ุดเช่ารายวัน ส่วนจะถ่ายเยอะ หรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ชุดฮากามะมีราคาเช่าที่ค่อนข้างสูงมาก ไหนจะค่าแต่งหน้าทำผมอีก บางคนก็อาจจะถ่ายรูปเยอะหน่อยให้คุ้มกับค่าชุดที่เสียไป แต่จะเป็นลักษณะของการถ่ายรูปกันเอง ให้เพื่อน พ่อ แม่ ช่วยกันถ่ายให้

อเมริกา : มีการถ่ายรูปก่อน และหลังเข้าหอประชุมบ้างพอเป็นพิธี ไม่ได้ถ่ายอะไรจริงจังมากมาย

พิธีการรับปริญญาบัตร

ไทย : มหาวิทยาลัยเอกชนรับกับอธิการบดี มหาวิทยาลัยที่อยู่ในการกับกำของภาครัฐรับกับพระบรมวงศานุวงศ์ เป็นพิธีจริงจัง เคร่งครัด สำรวม เวลาที่ใช้ในการทำพิธีอาจจะกินเวลานาน 4-5 ชั่วโมง

ญุี่ปุ่น : เข้าร่วมพิธีจบการศึกษาฟังโอวาทอธิการบดีประมาณ 1 ชั่วโมง – 1 ชั่วโมงครึ่ง จากนั้นถึงจะไปรับปริญญาบัตรจริงๆ จากอาจารย์ที่ปรึกษา หรืออาจารย์ประจำคณะที่ห้องแยกต่างหาก

อเมริกา : ในพิธีจะเชิญบุคคลสำคัญมาพูดเล่าประสบการณ์ให้ฟัง เป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จบ้าง หรือเด็กนักศึกษาที่โดดเด่น เชิญมา 4-5 คน จากนั้นก็จะเข้าสู่ส่วนของการรับปริญญาบัตรจากอธิการบดีของมหาวิทยาลัย และก่อนลงจากเวทีจะมีอาจารย์จากคณะต่างๆ มายืนแสดงความยินดีกับเรา แถมช่วงที่รับปริญญา ญาติพี่น้อง ครอบครัวและเพื่อนๆ สามารถส่งเสียงแสดงความยินดีได้เต็มที่ แต่ปริญญาบัตรที่ได้บนเวทีไม่ใช่ตัวจริง ต้องนำลงไปแลกตัวจริงอีกที ซึ่งพิธีทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 2 ชม. เท่านั้น

มีใครเข้าหอประชุมได้บ้าง

ไทย : จะมีแค่บัณฑิตที่เข้าหอประชุมได้

ญุี่ปุ่น : ผู้ปกครองสามารถเข้าหอประชุมได้ โดยจะมีพื้นที่จัดแยกไว้ให้

อเมริกา : ผู้ปกครองสามารถเข้าหอประชุมได้ แต่จะเว้นที่แถวด้านหน้าไว้ให้บัณฑิตมานั่ง

ที่มา : gogoamerica.com , ilovejapanpantip.com

ภาพ : Kenneth Hynekjpninfo

บทความแนะนำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...