โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อ่านที่นี่!! เทคนิคชม ‘ดาวหางนีโอไวส์’ ดูได้ด้วยตาเปล่าวันนี้ ในรอบกว่า 6,000 ปี

The Bangkok Insight

อัพเดต 20 ก.ค. 2563 เวลา 18.17 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2563 เวลา 23.30 น. • The Bangkok Insight

ชมดาวหางนีโอไวส์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เผยเคลื่อนที่เข้าใกล้โลกที่สุด 23 กรกฎาคมนี้ แแต่ชัดสุด วันนี้ พร้อมแนะเทคนิคตามล่า

นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ผู้คนทั่วโลกและนักดาราศาสตร์ ต่างเฝ้า ชมดาวหางนีโอไวส์ หรือ C/2020 F3 (NEOWISE) โดยเฉพาะวันที่ 18-23 กรกฎาคม 2563 เนื่องจากโคจรออกห่างดวงอาทิตย์มากขึ้น และกำลังเข้าใกล้โลก

ชมดาวหางนีโอไวส์

ทั้งนี้ ในวันที่ 23 กรกฏาคม 2563 จะเป็นวันที่ ดาวหางนีโอไวส์ เคลื่อนที่เข้าใกล้โลกที่สุด ที่ระยะห่าง 103 ล้านกิโลเมตร แต่จากข้อมูลพบว่าดาวหางจะมีค่าค่าความสว่างจะลดลง รวมทั้งในคืนดังกล่าวตรงกับคืนดวงจันทร์ขึ้น 2 ค่ำ อาจมีแสงจันทร์รบกวนเล็กน้อย หลังจากนั้นความสว่างจะลดลงเรื่อยๆ จนไม่สามารถสังเกตเห็นได้

ดังนั้น ช่วงเวลาในการ ชมดาวหางนีโอไวส์ ที่เหมาะสมสำหรับเฝ้าสังเกตการณ์ ดาวหางนีโอไวส์ ด้วยตาเปล่า ครั้งเดียวในรอบกว่า 6000 ปี จะเป็นวันนี้ (21 กรกฎาคม) เนื่องจาก เป็นคืนเดือนมืด ไร้แสงจันทร์รบกวน โดยคาดว่า จะมีค่าอันดับความสว่างปรากฏประมาณ 5

"ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ดาวหางนีโอไวส์ ได้รับความสนใจจากนักดาราศาสตร์และผู้คนบนโลก เนื่องจากปรากฏสว่างเหนือน่านฟ้าหลายประเทศ ต่างพากันติดตามและบันทึกภาพดาวหางดังกล่าวเผยแพร่ผ่านสื่อโซเชียลมีเดียเป็นจำนวนมาก"นายศุภฤกษ์ กล่าว

ขณะที่ ในประเทศไทย ช่วงครึ่งแรกของเดือนกรกฎาคม 2563 ดาวหางนีโอไวส์ จะปรากฏในช่วงรุ่งเช้า ก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น ตำแหน่งใกล้ขอบฟ้ามาก และยังเพิ่งโคจรผ่านจุดที่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด จึงถูกแสงอาทิตย์กลบ สังเกตได้ค่อนข้างยาก

ชมดาวหางนีโอไวส์

แต่ในช่วงครึ่งหลัง ตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป จะดาวหางนีโอไวส์จะเปลี่ยนมาปรากฏในช่วงหัวค่ำ หลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และความสว่างจะลดลงเรื่อยๆ แต่ยังคงสว่างในระดับที่ยังสามารถสังเกตการณ์ได้ด้วยตาเปล่า จึงเป็นโอกาสดีที่คนไทยจะได้ยลโฉมและบันทึกภาพความสวยงามของดาวหางดวงนี้

ดาวหางนีโอไวส์ หรือ C/2020 F3 (NEOWISE) เป็นดาวหางคาบยาว จากข้อมูลล่าสุดพบว่าโคจรรอบดวงอาทิตย์หนึ่งรอบใช้เวลาประมาณ 6,767 ปี ค้นพบโดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศไวส์ (Wide-field Infrared Survey Explorer : WISE) ซึ่งเป็นกล้องโทรทรรศน์ในช่วงคลื่นอินฟราเรด ในโครงการสำรวจประชากรดาวเคราะห์น้อยและวัตถุใกล้โลก เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2563

ขณะเดียวกัน สดร. ยังได้จัดกิจกรรมสังเกตการณ์ วงแหวนดาวเสาร์ ในคืนใกล้โลกที่สุดในรอบปี 4 จุดสังเกตการณ์ ณ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ หอดูดาวภูมิภาคนครราชสีมา ฉะเชิงเทรา และสงขลาตั้งแต่เวลา 18.00-22.00 น. จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้ร่วมลุ้นชมดาวหางนีโอไวส์ ในวันดังกล่าวด้วย

ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.facebook.com/NARITPage

สิ่งควรรู้สำหรับกูรูนักล่าดาวหางนีโอไวส์ (NEOWISE)

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ยังได้แนะนำเทคนิค และวิธีการตามล่าดาวหางนีโอไวส์ รวมทั้งเทคนิคการถ่ายภาพดาวหางในเบื้องต้น ดังนี้

  • การติดตามข่าวสารจากเว็บไซต์ ที่ได้จากการเฝ้าสังเกตการณ์ของนักดาราศาสตร์ ซึ่งจะมีหอดูดาวสังเกตการณ์ตลอดทั้งปี และคอยอัพเดทข่าวสารเกี่ยวกับดาวหาง ที่อาจมีค่าความสว่างมากขึ้น จนสามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า เช่น https://theskylive.com ซึ่งมีข้อมูลดาวหางแบบ Real Time และค่าความสว่าง ตำแหน่งดาวหางล่วงหน้าอย่างละเอียด

  • การหาตำแหน่งดาวหางจาก โปรแกรม Stellarium ซึ่งควรอัพเดทโปรแกรมเวอร์ชั่นล่าสุด และสามารถดาวน์โหลดข้อมูลดาวหางลงไว้ในโปรแกรมบนคอมพิวเตอร์ของเรา เพื่อตรวจสอบตำแหน่งดาวหางในแต่ละวันได้ รายละเอียดตามลิงก์ : https://bit.ly/2CcgdPi

  • การวางแผนถ่ายภาพดาวหางในแต่ละวัน โดยสามารถใช้ โปรแกรม Stellarium ในการแสดงทิศทางการเคลื่อนที่ของดาวหาง รวมทั้งการคาดการณ์ค่าความสว่างของดาวหาง ในแต่ละช่วงได้อีกด้วย และควรตรวจสอบดวงจันทร์ที่อาจจะทำให้มีแสงรบกวนได้ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ : https://bit.ly/2ZOjqwW

  • อุปกรณ์สำหรับถ่ายภาพดาวหางสว่าง มีเพียง กล้องดิจิทัล, ขาตั้งกล้องที่มั่นคง, เลนส์ไวแสง แต่สำหรับดาวหางนีโอไวส์ครั้งนี้ แนะนำเลนส์ที่ช่วงทางยาวโฟกัส 24-70 mm. หรือ 70 – 200 mm. เนื่องจากขนาดปรากฏของดาวหางมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก

  • การหามุมรับภาพ เพื่อให้เราสามารถวางแผนเลือกใช้เลนส์และอุปกรณ์ที่เหมาะสมในการถ่ายภาพดาวหาง โดยสามารถใช้ โปรแกรม Stellarium ในการหามุมรับภาพ ตามลิงก์ : https://bit.ly/2WydE1o

  • การตั้งค่าถ่ายภาพดาวหาง เริ่มจากการใช้ค่ารูรับแสงกว้าง เช่น f/2.8 เพื่อให้กล้องไวแสงมากที่สุด คำนวณค่าความเร็วชัตเตอร์จากสูตร 400/600 ให้สัมพันธ์กับช่วงทางยาวโฟกัสของเลนส์ที่เราเลือกใช้ รายละเอียดตามลิงก์ : https://bit.ly/2Cpsdxw ตั้งค่าความไวแสง ISO โดยอาจเริ่มจาก ISO 800 ขึ้นไป และปรับเพิ่มขึ้นตามสภาพแสงของท้องฟ้า

  • การมองหาดาวหางด้วยตาเปล่า ในระหว่างวันที่ 18-23 กรกฎาคม 2563 นี้ สามารถเริ่มต้นมองหาไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ตั้งแต่เวลา 19.30 น. เป็นต้นไป และใช้การถ่ายภาพด้วยเลนส์มุมกว้างประกอบการค้นหา เนื่องจากกล้องถ่ายภาพสามารถรวมแสงวัตถุจางๆ ได้ดีกว่าตาเปล่า แล้วเช็คดูภาพที่หลังกล้อง หรืออาจใช้กล้องสองตาในการค้นหาด้วยเช่นกัน

ขอบคุณข้อมูลและภาพ : สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT)

อ่านข่าวเพิ่มเติมที่

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...