เหตุผลที่หนังไตรภาคสุดฮิตเหล่านี้ ไม่มีภาค 4
เป็นธรรมดาของฮอลลีวูดอยู่แล้วถ้าหนังภาคต่อเรื่องไหนยังคงทำกำไร ผู้สร้างก็จะยังคงสร้างภาคต่อไปเรื่อย ๆ ตราบใดที่คนดูยังต้อนรับอยู่เสมอ ซึ่งโดยส่วนใหญ่คุณภาพของหนังก็มักจะสวนทางกับจำนวนตัวเลขภาคต่อที่มากขึ้น ตัวอย่างเช่น Rambo 5 ภาค, Die Hard 5 ภาค, Rocky 5 ภาค, Final Destination 5 ภาค, Step UP 5 ภาค, Terminator 5 ภาค ไม่นับภาคล่าสุด, Toy Story 4 ภาค, Alien 4 ภาค, Leathal Weapon 4 ภาค ยังมีอีกเยอะมาก แต่ก็ยังไม่มีใครไปได้ไกลเท่า Fast and Furious ที่น่าจะไปได้ถึง 10 ภาค
แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีอีกหลายเรื่อง ที่เป็นหนังฮิตแม้จะสานต่อมาครบเป็นไตรภาคแล้วก็ตาม แต่หนังก็ยังทำเงินได้ดี แต่ผู้สร้างก็ยินดีจะจบแค่นั้นไม่ขอสานต่อไปถึงภาค 4 และภาค 5 ทั้งที่ผู้ชมก็ยังยินดีต้อนรับถ้าหนังจะมีภาคต่อก็ตาม และนี่คือเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมนะ ไตรภาคสุดฮิตเหล่านี้ถึงไม่สร้างภาค 4 ตามออกมาล่ะ
Dark Knight Trilogy / Warner Bros.
Batman Begins(2005) 205 ล้านเหรียญ
The Dark Knight(2008) 533 ล้านเหรียญ
The Dark Knight Rises(2012) 448 ล้านเหรียญ
รายได้รวม 1,189 ล้านเหรียญ ( รวมรายได้ตอนเอากลับมาฉายรอบสองแล้ว)
เหตุผลที่ไม่สร้างภาค 4 : คริสโตเฟอร์ โนแลน รู้สึกว่าพอแค่นี้ เขาบรรจงเล่าเรื่องราวออกมาเป็นไตรภาคอย่างประณีตบรรจง และคิดว่าเรื่องราวสมบูรณ์ครบถ้วนแล้ว นักข่าวได้ถามคำถามนี้กับคริสเตียน เบล ผู้รับบท บรู๊ซ เวย์น และ Batman ด้วยเช่นกัน
“เราต้องเจอกับคำถามแบบนี้แน่นอนอยู่แล้ว “หนังภาค 4 ล่ะ?” ผมก็ตอบเสมอว่า “ไม่แล้ว งานของเราขึ้นอยู่กับความใฝ่ฝันของคริสเท่านั้น ซึ่งเขาตั้งใจอย่างยิ่งว่าจะทำเป็นไตรภาคเท่านั้น อย่าต่อไปมากกว่านี้เลย มันจะยืดเยื้อเกินไปถ้าต้องมีภาค4 นะ”
Blade Trilogy / New Line Cinema
Blade(1998) 131 ล้านเหรียญ
Blade II(2002) 155 ล้านเหรียญ
Blade: Trinity(2004) 131 ล้านเหรียญ
รายได้รวม 417 ล้านเหรียญ
เหตผลที่ไม่สร้างภาค 4 : สำหรับไตรภาค Blade นั้น มีหลายเหตุผลที่หนังไม่ได้ไปต่อ
- นิวไลน์ ซีนีมา สตูดิโอเจ้าของหนังไม่พอใจคุณภาพของหนังภาค 3 เลยยกเลิกแผนการที่จะสร้างภาคต่อ ทำเอา ไรอัน เรย์โนลด์ ซวยไปด้วย เพราะเขาและเจสซิกา บีล ได้เปิดตัวในหนังภาคนี้ในฐานะคู่หู “Nightstalkers” ซึ่งเดิมทีทางนิวโลน์ ซีนีมา มีแผนการจะสร้างภาคแยกให้กับ “Nightstalkers” ก็เลยถูกยกเลิกไปด้วย เห็นได้ว่า ไรอัน เรย์โนลด์ นี่เวียนว่ายตายเกิดในแวดวงหนังซูเปอร์ฮีโรอยู่ยาวนานมาก พอมาได้เป็น Green Lantern หนังก็เจ๊งอีก กว่าจะได้มาแจ้งเกิดในบท Deadpool
- อีกเหตุผลหนึ่งคือกรณีพิพาทของ เวสลีย์ สไนป์ ฟ้องร้อง นิวไลน์ ซีนีมา ที่ไม่จ่ายเขาตามสัญญาที่เซ็นกันไว้ ไม่ขอลงรายละเอียดในเรื่องของสัญญานะครับ คดีนี้ยืดเยื้อยาวนานมาก จนเงื่อนไขสัญญาที่นิวไลน์ ถือครองลิขสิทธิ์ตัวละคร Blade หมดลง ต้องคืนให้กับมาร์เวลไปในที่สุด ตอนนี้ก็มีข่าวว่า มาร์เวล จะรีบูต Balde แล้วให้ มาเฮอร์ชาลา อาลี มารับบทนำ
Spider-Man Trilogy / Sony Pictures Releasing
Spider-Man(2002) 825 ล้านเหรียญ
Spider-Man 2(2004) 788 ล้านเหรียญ
Spider-Man 3(2007) 894 ล้านเหรียญ
รายได้รวม 2,507 ล้านเหรียญ
แผนการสร้างภาค 4ไม่ใช่เป็นแค่แนวความคิดนะ แต่ทุกอย่างลงตัวหมดแล้ว พร้อมจะเปิดกล้องแล้วด้วย แล้วไม่ใช่แค่ภาค 4 เพราะโซนี่ไฟเขียวให้สร้างภาค 5 ต่อกันไปเลย คนที่รับทรัพย์แบบอื้อซ่าก็คือ โทบี้ แม็กไกวร์ ที่เจรจาได้ค่าตัวมาถึง 50 ล้านเหรียญ สำหรับ Spider-Man 4 และ 5 จอห์น มัลโควิช จะมารับบทเป็น Vulture และบทนางเอกคนใหม่ เฟลิเซีย ฮาร์ดี้ ตกเป็นของ แอนน์ แฮทธาเวย์ ในปลายปี 2009 แกรี่ รอส ผู้รับหน้าที่เขียนบทภาพยนตร์แจ้งข่าวกับทางโซนี่ว่าบทใกล้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้เตรียมเปิดกล้องได้เลย ทางโซนี่ก็เดินหน้าเตรียมงานทันที ประกาศเปิดกล้องเดือนมีนาคม 2010 โซนี่ประกาศจองวันฉายทันที 6 พฤษภาคม 2011
เหตุผลที่ไม่สร้างภาค 4 : อ้าว! ทุกอย่างก็ฟังดูดี ลงตัวแล้วนี่ แล้วปัญหามันอยู่ตรงไหนล่ะ ทำไมเราไม่ได้ดู Spider-Man 4 กัน มันอยู่ที่คนนี้ครับ ที่เรายังไม่ได้เอ่ยชื่อเขาออกมาเลย แซม ไรมี่ ผู้กำกับ หรือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของไตรภาค Spider-Man ตัวจริงนี่ล่ะ ที่ดูแผนการที่โซนี่วางแล้วก็ส่ายหัวท่าเดียว ยืนยันว่าเขาไม่มีทางสร้างหนังออกมาให้ดีได้หรอก ในกำหนดเวลากระช้้นชิดแบบนี้ ขอไม่ทำดีกว่า พอแซม ไรมี่ ไม่ทำ โซนี่ก็ไม่ง้อ ยกเลิกโพรเจกต์มันหมดเลยแล้วกัน เหมือนงอนยังไงไม่รู้ แล้วก็ประกาศรีบูตใหม่ ในปี 2012
The Hangover Trilogy / Warner Bros.
The Hangover(2009) 469 ล้านเหรียญ
The Hangover Part II(2011) 586 ล้านเหรียญ
The Hangover Part III (2013) 362 ล้านเหรียญ
รายได้รวม 1,417 ล้านเหรียญ
นี่คือหนังที่ไม่ได้ตั้งใจจะสร้างเป็นไตรภาคเลย แต่ภาคแรกดันประสบความสำเร็จเกินคาด จากเรื่องของแก๊งหนุ่มเมาปลิ้นในลาสเวกัส ตื่นมาจำอะไรไม่ได้ เจอแต่ความวินาศสันตะโร ข้าวของเสียหายและที่สำคัญเพื่อนที่เป็นเจ้าบ่าวหายตัวไป กลายเป็นหนังคอมเมดี้ ที่ผสมปริศนาได้อย่างลงตัว ผลคือหนังฮิตถล่มทลาย จากทุนสร้างแค่ 35 ล้านทำรายได้ทั่วโลกไปถึง 469 ล้านเหรียญ ทำให้ แบรดลีย์ คูเปอร์ และ แซก กาลิฟิอานาคิส กลายเป็นดาราท็อปฮิต
เหตุผลที่ไม่สร้างภาค 4 : ปัญหาคือจะเล่าเรื่องราวภาค 2 และภาค 3 อย่างไรให้ไม่ซ้ำรอยเดิม หนังก็เลยย้ายให้เรื่องราวในภาค 2 มาเกิดขึ้นในประเทศไทย แล้วภาค 3 ไปเกิดเหตุในเม็กซิโก ผู้ชมดูแล้วรู้สึกว่าเนื้อหา บรรยากาศหนังมันช่างแตกต่างจากภาคแรกจัง ทำให้รายได้ของภาค 3 ในสหรัฐฯ ตกฮวบไปที่ 112 ล้านเหรียญ น้อยเกินครึ่งของรายได้ภาค 2 เสียอีก แถมภาค 3 ยังได้เข้าชิงรางวัลหนังยอดแย่เวทีราสซี่อวอร์ดเสียอีก เมื่อทิศทางหนังเริ่มดิ่งลงแบบนี้ ถ้าภาค 4 ออกมาวี่แววคงจะมีแต่เจ๊งกับเจ๊ง
Taken Trilogy / 20 Century Fox
Taken 1(2008) 226 ล้านเหรียญ
Taken 2(2012) 376 ล้านเหรียญ
Taken 3 (2014) 326 ล้านเหรียญ
รายได้รวม 926 ล้านเหรียญ
นี่คือหนังฟลุค เพราะทีมผู้สร้างเองก็ไม่เคยคาดหวังว่าหนังจะฮิตได้ถึงเพียงนี้ ภาคแรกถูกปล่อยออกมาในปี 2008 การเลือกเอา เลียม นีสัน พระเอกที่รู้จักกันดีในฐานะนักแสดงขายฝีมือแบบจริงจัง แล้วจับมาเปลี่ยนภาพพจน์เป็นแอ็กชันฮีโร ในบท ไบรอัน มิลล์ อดีตมือสังหาร CIA ที่มีทักษะการต่อสู้ขั้นสูง แต่แล้วลูกสาวก็ถูกผู้ก่อการร้ายลักพาตัวไป เขาจึงต้องกลับมาสวมวิญญาณนักฆ่าอีกครั้งเพื่อช่วยชีวิตลูกตัวเอง หนังสร้างปรากฏการณ์อย่างมาก ด้วยรายได้สูงพ้นหลัก 200 ล้านเหรียญ แม้ว่าหนังจะปล่อยฉายในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งไม่ใช่ช่วงเวลาทำเงินในระดับบล็อกบัสเตอร์เลย แต่เสียงตอบรับอันล้นหลามมาจากความพึงพอใจของผู้ชมที่เหมือนได้กลับไปดูหนังแอ็กชันในสไตล์ยุค 80s อีกครั้ง ทำให้ Taken2 และ Taken3 ถูกปล่อยตามออกมา
เหตุผลที่ไม่สร้างภาค 4 : Taken คือภารกิจของ ไบรอัน มิลล์ เท่านั้น และ ไบรอัน มิลล์ ก็จะต้องเป็น เลียม นีสัน คนเดียวเท่านั้น ตัวเลขของภาค 3 ก็ยังพ้นหลัก 300 ล้านเหรียญอยู่เลย มีหรือที่ผู้สร้างจะไม่อยากสานต่อ แต่เมื่อ เลียม นีสัน ไม่กลับมาก็เป็นอันยุติแฟรนไชส์ Taken
เลียม นีสัน ให้สัมภาษณ์ในรายการ The Graham Norton Show
“ตอนที่จะสร้างภาค 2 ผมก็เคยบอกไว้แล้วนะว่ามันจะไม่เกิดขึ้น ผมก็พูดแบบเดียวกันอีกตอนที่จะสร้างภาค 3”
“พอพูดไปแล้วว่าจะไม่กลับมาแสดง มันก็เหมือนดูถูกผู้ชมพอ ๆ กับที่ผมดูถูกตัวเองด้วย”
และเมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ของภาค 4
“ไม่แล้ว ไม่มีทาง มันหลายครั้งเหลือเกินแล้วที่ลูกของคุณโดนลักพาตัว”
(อ่านต่อหน้า 2 กับ Back to the Future กดด้านล่างเลย)