โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อบอุ่น กินใจ “พ่อเลี้ยงเดี่ยว” มีลูกเป็น LGBT ผ่านบทเพลง “อย่างน้อยก็มากพอ”

daradaily

อัพเดต 18 ส.ค. 2563 เวลา 09.56 น. • เผยแพร่ 18 ส.ค. 2563 เวลา 09.30 น.

อบอุ่น กินใจ "พ่อเลี้ยงเดี่ยว" มีลูกเป็น LGBT ผ่านบทเพลง "อย่างน้อยก็มากพอ"

          "พ่อเลี้ยงเดี่ยว" คือหัวใจของเพลงนี้ในอีกความหมายหนึ่งที่ถ่ายทอดให้เห็นว่าต้องรับมือกับการสูญเสียคนในครอบครัว หนึ่งตัวอย่างที่ถูกยกขึ้นมานำเสนอในเพลง "อย่างน้อยก็มากพอ" ร้องโดย "GETSUNOVA x NOI PRU" คือการที่คนเป็นพ่อต้องเปิดใจยอมรับตัวตนของลูกชายที่เป็น "LGBT" เรียกว่าในสังคมไทยมีเยอะมาก ถือเป็นการหยิบยกประเด็นออกมาพูดได้อย่างน่าสนใจ สอดแทรกมุมมองของคนเป็นลูก ที่ต้องเผชิญปัญหาทั้งสภาพจิตใจที่สูญเสียคนเป็นแม่ บวกกับตัวตนที่ไม่กล้าที่จะเปิดเผยออกมา เพียงเพราะคิดไปเองว่าสังคมรวมถึงคนที่บ้านจะรับไม่ได้

          เมื่อ "เพศแม่" เป็นเสมือนผู้ที่รองรับเหตุผลความเป็น LGBT ดังนั้นวันนี้ไม่มีแม่แล้ว คนเป็นลูกจะปรึกษาใคร? เรื่องราวนี้ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านฉากใน MV เพลง "อย่างน้อยก็มากพอ" ซึ่งจุดสังเกตุคือเมื่อลูกโพสต์ระบายความรักจากลูกถึงแม่ว่า "นอกจากแม่แล้ว ไม้คนรักผู้หญิงคนไหนไม่ได้อีก" การโพสต์ระบายความในใจของลูกสื่อสารให้เห็นได้ว่าขาดที่ปรึกษาทางใจ เพราะสิ่งหนึ่งที่ลูกอยากระบายอาจจะทำให้คนเป็นพ่อผิดหวัง หรือไม่เข้าใจนั่นเอง

          จุดขัดแย้งของเรื่องอยู่ที่คนเป็น "ลูก" ถูกเพื่อนที่โรงเรียนรังแก หรือที่เรียกว่าการถูก "บูลลี่" จากเพื่อนที่โรงเรียน ถูกรังแกทั้งทางวาจาและร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการล้อเลียนรูปร่าง หน้าตา สถานะทางสังคม รวมถึงการทำร้ายร่างกาย ในฉากนี้คนที่เป็นลูกโดนล้อเลียนโดยเขียนกระดาษติดบนเสื้อด้านหลังว่า "เตะตุ๊ดฟรี" เป็นเหตุให้มีเรื่องของการทะเลาะวิวาทเกิดขึ้น จนในที่สุดเรื่องก็บานปลายไปถึงการต้องเรียกผู้ปกครองมาพูดคุย จากตรงนี้เห็นได้เลยว่านี่คงเป็นเรื่องที่เราทุกคนเห็นกันแบบชินชา การประจาน การบูลลี่ การล้อเลียน ทุกสังคมแม้แต่ในโรงเรียนมักเกิดขึ้นเป็นประจำ การแก้ปัญหาที่ดี นอกจากสร้างจิตสำนึก ซึ่งอาจเรียกได้ว่านามธรรมเป็นอย่างมาก นี่อาจเป็นวิธีหนึ่งที่เรื่องนี้ถูกถ่ายทอดและสอดแทรกในมิวสิควิดีโอเพลงนี้ได้อย่างน่าสนใจ

          ที่สำคัญใน MV นี้ยังถ่ายทอดมุมมองอีกด้านหนึ่ง หากคนเป็นพ่อใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา สิ่งที่เกิดขึ้นยิ่งทำให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้นเพราะ "Action เท่ากับ Reaction" เมื่อพ่อทุบตี ลูกก็อาจจะซึมซับความรุนแรงในการแก้ปัญหาและเกิดปัญหาบ้านแตก จนลูกต้องหนีออกจากบ้านก็เป็นได้ แต่ใน MV พยายามสะท้อนให้เห็นมุมมองของ "พ่อเลี้ยงเดี่ยว" ที่ต้องใช้เหตุและผลรวมถึงดึงสติเข้าไปพูดคุยและขอโทษลูก ฉากนี้กลับทำให้พ่อได้เปิดใจเห็นตัวตนที่แท้จริงของลูก อย่างที่บอกว่าไม่มีพ่อคนไหนที่อยากให้ลูกชายตัวเองเป็นตุ๊ดหรอก แต่ก็ไม่มีพ่อคนไหนที่เกลียดความเป็นตัวตนของลูกเช่นกัน แต่ความเป็นตุ๊ด หรือ LGBT ก็ไม่ใช่เรื่องน่ารังเกียจของสังคม เรายิ่งต้องมองว่าเขาคือคนปกติ ใช้ชีวิตได้แบบคนอื่นๆ ในสังคมนั่นเอง

          จุดคลี่คลายเรียกว่าสร้างเนื้อหาได้อย่างอบอุ่นและมีเสน่ห์มาก ผู้กำกับมีความตั้งใจเลือกชื่อ "ไม้ MAI" ภาษาอังกฤษมาทำเป็นกิ๊บติดผม เพราะสามารถอ่านสลับตัวอักษรกับชื่อแม่ที่ว่า "เอม AIM" (เพราะเวลาอ่านกลับหลังมันมีความหมายซ่อนอยู่ "MAI - I AM" หรือเปล่า?) เรียกว่าจัดวางได้แบบมีความหมาย ลูกพยายามแสดงตัวตนอีกด้านออกมาในแบบที่เขาเป็น ทาลิปสติก สวมร้องเท้าส้นสูง กล้าแสดงออกในสิ่งที่เค้ารักคือการแต่งหญิงเป็นเชียร์ลีดเดอร์ ฉากที่ทำให้ "ขนลุก" ไปตามๆ กันคือ สายตาของคนเป็นพ่อที่มองความสำเร็จของลูกและยอมรับในสิ่งที่เขาเป็น การยิ้ม การซัพพอร์ต การกอด คือวัคซีนที่จะปกป้องรวมถึงเป็นการส่งกำลังใจให้กับลูก ความรักในครอบครัวคือเกราะป้องกันปัญหาทุกสิ่ง

          ความสวยงามของเพลงนี้ในช่วงท้ายเรียกว่าถูกที่ ถูกเวลา กับคำร้องของ "น้อย วงพรู" ในท่อนที่ร้องว่า "ก็เพราะทุกอย่างที่เธอเคยได้ทำ (แต่อย่างน้อยก็มากพอ) นั้นเปลี่ยนใจที่เคยบอบช้ำ (แต่อย่างน้อยเธอสำคัญ) ความอ่อนโยนทุกทุกถ้อยคำ (สำหรับฉัน) คอยเติมให้และทำให้ความหวังของฉัน ….กลับมา" เสียงที่เป็นเอกลักษณ์บวกกับสายตาของนักแสดงที่รับบทเป็นลูก เห็นพ่อของตัวเองเป็นทั้งพ่อและแม่ในคนเดียวกัน รวมถึงสายตาของนักแสดงที่รับบทพ่อ มองเห็นแม่ในตัวลูก​ มันทำให้คนดูเข้าใจเค้าทั้ง​ 2 คน​มากขึ้น

          ดู MV หลายรอบจะไม่พูดถึงนักแสดงก็คงไม่ได้ บอกเลยว่าแทบจะสลัดภาพความเป็น "คุณรุจน์, พี่รุจน์, ป้ารุจน์, ยามรุจน์" ไม่ได้เลย แต่เจ้าตัวก็แสดงออกมาได้ดีมาก ทั้งผ่านสีหน้า แววตา อินเนอร์ก็ดีสุดสมกับบทบาทพ่อในครั้งนี้ ยิ้ม เศร้า ดุ โมโห ได้อย่างพอดี ให้ 10/10 เลยทีเดียวสำหรับการแสดงของ "บ็อบบี้ นิมิตร ลักษมีพงศ์" ส่วนอีกคนที่ต้องยกนิ้วให้คือน้อง "YONGTERNG (หย่งเถิง)" ที่รับบทเป็นลูกใน MV อย่างน้อยก็มากพอ ซึ่งในชีวิตจริง "หย่งเถิง" ก็ยอมรับว่าตัวเองว่าเป็น LGBT และมีสตอรี่ที่คล้ายกับเรื่องราวใน MV จึงสามารถแสดงออกมาได้อย่างเป็นตัวเองและธรรมชาติ เรียกว่าเนื้อเรื่อง "ดัดแปลงจากเรื่องจริง" ก็ว่าได้ เอาเป็นว่าเพลงนี้นำเสนอประเด็นทางสังคมได้อย่างสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นบทเพลงหรือการถ่ายทอดผ่านมิวสิควิดีโอ อบอุ่นจนน้ำตาไหล ไม่แปลกใจที่ปล่อยได้แค่ไม่กี่วันยอดวิวก็ทะลุล้าน ต้องปรบมืออีกครั้งให้กับทีมงานทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลัง "GETSUNOVA x NOI PRU"

ชมมิวสิควิดีโอเพลง : "อย่างน้อยก็มากพอ" ร้องโดย GETSUNOVA x NOI PRU

 

Produced by พูนศักดิ์ จตุระบุล

Recorded at Kandee Ztudio

Engineered & Recorded by วรวรรธน์ วิวรรธน์วณิชย์, จารุพันธ์ ศรีม่วงกลาง

Assistant Engineer : ภาคภูมิ แหทอง, อานันท์ พัวนิรันดร์

Digital Editing : วรวรรธน์ วิวรรธน์วณิขย์

Bass : พัชรพงศ์ เรืองหิรัญวงศ์

Mixed & Mastered by มณฑล ดิลกชวนิศ At Frenzyheart Studio

Executive Producer : พูนศักดิ์ จตุระบุล

​​​​​​​

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...