โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความรุ่งเรืองแห่งอดีตกาล : วัดบุพพาราม พระพุทธรูปไม้สักแห่งเมืองล้านนา อายุกว่า 400 ปี

สวพ.FM91

อัพเดต 28 มี.ค. 2564 เวลา 07.44 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. 2564 เวลา 07.44 น.

ทีมข่าว สวพ.FM91 เดินทางมากับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมชมศิลปวัฒนธรรมแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ที่วัดบุพพาราม ซึ่งตั้งอยู่ถนนท่าแพ ตำบลช้างคลาน อำเภอ เมืองเชียงใหม่ จังหวัด เชียงใหม่ โดยวัดแห่งนี้เดิมเป็นพระราชอุทยานของพระเจ้าติโลกราช กษัตริย์ผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 4
ชาวบ้านทั่วไปเรียกวัดนี้ว่า วัดอุปา หรือ อุปาเม็ง เนื่องจากเมื่อพม่าเข้ามาปกครองเมืองเชียงใหม่ตั้งแต่ปี พศ.2101 เป็นต้นมา ได้มีพวกมอญ (เม็ง) เข้ามาอยู่บริเวณรอบๆ วัดเป็นจำนวนมาก ได้ให้การอุปถัมภ์บำรุงวัดเป็นอย่างดี ทำให้ศาสนวัตถุถูกเปลี่ยนแปลงเป็นศิลปะแบบมอญ
โดยกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนโบราณสถานของวัดไว้ได้แก่ พระเจดีย์ วิหารใหญ่ วิหาร เล็ก นอกจากนั้นยังมีสิ่งก่อสร้างใหม่ในสมัยคือ กุฏิสงฆ์ หอฉัน หอมณเฑียรธรรม อาคารเรียนพระปริยัติ ธรรม และอาคารเฉลิมพระเกียรติมหาราชินี 
สิ่งก่อสร้างภายในวัดที่น่าสนใจ พระเจดีย์ (บรรจุพระเกศาธาตุ) พระเจดีย์องค์นี้ถูกสร้างในสมัยใดไม่ปรากฏ  ได้มีการบูรณะโดยเสริมองค์เจดีย์ทั้งองค์เปลี่ยนรูปทรงใหม่ เป็นศิลปะของมอญ มีฉัตรเล็ก ๘ ฉัตร  วิหารหลังเล็กสร้างมาประมาณ 300 กว่าปี ถูกบูรณะมาหลายครั้งหลายคราว ข้างในมีพระประธานอยู่ 2 องค์  และมีการเสริมโดยการปั้นมอม สัตว์หิมพานต์ 2 ตัวไว้ตรงบันได  ส่วนวิหารหลังใหญ่เป็นที่ประดิษฐานพระมหาพุทธปฏิมากร ซึ่งหล่อด้วยทองแดงล้วน นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปทำจากไม้สักขนาดใหญ่ทั้งต้นโดยจากประวัติเชื่อว่า พระนเรศวรเป็นผู้สร้าง และเจ้าน้อยมังกรซึ่งเป็นทหารชาวไทยใหญ่ได้นำมาถวายไว้ที่วัดแห่งนี้
 
สิ่งน่าสนใจของวัดแห่งนี้อีกอย่างคือ บ่อน้ำ หรือบ่อน้ำทิพย์ มีมาก่อนสร้างวัดแล้ว โดยวัดแห่งนี้มีอายุกว่า 524 ปี เป็นบ่อน้ำที่อยู่ในพระราชอุทยานของพระเจ้าติโลกราช ศรัทธา ความเชื่อ ความเลื่อมใส ที่น้ำอันบริสุทธิ์ สะอาด เยือกเย็น จึงนำมาใช้สระองค์พระบรมสารีริกธาตุเจ้า และได้สงวนบ่อน้ำนี้ไว้ เพื่อเป็นน้ำสำหรับสรง และใช้ในการประกอบพิธีเท่านั้น  โดยห้ามสตรีเข้าไปภายในบริเวณบ่อน้ำเป็นเด็ดขาด และเมื่อปี พ.ศ. 2530 ในหลวงรัชกาลที่9 ทรงมีพระชนมายุครบ 5 รอบ เจ้าหน้าที่พระราชวัง จึงนำเอาน้ำบ่อทิพย์แห่งนี้ไปถวายเป็นน้ำสรงพระองค์ และ ต.ค. พศ.2554 เวลา  คณะสงฆ์ และศรัทธาประชาชนได้ ประกอบพิธีตักน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้อีกครั้งหนึ่ง เพื่อนำไปประกอบพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์พร้อมน้ำศักดิ์สิทธิ์ทั่วประเทศ ทูลเกล้าถวาย แด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อเป็นน้ำสรงอภิเษกในพระราชพิธีออกมหาสมาคม เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ  และเดืนเมษายน  พศ.2562 ได้ประกอบพิธีตักน้ำศักดิ์สิทธิ์จากบ่อน้ำทิพย์แห่งนี้ นำขึ้นถวายร่วมเป็นน้ำอภิเษกในพิธีบรม ราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 
ปัจจุบันนี้ประเพณีสรงน้ำพระบรมธาตุวัดบุพพารามยังถือปฏิบัติกันอยู่ตามปกติ ถือเป็นประเพณีประจำปี 
อย่างไรก็ตาม วัดแห่งนี้ยังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นอย่างมาก เนื่องจากใช้เป็นสถานที่ในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Lost in Thailand ที่ได้รับความนิยมและฉายในประเทศจีน ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวจีนนิยม มาตามรอยสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์และกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดด้วย  

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...