โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

(No Spoil) นัยที่ซ่อนไว้ ใน Raya and the Last Dragon ตะวันตกคาดหวังอะไรจากอาเซียน

BT Beartai

อัพเดต 07 มี.ค. 2564 เวลา 04.07 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. 2564 เวลา 13.28 น.
(No Spoil) นัยที่ซ่อนไว้ ใน Raya and the Last Dragon ตะวันตกคาดหวังอะไรจากอาเซียน

Raya and the Last Dragon คือ หนังแอนิเมชันเจ้าหญิงดิสนีย์เรื่องล่าสุด ที่มาพร้อมธีมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งการประดิษฐ์สร้างสรรค์งานภาพและออกแบบศิลป์ที่ผสมผสานหลากหลายวัฒนธรรมของภูมิภาคนี้ได้อย่างลงตัว โดยอาจถือว่าเป็นการถือครองความชื่นชมได้ร่วมกันอย่างที่ไม่มีประเทศไหนได้เปรียบเสียเปรียบทีเดียว ทว่าสิ่งหนึ่งที่น่าวิเคราะห์ถึงสำหรับหนังเรื่องนี้ที่แม้จะไม่ได้พูดโดยตรง แต่ก็สะท้อนมุมมองที่ตะวันตกมองภูมิภาคนี้ทางอ้อมได้อย่างน่าสนใจไม่น้อย และนี่คือสิ่งที่พอพูดถึงได้ โดยไม่เกินการตีความที่มากไป และไม่สปอยล์เนื้อหาของหนัง

อ่านรีวิว Raya and the Last Dragon

Raya and the Last Dragon

ฉากหลังที่แท้จริงในเรื่อง Raya คือแม่น้ำโขง

แม้จะพูดได้ว่าหนังเรื่องนี้อุทิศให้แก่ประเทศกลุ่มอาเซียนทั้ง 10 ชาติ คือ กัมพูชา ไทย บรูไน พม่า  ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ลาว เวียดนาม สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ซึ่งสามารถเห็นได้จากการผสมผสานหลากหลายองค์ประกอบทางศิลปะและวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกันแบบแยกไม่ออก แต่สังเกตได้ว่า นครคูมันตรา หรือแผ่นทวีปของเรื่องนี้กลับประกอบไปด้วย 5 อาณาจักรเท่านั้น มองในทางหนึ่งก็อาจเข้าใจได้ว่าต้องย่นย่อเพื่อเล่าเรื่องราวให้ได้ภายในเวลาจำกัด

แต่เมื่อมองถึงแผนที่ของนครคูมันตรา แล้วก็จะเห็นภาพชัดขึ้นว่า สายน้ำรูปมังกรที่เป็นหัวใจของนครคูมันตราจนอาจกล่าวได้ว่าสร้างทวีปนี้ขึ้นมานั้น มีลักษณะที่ค่อนข้างคล้ายแม่น้ำโขงอยู่เหมือนกัน ยิ่งว่ากลุ่มประเทศที่เกี่ยวพันกับแม่น้ำโขงนั้น หากไม่นับ จีน ก็จะประกอบด้วย 5 ประเทศกลุ่มอาเซียน คือ พม่า ลาว ไทย กัมพูชา และเวียดนาม ด้วยแล้ว ก็จะสอดคล้องกับตัวเนื้อหาได้พอดิบพอดี

Raya and the Last Dragon
แม่น้ำโขง

โดยแม่น้ำโขง ถือเป็นแม่น้ำสายใหญ่ของโลกที่มีความยาวประมาณ 4,900 กิโลเมตร ยาวเป็นอันดับ 10 ของโลก มีต้นน้ำอยู่บนภูเขาจี้ฟู ส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัยบนที่ราบสูงทิเบต เขตจังหวัดหยู่ซู่ มณฑลฉิงไห่ ประเทศจีน และไหลผ่าน 6 ประเทศก่อนแตกเป็นแม่น้ำ 9 สาย ไหลลงทะเลจีนใต้ที่ประเทศเวียดนาม โดยคนเวียดนามยังขนานนามว่า 9 มังกร ด้วย

เมืองหางที่ปลายแม่น้ำก็แอบมีแตกเป็นแม่น้ำ 9 สายด้วยนะ

ดูแผนที่แล้วจะมโนว่าประเทศไหนคือเมืองไหนในเรื่องก็สุดแล้วแต่ละคนจะมอง ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าไม่ได้มีนัยตรงชัดเจนขนาดอ้างได้เช่นนั้น

ตัวร้ายที่แท้จริงในเรื่อง Raya คือ..

ภัยร้ายในเรื่องตามที่ได้มีการเกริ่นนำมาตั้งแต่ตัวอย่างหนัง ได้กล่าวถึง ดรูน กลุ่มก้อนพลังที่ดูชั่วร้าย ราวหลุดมาจากหนังไซไฟ ซึ่ีงเมื่อพัดผ่านสิ่งมีชีวิตใดก็จะเปลี่ยนให้กลายเป็นหิน ไม่เว้นแม้แต่มังกรเองก็ตาม เมื่อว่ากันตามความสำคัญของวัฒนธรรมอาเซียนที่พึ่งพาน้ำเป็นหลัก และมักมีน้ำเป็นส่วนเกี่ยวข้องทั้งวิถีชีวิต วัฒนธรรมและพิธีกรรมต่าง ๆ ก็พูดได้ชัดเจนว่า ภัยร้ายของหนังนี้ แท้จริงคือ ความแห้งแล้ง และการจัดสรรทรัพยากรน้ำที่ไม่ดีพอ ทั้งจากปัญหาภายนอกเช่นสภาวะอากาศโลกเปลี่ยนแปลง และปัญหาภายในเช่นการแก่งแย่งน้ำกันของกิจกรรมการใช้น้ำของมนุษย์

พิธีกรรมอัญเชิญมังกร หรือนาค โดยการกรวดน้ำ

ซึ่งถ้ามองแบบใกล้ตัว แค่ในประเทศไทยเราเอง การจัดสรรทรัพยากรน้ำก็เป็นไปอย่างลำบาก ยิ่งในช่วงฤดูแล้ง ปัญหาที่คนเมืองกรุงเห็นได้ชัดก็คือการที่น้ำทะเลหนุนสูงรุกล้ำน้ำจืดในแม่น้ำเจ้าพระยาจนมีปัญหาน้ำประปารสกร่อยรสเค็มตามมา ทั้งนี้ก็เพราะน้ำจากด้านบนทั้งจากแหล่งน้ำธรรมชาติและในเขื่อนมีน้อยลง ทั้งยังต้องแบ่งออกเพื่อให้เพียงพอต่อภาคเกษตร การดำรงชีวิตของผู้คนที่เรียงรายสองฝั่งน้ำ และการรักษาระบบนิเวศไม่ให้สัตว์น้ำพืชน้ำตายอีก น้ำที่เคยมากพอมาดันน้ำทะเลก็เหลือน้อยสู้ไม่ไหว กลายเป็นปัญหาคนใช้น้ำด้านล่าง ครั้นจะช่วยด้านล่างเต็มที่ เกษตรกรหรือคนใช้น้ำด้านบนก็กลายเป็นต้องเสียสละอีก

Raya and the Last Dragon

มามองปัญหาแบบภูมิภาคมากขึ้น การแย่งชิงน้ำจากแม่น้ำโขงเป็นประเด็นที่หลายประเทศอาเซียนพูดถึงกันมาหลายปีแล้ว ซึ่งถ้าจะพูดอย่างเจาะจงมากขึ้นก็อาจกล่าวได้ว่าผลกระทบจากการสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าจิ่งหงของจีน และอีกหลายเขื่อนที่สร้างกั้นแม่น้ำโขงนั้น ทำให้แม่น้ำโขงมีปริมาณน้ำลดลง จนล่าสุดช่วงเดือนที่ผ่านมาแม่น้ำโขงลดระดับจนกลายเป็นสีฟ้า จากตามปกติที่จะเป็นสีน้ำตาลขุ่น ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกน้ำตื้นเขิน และระดับตะกอนที่อุดมไปด้วยสารอาหารต่ำ ส่งผลกระทบต่อการอพยพของสัตว์น้ำ ต่อการเกษตร ต่อความปลอดภัยด้านอาหาร และการคมนาคมขนส่ง เรียกว่ามีต่อประชาชนเกือบ 70 ล้านคนในหลายประเทศ ที่พึ่งพาแม่น้ำโขงในการดำรงชีวิตด้วย

Raya and the Last Dragon

และผลลัพธ์จากการพึ่งพาแม่น้ำโขงไม่ได้นี้เอง ย่อมส่งผลต่อเศรษฐกิจและรายได้ของประชาชนในกลุ่มประเทศนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ นั่นจึงอาจสะท้อนตรงกับเหล่าคนที่เมื่อถูกดรูนกลืนกินก็จะกลายเป็นหินยืนนิ่งแบมือ ในลักษณะเหมือนการอ้อนวอนขอพร หรืออีกด้านก็คือการขอทาน ขอการช่วยเหลือนั่นเอง จะบอกว่าความยากจน และพึ่งตนเองไม่ได้ คือพลังของตัวร้ายที่แท้จริงในเรื่องนี้ด้วยก็ว่าได้

Raya and the Last Dragon
Raya and the Last Dragon

แนวคิดการหาทางออกที่ฝั่งตะวันตกใบ้มา

น่าสนใจว่าเรื่องนี้ไม่มีฮีโรผิวขาว ผมบลอนด์ หน้าฝรั่ง ที่ไหน มาช่วยชาวนครคูมันตราเลย พูดตรง ๆ คืออเมริกันฮีโรไม่มีหน้าที่ช่วยเหลือทุกคนไม่เลือกหน้าอีกแล้ว ซ้ำยังบอกอ้อม ๆ ได้ด้วยว่าชาวนครคูมันตราต้องช่วยเหลือตัวเอง อย่างการที่ตัวอย่างหนังบอกเราว่า เจ้าหญิงรายาของเมืองหัวใจ ต้องออกตามหามังกรตัวสุดท้ายมากู้พลังศักดิ์สิทธิ์เพื่อทำลายพวกดรูนเอง โดยสมัครพรรคพวกที่เราเห็นต่างก็เป็นชาวเมืองต่าง ๆ ในนครคูมันตรานั่นเอง ไม่ว่าจะ บุญ พ่อครัวตัวแสบ น้อย และแก๊งลิงสุดกวน รวมถึง ทอง ทหารกล้าตาเดียว

Raya and the Last Dragon

ปัญหาในเรื่องที่ใบ้รายทางไว้ตลอดตั้งแต่หนังตัวอย่าง คือคำพูดของมังกรที่ว่า ต้องใช้ความเชื่อใจ อาจกล่าวได้ว่าชาติตะวันตกมองว่ากลุ่มประเทศอาเซียนมีพลังต่อรองกับมหาอำนาจอย่างจีน (จะใช้คำว่า ต่อกร ก็อาจเป็นการตีความเกินเนื้อหาไป) เพียงแต่ต่างคนต่างระแวงเพื่อนบ้านกันเองจนไม่มีใครยอมไว้ใจใคร ดั่งแก้วมณีที่แตกกระจาย ทั้งที่หากนำมารวมกันได้ก็จะเกิดพลังยิ่งใหญ่ให้น้ำไหลล้นจากหน้าผาใหญ่ที่คล้ายดังเขื่อนยักษ์ เสกให้คนที่กลายเป็นหินกลับมามีชีวิต หรือแม้แต่การทำให้เหล่ามังกรกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ซึ่งมังกรอาจมองได้ว่าสะท้อนจิตวิญญาณดั้งเดิมของคนในภูมิภาคนี้ที่จริงใจ และเปี่ยมมิตรภาพกลับคืนมาด้วยเช่นกัน

Raya and the Last Dragon
Raya and the Last Dragon

และพลังต่อรองสำคัญอีกประการของภูมิภาคนี้คือ อาหาร ที่ถูกเน้นย้ำหลายครั้ง โดยเฉพาะการรวมวัตถุดิบเพื่อปรุงรสที่เยี่ยมยอดได้ หรืออีกนัยหนึ่งเราคือครัวของโลก ได้อย่างไม่ต้องสงสัย

Raya and the Last Dragon

ซึ่งหากใครได้ชมหนังแล้วก็คงรู้ว่าตะวันตกกำลังเรียกร้องและสื่อสารมายังกลุ่มประเทศอาเซียนให้รวมพลังกัน และต้องมีคนยอมเริ่มก้าวแรก ยอมไว้ใจเพื่อนบ้านอย่างบริสุทธิ์ใจ และให้ของขวัญเขาก่อนที่จะได้รับ เมื่อนั้นก็อาจต่อรองกับประเทศต้นน้ำให้ช่วยกันขับไล่ดรูนออกไปจากทั้งแนวแม่น้ำโขงได้ แบบวิน-วิน ก็เป็นได้

ถือว่าลึกและเป็นสารที่น่าสนใจ ไม่ค่อยได้เจอจากหนังฮอลลีวูดเท่าใดนัก และแน่นอนน่าครุ่นคิดนะครับว่า คนไทยเราจะเป็นผู้เริ่มก้าวแรกแบบพ่อของรายาอย่างเบญจา เจ้าเมืองหัวใจก่อนได้ไหม หรือจะทำตัวปลอดภัยแบบเมืองเขี้ยวที่ทุกคนเกลียดชังดี?

Raya and the Last Dragon
Raya and the Last Dragon

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...