โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

รู้จัก "เซียนฮง" สถาพร งามเรืองพงศ์ ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ของ OR

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 23 มี.ค. 2564 เวลา 11.38 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. 2564 เวลา 11.38 น.

ทำความรู้จัก “เซียนฮง” หรือ สถาพร งามเรืองพงศ์ ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ของ OR มาแรงแซงหน้ากระทรวงการคลัง-สำนักงานประกันสังคม พร้อมเคล็ดลับในการเลือกหุ้น 

วันที่ 23 มีนาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานกรณี บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เสนอขายหุ้นให้ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) สร้างปรากฏการณ์ “หุ้นมหาชน” สมคำโฆษณาที่พยายามดึงดูดใจนักลงทุนรายย่อยให้เกิดความรู้สึกร่วมในความเป็นเจ้าของธุรกิจ

มีนักลงทุนรายย่อยจองซื้อหุ้น IPO ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 4.8 แสนราย โค่นแชมป์เก่าอย่างบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ลงอย่างราบคาบ ขณะที่ราคาหุ้นที่เปิดซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ (ตลท.) วันแรก ราคาเปิดทะยานขึ้นไปอยู่ที่ 26.50 บาท บวก 47.2% จากราคาจองซื้อ 18.00 บาท ปิดตลาดวันแรกราคาพุ่งขึ้นไปที่ 29.25 บาท สูงกว่าราคาจองซื้อ 11.25 บาทหรือ 62.50% ทั้งยังมีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 47,343.69 ล้านบาท

ระหว่าง OR ปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้น เพื่อเตรียมจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น “ประชาชาติธุรกิจ” ตรวจสอบข้อมูลผู้ถือหุ้นรายใหญ่พบว่า อันดับ 2 รองจาก บมจ.ปตท. ได้แก่ นายสถาพร งามเรืองพงศ์ ซึ่งมีหุ้น OR ทั้งหมด 244,298,900 หุ้น หรือร้อยละ 2.04 ซึ่งนับว่ามากกว่า GIC Private กองทุนระดับโลกจากสิงคโปร์ ที่อยู่ในอันดับ 3 รวมถึง กระทรวงการคลัง อันดับ 5 และ สำนักงานประกันสังคม อันดับ 6

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีหญิงนามสกุลเดียวกันกับนายสถาพร ถือครองหุ้น OR มากเป็นอันดับ 10

เด็กปี 1 กับเงิน 1 แสนบาท

สำหรับ นายสถาพร งามเรืองพงศ์ นั้น ไม่ใช่นักธุรกิจหรือลูกมหาเศรษฐีนามสกุลดัง ทว่าเป็นหนุ่มวัย 30 ที่นักเล่นหุ้นรู้จักกันดีในชื่อ “เซียนฮง” หรือ “เซียนหุ้นอัจฉริยะ” เริ่มเข้าสู่ตลาดหุ้นเมื่อช่วงปี 2547 ด้วยเงิน 100,000 บาท ระหว่างยังเป็นนักศึกษาปี 1 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

หลังจากโด่งดังในวงการหุ้น จากการเขียนบล็อก บทความ และให้สัมภาษณ์ตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ช่วงปี 2554-2555 เจ้าตัวก็หายหน้าหายตาไปเฉย ๆ ต่อมาจึงให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า “ไปเที่ยวรอบโลก” เพื่อออกจากการลงทุนไปใช้ชีวิต

“ผมเชื่อว่าหลักการที่เคยให้สัมภาษณ์ไป มันใช้ได้ตลอด และไม่อยากให้คนดูเบื่อ” นายสถาพรกล่าวถึงเหตุผลที่ห่างหายไป

ต่อมา ปี 2556 เขาทยอยซื้อหุ้น บมจ.บัตรกรุงไทย หรือ KTC  จากนั้นในปี 2562 เขาได้กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 4 ใน KTC ก่อนที่ 1 ปีต่อมา คือปี 2563 จะขยับขึ้นมาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 3 ของ KTC ก่อนทยอยขาย

ปัจจุบัน เซียนฮงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน 6 บริษัท ได้แก่ OR, KISS, MICRO, NOBLE, IVL และ SINGER รวมมูลค่า ณ ราคาปิดวันที่ 22 มีนาคม 2564 ที่ 11,508 ล้านบาท

เคล็ดลับเลือกหุ้นของ “เซียนฮง”

เซียนฮงเคยให้สัมภาษณ์ในรายการ Money Chat Thailand เมื่อปี 2562 ถึงหลักการเลือกหุ้นว่า เขาจะให้ความสำคัญกับผู้บริหารที่ซื่อสัตย์ เก่ง และมีไฟ ซึ่งการจะหาบริษัทที่มีผู้บริหาร ที่มีคุณสมบัติครบทั้ง 3 ข้อนั้น “ค่อนข้างยาก” แต่หากหาเจอ แล้วได้ในราคาที่ความคาดหวังของคนไม่เยอะ จะถือเป็นการลงทุนที่สร้างกำไรให้มหาศาล

“เรื่องความความซื่อสัตย์ ต้องดูว่าเขาไม่เคยมีประวัติถูก ตลท.หรือ ก.ล.ต.เรียกไปปรับ ไม่มีข่าวเรื่องเอาเปรียบสังคม พูดเกินจริง เมื่อเห็นว่าเขาไม่มีประวัติเสียหาย แล้วค่าใช้จ่ายของบริษัท เมื่อเทียบกับเพื่อนในอุตสาหกรรมต้องต่ำกว่า เพราะคนไม่ซื่อสัตย์ส่วนใหญ่ค่าใช้จ่ายเขาจะเยอะผิดปกติ” เซียนฮงกล่าวและว่า

ส่วนเรื่อง “ความเก่ง” พิจารณาจากงบการเงิน ซึ่งจะมี ROE (อัตราส่วนระหว่างกำไรสุทธิกับส่วนของผู้ถือหุ้น) ที่สูงกว่า สะท้อนว่าเวลาที่เจอสถานการณ์ไม่ดี เขาสามารถจัดการแล้วทำให้กำไรได้รับผลกระทบน้อย

สุดท้าย “มีไฟ” เซียนฮงบอกว่า เมื่อฟังเขาพูด เราจะสัมผัสได้เองว่า ใครมีไฟหรือไม่มีไฟ

“ผมได้ฟังผู้บริหารหลายบริษัท พบว่าเป็นคนมีไฟ ซื่อสัตย์ แต่ไม่ฉลาด เช่น เวลาที่เขาล้มโครงการนี้จะหาโครงการใหม่ แต่กลับเป็นโครงการที่ไม่ก่อกำไรเพิ่ม ซึ่งเขาก็ไม่ได้ทำผิดกฎตลาด แต่ความคิดเขายังไม่คมพอที่จะสร้าง value add ให้บริษัท เพราะฉะนั้น ผู้บริหารที่มีคุณสมบัติครบ 3 อย่าง ใน ตลท.มีไม่มาก”

สถาพรหรือเซียนฮง ยังพูดถึงหุ้นที่เขาจะไม่ยุ่งเลยคือ กลุ่มพืชผลทางการเกษตร เนื่องจากปัจจัยด้านสภาพอากาศ ที่ไม่สามารถควบคุมได้ รวมถึงบริษัทที่คุมความเสี่ยงไม่ได้ หรือถูกเทคโนโลยีดิสรัปต์

ตอนท้ายเขาให้แง่คิดที่น่าสนใจว่า

“เมื่อก่อนเวลาผมขยัน ผมจะนั่งอ่านหุ้นวันละ 8-9 ชั่วโมง แต่หลัง ๆ ผมจะดูว่าเราควรจะลงแรงกับอะไรที่คุ้มค่า”

youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...