โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธรรมะ

ความเข้าใจ(ผิด)เรื่อง 'ตี่จู้เอี๊ยะ' : เจ้าที่? เทพสามัญประจำบ้าน?

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 03 เม.ย. 2566 เวลา 07.47 น. • เผยแพร่ 19 พ.ย. 2564 เวลา 06.30 น.
ภาพประกอบจาก th.nonilo.com

ผมสิงอยู่ในหลายกลุ่มของเฟซบุ๊กเพื่อหาความรู้และความบันเทิง โดยเฉพาะกลุ่มเกี่ยวกับศาสนา-วัฒนธรรม ไม่ว่าจะแขก ไทย จีนหรือฝรั่ง

กลุ่มที่คึกคักและสนุกมากๆ คือกลุ่มจีนครับ เพราะมีคนรู้วัฒนธรรมจีนเยอะ มีข้อมูลน่าสนใจหลายอย่าง

แต่ในขณะเดียวกันก็มีการโต้เถียงเผ็ดร้อนกันบ่อยครั้ง เพราะต่างคนก็ต่างยึดถือขนบธรรมเนียมบ้านตัวเอง

วันหนึ่งมีผู้ไปโพสต์ถามว่า กำลังเข้าอยู่ในบ้านใหม่ที่เพิ่งสร้างจะตั้ง “ตี่จู้เอี๊ยะ” (สำเนียงแต้จิ๋ว) ควรทำไงดี

มีคนใจดีไปตอบอยู่สองแนวทาง แนวทางหนึ่งก็บอกว่าทำๆ ไปเถอะ ศรัทธาเป็นใช้ได้ อีกแนวตอบในเชิงความรู้ทางวัฒนธรรมว่าต้องงั้นงี้

แต่ที่มีทะลุกลางปล้องขึ้นมาเลยคือตอบว่า “จะตั้งทำไม” แม้จะไม่ได้อธิบายเพิ่ม แต่ผมว่าคำถามนี้มีนัยสำคัญ

ตอนที่พ่อตาแม่ยายของผมไปซื้อบ้านที่บ้านโป่งซึ่งเป็นบ้านมือสองของญาติ (เดิมอยู่บ้านพักในค่ายทหาร) แม่ยายซึ่งเป็นคนฮากกา (และมีเชื้อสายมอญด้วย ส่วนพ่อตาเป็นคนกวางตุ้งที่มีเชื้อสายแต้จิ๋วและไหหลำ) คิดว่าจะต้องตั้งตี่จู้เอี๊ยะในบ้าน ราวกับเป็นเรื่องที่ควรทำทันทีเมื่อย้ายไปอยู่บ้านใหม่ แกก็เปิดปฏิทินจีนแล้วก็ซื้อศาลเจ้าสำเร็จที่เราเห็นๆ กันมาตั้งเองง่ายๆ

(ก่อนอื่นผมขออนุญาตใช้ภาษาจีนในบทความนี้ด้วยสำเนียงที่ผมคุ้นเคยคือสำเนียงฮกเกี้ยน ที่จริงสำเนียงแต้จิ๋วกับฮกเกี้ยนนั้นคล้ายกันมาก เพราะภาษาแต้จิ๋วมาจากภาษาตระกูลฮกเกี้ยนนั่นเอง เรียกว่าภาษาบั่นหลำ (หมิ่นหนาน-ฮกเกี้ยนใต้) เช่น ตี่จู้เอี๊ยะเป็นสำเนียงแต้จิ๋ว ส่วนเต่จู้เอี๋ยเป็นสำเนียงฮกเกี้ยน)

สมัยผมยังเด็ก น้อยครั้งมากที่ผมจะเห็นบ้านคนฮกเกี้ยนตั้ง “เต่จู้เอี๋ย” โดยเฉพาะบ้านเก่าๆ ซึ่งมักจะมีหิ้งตั้ง“สีนจู้” หรือป้ายบรรพชนกับรูปเคารพ (กิมสิ้น) ของเทพเจ้าต่างๆ ที่นับถือกันในตระกูล นอกจากนี้ ยังนิยมตั้งป้ายไหว้ “ทีก้อง” หรือ“พ่อฟ้า” (พระหยกจักรพรรดิราชหรือเง็กเซียนฮ่องเต้ที่เราเรียกกัน) หน้าบ้าน ซึ่งไปรับเอาตัวป้ายจากวัฒนธรรมกวางตุ้ง และนิยมมีป้ายสำหรับ “เจ้าเตาไฟ” ในครัว

เมื่อผมมาอยู่ที่อื่น ผมจึงค่อนข้างแปลกใจที่มีคนตั้งเต่จู้เอี๋ยกันมาก แถมบางบ้านมีทั้งเจ้าที่แบบไทยและมีเต่จู้เอี๋ยไปพร้อมๆ กัน คนจีนเรียกเจ้าที่ไทยว่า “เจียวตี่เอี๋ย” ซึ่งมีผู้รู้บอกผมว่า คำว่า “เจียวตี่” ก็คือคำว่า “เจ้าที่” นั่นแหละ เป็นคำที่คนจีนเรียกตามคนไทย

มีเรื่องหนึ่งเล่าสู่กันฟังสนุกๆ นะครับ ตอนผมอยู่มัธยมต้น ครอบครัวเราไปเช่าบ้านอยู่ในตลาดเพื่อค้าขาย ปรากฏว่า บ้านนี้เจ้าของบ้านเดิมเขาบูชาเต่จู้เอี๋ยแล้วทิ้งไว้ แม้เราจะไม่คุ้นเคย แต่เตี่ยกับแม่ผมก็ตัดสินใจว่าเราก็บูชาจากเขาต่อละกัน อย่าเอาไปทิ้งเลย

ช่วงย้ายเข้าไปใหม่ๆ น้องสาวคนเล็กของผมก็เกิด วันหนึ่งแม่ก็ฝันไปว่ามีอาแปะแก่ๆ มาปิดหน้าต่างที่ห้องนอนชั้นสองให้ แล้วก็พูดว่า ระวังลูกจะไม่สบาย แม่ตื่นมาทั้งๆ ที่เป็นคนกลัวผีมาก แต่ก็ดีใจว่าคงเป็นเต้จู่นั่นแหละ แกคงมาแสดงความอารีให้เห็น เพราะเราก็ดีกับแก

คนส่วนมากนิยามเต่จู้เอี๋ยว่าเป็น “เจ้าที่” ประจำบ้านเรือนนั้น แม่ยายผมท่านถึงรีบตั้งเต่จู้เมื่อย้ายบ้าน แต่คนจีนมีเทพเจ้าที่ทำหน้าที่เหมือนเจ้าที่หลายองค์และหลายระดับ เช่น ในชุมชนก็มีเทพเจ้าที่เรียกกันลำลองว่า แปะก้อง มีเทพปุนเถ่าก้อง (แต้จิ๋วเรียก ปึงเถ้ากง) มีเทพระดับพระหลักเมือง มีเทพประจำแผ่นดิน (ถ่อเต่ก้อง) ชวนให้สับสนยิ่ง

อาจารย์ถาวร สิกขโกศล เคยอธิบายว่า ที่จริงการนับถือเจ้าที่จีนพัฒนามาจากการนับถือเทพแห่งแผ่นดินซึ่งมีสามระดับ คือแผ่นดินทั้งหมด แผ่นดินระดับชุมชน และระดับบ้านซึ่งบูชาที่โถงกลางบ้านมาก่อน

ส่วนเทพเจ้าที่ถูกเรียกว่าปุนเถ่าก้องหรือเจ้าที่ระดับชุมชนก็มีหลายองค์ เช่น ฮกเต็กเจี่ยสิน น่ำเทียนหมึงไต่เต่ ก่ำเที้ยนไต่เต่ ฯลฯ

ผมสอบถามท่านผู้รู้เรื่องจีนคือคุณณัฐนนท์ ปานคง ประธานฝ่ายพิธีกรรมศาลเจ้าแสงธรรมว่า ตกลงองค์ไหนคือปุนเถ่าก้องกันแน่

คุณนนท์บอกกับผมว่า ขึ้นอยู่กับว่าคนที่ตั้งศาลเจ้านั้น ในบ้านเดิมที่เมืองจีนนับถือองค์ไหนเป็นเทพประจำถิ่น เมื่อย้ายมาที่ใหม่ก็เอาเทพองค์นั้นมาเป็นเทพประจำถิ่นตามเดิม เช่นชาวแต้จิ๋วนิยมนับถือเทพน่ำเทียนหมึงไต่เต่เป็นปุนเถ้าก้อง ในขณะที่คนฮกเกี้ยนนิยมนับถือพระฮกเต็กเจี่ยสินเป็นปุนเถ่าก้องมากกว่า (แต่ก็ได้รับการนับถือแพร่หลายอยู่พอสมควร)

ส่วนเรื่องเต่จู้นั้น ที่จริงคุณนนท์บอกว่า เต่จู้ไม่ใช่ “เทพ” ในความหมายของดวงวิญญาณสูงศักดิ์ที่ได้รับการตั้ง (หอง) เป็นเทพ ถ้าเทียบกับวัฒนธรรมไทยก็น่าจะเท่ากับ “ผีเรือน” นั่นเอง (คนฮกเกี้ยนเรียก “เต่กี้จู้”) เหตุที่คนฮกเกี้ยนไม่ค่อยมีศาลเต่กี้จู้กราบไหว้ ก็เพราะมีธรรมเนียมเซ่นไหว้เลี้ยงเต่กี้จู้ในครั้งแรกที่ขึ้นบ้านใหม่ จากนั้นไม่ถือว่าต้องไหว้อีกเพราะมีเทพในบ้านอยู่แล้วไม่ว่าเทพบรรพชนหรือเทพประจำตระกูล ส่วนเทพที่ทำหน้าที่ดูแลคนในบ้านก็คือเทพเจ้าเตา

ดังนั้น จึงมีคำอธิบายอีกว่า บ้านที่เป็น “บ้านใหม่” ซึ่งไม่มีประวัติผู้อยู่อาศัยมาก่อน หรือบ้านที่ยังบูชาบรรพชนจึงไม่นิยมตั้งศาลเต่จู้ แต่หากเป็นบ้านเช่า หรือบ้านในถิ่นอื่นที่ลูกหลานไม่ได้เอาบรรพชนติดไปกราบไหว้ด้วย จึงค่อยตั้งเต่จู้ คือกราบไหว้ผีเรือนบ้านที่เราไปอาศัยหรือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้านแทนเทพบรรพชน

การที่มีผู้ไปตอบคำถามเรื่องเต่จู้ดังที่ผมเล่าไว้ข้างต้นว่า “จะตั้งทำไม” ก็คงด้วยเหตุผลนี้เองกระมัง

ในเมืองไทยจึงมีความนิยมกราบไหว้เต่จู้กันมาก เพราะชาวจีนโยกย้ายมาอยู่อาศัยในที่ใหม่ อาจแพร่หลายมากกว่าเมืองจีนเสียอีก อาจารย์ถาวร สิกขโกศลเล่าว่า ในเมืองจีนหากใครไปถามเรื่องเต่จู้เอี๋ย เช่น ถามว่าที่บ้านคุณตั้งรึเปล่าอาจโดนโกรธได้ เพราะเหมือนไปดูถูกเขาว่าไม่มีบ้านเองต้องอยู่บ้านเช่าหรืออาศัยในที่ของคนอื่น

เนื่องจากเต่จู้เป็นวิญญาณศักดิ์ไม่สูง (คนจีนที่เคร่งเรื่องวัฒนธรรมยังคงจริงจังกับลำดับสูงต่ำของเทพ) การตั้งที่บูชาจึงมักทำอย่างง่ายๆ เช่น ใช้กระดาษเขียนตัวหนังสือบอกว่าเป็นเต่กี้จู้ แล้วปิดไว้มุมใดมุมหนึ่งของบ้านซึ่งติดกับพื้น หรือทำศาลอย่างเรียบๆ ไม่มีรูปเคารพ

แต่ต่อมาเมื่อมีผู้ทำศาลขายในเมืองไทยก็ทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน กล่าวคือ

อย่างแรก ผู้ทำศาลขายมีการเอารูปของเทพ “ฮกเต็กเจี่ยสิน” หรือท่านเตียวเม่งเต็ก ชายชราผมขาวถือไม้เท้าไปใส่ไว้ด้านในหรือทำเป็นรูปเคารพจึงทำให้คนสับสนระหว่างเต่จู้กับฮกเต็ก เทพฮกเต็กเป็นบุคคลในสมัยราชวงศ์จิวและได้รับการแต่งตั้งเป็นเทพเจ้าที่ของชุมชน มีศักดิ์เป็นประธานของศาลเจ้าประจำชุมชนได้ ธรรมเนียมของบ้านผม ถ้ากราบไหว้ท่านที่บ้านจะต้องตั้งรูปเคารพไว้บน “ตั๋ว” หรือโต๊ะบูชา ไม่ตั้งไว้บนพื้นดิน ถือเป็นการให้เกียรติยกย่อง

การที่มีคนเอารูปเทพฮกเต็กไปใส่ศาลเต่จู้ คนจึงเข้าใจผิดว่าเต้กี้จู้หรือผีเรือนกับเทพฮกเต็กเป็นองค์เดียวกัน

นอกจากนี้ มีการทำศาลอย่างวิจิตรพิสดาร เช่น หลังคาหลั่นหลายชั้น หรือมีมังกรประดับประดา มีซินแสบางท่านว่า ในเมื่อเป็นเทพแห่งพื้นดินก็ต้องเสริมด้วยธาตุดิน จึงมีการสร้างศาลเต่จู้ด้วยหินอ่อนและหินชนิดต่างๆ

หากนับตามศักดิ์ของเทพในระบบความเชื่อจีนเองแล้ว นี่ออกจะผิดธรรมเนียมอยู่พอสมควร เพราะศักดิ์ของศาลสูงเกินศักดิ์ของเทพ คนที่เคร่งประเพณีนี่คงเห็นเป็นเรื่องเกินเลย ส่วนคนชอบอวยและอยู่ในวัฒนธรรมอวยคงมองว่ายิ่งดี เหมือนที่เราอวยคนด้วยกัน แต่ผีจะชอบอย่างคนรึป่าวผมก็ไม่รู้

ที่แน่ๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องการตลาดและรสนิยมของคนที่เปลี่ยนไปแล้ว คงแก้ไขได้ยาก

เรื่องอวยนี้ผมเจออะไรแบบแปลกๆ มาครับ คือญาติผู้ใหญ่ท่านนึงในฝ่ายภรรยาเรียกเต่จู้ที่บ้านท่านตอนเราไปไหว้ว่า “เต่จู้เล่าเอี๋ย” คำว่าเล่าเอี๋ย แปลว่า “เทพใหญ่” มหาเทพ เจ้านาย ฯลฯ เป็นคำลำลองที่ใช้เรียกเทพที่นับถือกันมากๆ องค์ใดก็ได้ เช่น คนแต้จิ๋วเรียกเฮี่ยงบู๊ซัวไต่เต่ (เจ้าพ่อเสือ) ว่าเล่าเอี๋ย ส่วนคนฮกเกี้ยนผมทราบมาว่า เล่าเอี๋ยใช้เรียกอยู่องค์เดียวเท่านั้น คือเทพเตี่ยนฮู้หง่วนโส่ยซึ่งเป็นเทพแห่งอุปรากรจีน แต่มาเจอเรียกเจ้าที่ว่าเล่าเอี๋ยนี่ก็งงเหมือนกันครับ

ที่จริงใครจะอวยเทพอย่างไร จะตั้งศาลใหญ่โตเพียงไรก็เป็นสิทธิ์ของคนคนนั้น แต่ผมยังยึดหลักว่า มีความรู้ไว้ก่อนเป็นดี ส่วนรู้แล้วจะเลือกอะไรต่อก็เป็นเรื่องของคนคนนั้นเอง ที่สำคัญจะเลือกอย่างไรก็มีราคาที่ต้องจ่าย จะเลือกตามความชอบโดยไม่สนธรรมเนียม แน่นอนว่าก็ย่อมมีคนวิจารณ์ ส่วนเลือกตามธรรมเนียมก็มีคนวิจารณ์เหมือนกัน

ท้ายนี้ผมขอเน้นว่า ผมไม่ใช่ผู้รู้ทางวัฒนธรรมจีน เป็นแค่ลูกจีนหลานจีนคนหนึ่ง ดังนั้น หากท่านมีข้อมูลความรู้ใดๆ ที่จะแนะนำสั่งสอน โปรดบอกผมด้วย หากผมผิดขอโปรดชี้แนะด้วยเมตตา

กราบคารวะไว้ล่วงหน้าสามจอก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...