โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

ธุรกิจกล้วยไม้รูปแบบใหม่ การผลิตต้นกล้วยไม้เพื่อติดต้นไม้ใหญ่ตามบ้านและจัดสวน (ตอนที่ 5) ประสบการณ์การติดกล้วยไม้บนต้นไม้ใหญ่ในสนามกอล์ฟ ของสวนหยวนหนานออร์คิด

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 02 ก.พ. 2565 เวลา 11.51 น. • เผยแพร่ 06 ก.พ. 2565 เวลา 01.00 น.

เป็นที่น่ายินดีและขอบคุณที่หลังจากบทความชุดนี้ตอนแรกได้รับการตีพิมพ์ ผู้เขียนได้รับการประสานงานมาจาก คุณวีระเดช บุญยืนเวทวัฒน์ หรือที่ในวงการกล้วยไม้รู้จักกันในนาม คุณฮั้ว แห่ง Yuannan Orchids อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ผู้ที่อยู่ในวงการกล้วยไม้มาร่วม 40 กว่าปี

คุณวีระเดชเห็นด้วยกับการประชาสัมพันธ์และขยายความรู้ในเรื่องธุรกิจการผลิตต้นกล้วยไม้เพื่อติดต้นไม้ใหญ่ตามบ้านและจัดสวน อีกทั้งได้ให้ข้อมูลเสริมเพิ่มเติมในเรื่องการเตรียมต้นกล้วยไม้ในแง่การให้ความสำคัญกับการให้ปุ๋ยที่สร้างความแกร่งของเซลล์ใบกล้วยไม้ให้ทนแดดดีขึ้น และได้แชร์ประสบการณ์ที่ช่วงหนึ่งของชีวิตเมื่อ 20 กว่าปีก่อนได้ไปรับจ้างหรือรับงานการติดกล้วยไม้ในสนามกอล์ฟ พร้อมทั้งการให้คำปรึกษาและแนะนำการดูแลรักษาแก่พนักงานของสนามกอล์ฟเพื่อการดูแลรักษาให้ต้นกล้วยไม้มีการเจริญเติบโตต่อไปนานๆ ผู้เขียนจะขอถ่ายทอดข้อมูลที่คุณวีระเดชส่งมาให้ผมทาง messenger ตรงๆ ก่อน เพื่อไม่ให้ข้อมูลตกหล่นหนึ่ง และเป็นการให้เกียรติคุณวีระเดชที่เต็มใจเปิดเผยเป็นข้อมูลสาธารณะ

คุณวีระเดช เปิดมาอย่างนี้ครับ

“สวัสดีครับอาจารย์ ผมมีแนวคิดในเรื่อง การใช้ปุ๋ยช่วยต้นกล้วยไม้ให้พร้อมที่จะออกแดดแทนการเพิ่มแสงและงานนี้ได้ทำการทดลองได้ผลมาแล้วสัก 20 ปีก่อน ผมเปิดโรงงานผสมปุ๋ยสำหรับกล้วยไม้ในสมัย 45 ปีที่แล้ว ขายให้สวนตัดดอกใหญ่ในสมัยนั้นจึงมีการทดลองปุ๋ยกับกล้วยไม้หลายสูตรพบว่า การให้สูตร 6-20-30 สลับกับ 16-21-27+แมกนีเซียม+แคลเซียมโบรอน เป็นเวลา 1 เดือน ต้นกล้วยไม้ตัดดอกจะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่แข็งแรงมาก ทนต่อแดดได้มากขึ้น ให้ตาดอกเพิ่มขึ้นมากสำหรับไม้ที่สุดลำ ผมโชคดีที่ได้ อาจารย์ ดร.สรสิทธิ์ วัชโรทยาน เป็นผู้ให้คำแนะทุกขั้นตอน ท่านเป็นหัวหน้าภาควิชาปฐพีของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในช่วงนั้น”

ผมตอบคุณวีระเดชว่า ประเด็นสำคัญคือแวนด้าที่เลี้ยงใต้ซาแรน เอาไปผูกต้นไม้ถูกแดดกราดใส่ช่วงใกล้เที่ยง-บ่าย ใบช้ำแบบถูกนึ่งหมด แล้วถ้าไม่ตายก็ใบดำหรือเน่าเสีย เพราะฉะนั้น การกราดแดดล่วงหน้าจึงดูจำเป็นสำหรับการเอาไปโดนแดดตรงๆ แบบกะทันหันเลย ส่วนปุ๋ยที่คุณฮั้วทดลองและทำขายก็น่าแนะนำให้เขาใช้กันได้ ถ้าเรื่องสูตรไม่ถือเป็นความลับทางการค้า มีอะไรแนะนำเพิ่มยินดีที่จะนำไปเขียนเผยแพร่ให้นะครับ พวกเรานักกล้วยไม้เก่าก็จะมีประสบการณ์ติดกล้วยไม้บนต้นไม้ใหญ่กันแทบทุกท่าน เพียงแต่ผมไม่มีเวลาไปสัมภาษณ์ จึงเอาจากประสบการณ์ลองผิดลองถูกของตัวเองเป็นหลักไว้ก่อน

คุณวีระเดช ตอบกลับว่า พวกแวนด้าที่สวนก็เลี้ยงแบบใบแข็งสั้นๆ ต้นตั้งตรงพร้อมออกแดด ไม่เหมือนแวนด้าที่เลี้ยงขายต้นเป็นการค้าทั่วๆ ไป ที่ส่วนมากเลี้ยงใบยาวต้นงาม ของที่สวนขนาดใบข่วนแขนบางทีเลือดออกเลยครับ ไว้ช้างที่ผมติดต้นไม้ออกดอกจะถ่ายให้ดู มีทั้งแวนด้า หวาย กุหลาบที่ติดต้นไม้และรั้วหน้าสวนได้แดด 100% ให้ดูครับ ผมเลิกทำปุ๋ยขายมานานแล้วครับ ผมปล่อยเชื่อมากไป บางสวนก็หนี้เสียเก็บเงินไม่ได้ เคยรับงาน คุณสุขุม นวพันธุ์ ติดกล้วยไม้ที่สนามกอล์ฟนวธานี (Navatanee Golf Course) สมัย 25 ปีก่อน คุณสุขุมดีใจมากบอกว่า เป็นคนแรกที่รับงานแล้วทำได้ยั่งยืน กล้วยไม้ออกดอกตลอด เป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างประเทศที่มาเล่นในสนาม เราก็สอนเขาหมดทุกอย่างจนเขาดูแลเองได้

คุณวีระเดชได้ส่งภาพต้นกล้วยไม้ที่ติดต้นไม้ใหญ่และรั้วหน้าสวนกล้วยไม้ของท่านที่บางเลนมาให้หลายภาพ ซึ่งได้นำมาตีพิมพ์ประกอบกับบทความตอนนี้ด้วย โปรดสังเกตว่าหลายภาพถ่ายให้เห็นต้นกล้วยไม้โดนแดดตรงๆ คืออยู่กลางแดดเลย ต้องขอบคุณคุณวีระเดชที่เอื้อเฟื้อเป็นวิทยาทานนะครับ

หลังส่งภาพคุณวีระเดชให้ข้อมูลเพิ่ม

“ปัจจัยสำคัญคือเวลาและฤดูที่จะทำการติดกล้วยไม้กับต้นไม้ใหญ่ ที่สำคัญคือการจัดการกับต้นกล้วยไม้ที่จะใช้ 3 เดือนก่อนทำการติด เวลาที่ดีที่สุดของปีสำหรับการติดกล้วยไม้คือช่วง 15 มกราคม-28 กุมภาพันธ์ เพราะเป็นช่วงที่ต้นกล้วยไม้ฟื้นตื่นจากการพักตัวในฤดูหนาว จะมีการเจริญทั้งทางใบและทางรากได้ดีเป็นพิเศษ อีกช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการติดกล้วยไม้บนต้นไม้ใหญ่ คือช่วงฝนเริ่มจากเดือนกรกฎาคมไปจนถึงตุลาคมก่อนเข้าหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่แดดไม่รุนแรงมาก ส่วนช่วงเดือนมีนาคม เมษายน และพฤษภาคมไม่ควรทำเพราะแดดแรงมาก กล้วยไม้ที่นำมาติดต้นไม้ใหญ่จะโทรมและปรับตัวอยู่รอดยาก”

ส่วนที่กล่าวว่า “ที่สำคัญคือการจัดการกับต้นกล้วยไม้ที่จะใช้ติดต้นไม้ 3 เดือนก่อนทำการติด” คุณวีระเดช ขยายความว่า ให้ใช้ปุ๋ยสูตร 10-20-30, 16-21-27 และ 6-20-30 สลับกันสัปดาห์ละครั้ง ฉีดพ่นกล้วยไม้ที่จะนำไปใช้ติดเป็นเวลา 3 เดือนก่อน ในช่วงนี้แนะนำให้ใช้อาหารเสริม เช่น แคลเซียมโบรอน แมกนีเซียมไนเตรตและไคโตซานผสมไปกับปุ๋ยด้วย อัตราปุ๋ยที่ใช้คือ 75-80 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ส่วนอาหารเสริมก็ใช้ตามฉลากคำแนะนำที่ขวด หลังติดต้นไม้แล้วก็ต้องให้ปุ๋ยที่ตัวหน้าต่ำ เช่น 10-20-30, 16-21-27 หรือ 12-27-27 และควรผสมอาหารเสริมดังกล่าวข้างต้นจะช่วยความแข็งแรงของต้นและใบจะสู้แดดได้สบาย

เพื่อขยายความเรื่องปุ๋ยด้วย ท่านผู้อ่านหลายท่านอาจจะไม่คุ้นชินกับเรื่องสูตรปุ๋ย ปกติปุ๋ยที่ใช้กับกล้วยไม้จะเป็นปุ๋ยเคมีที่ละลายน้ำได้ โดยระบุชนิดของธาตุอาหารหลักหรือแม่ปุ๋ย 3 ตัวเรียงตามลำดับ โดยระบุแต่ตัวเลข ธาตุอาหาร 3 ตัว คือ ไนโตรเจน (N)/ฟอสฟอรัส (P)/โพแทสเซียม (K) โดยจะระบุปริมาณสัดส่วน 3 ตัวเลขของ N, P และ K ตามลำดับ เช่น 10-20-30 สูตรอย่างนี้ผมเรียกให้เข้าใจง่ายว่าสูตรไต่บันไดดารา คือตัวหน้าต่ำ กลางสูงขึ้น และตัวหลังสูงขึ้นอีก เราจะพบว่าทั่วๆ ไปเขามักจะแนะนำปุ๋ยสูตรเสมอ เช่น 20-20-20 หรือบางสูตร ตัวหน้าต่ำ ตัวกลางสูง และตัวท้ายลดลง เช่น 15-26-20 เพื่อกระตุ้นการออกดอก ด้วย P สูงกระตุ้นการออกดอก ส่วน N เสริมสร้างโปรตีน เพื่อการเจริญเติบโต และ K เสริมสร้างความแข็งและแกร่งให้เซลล์

การใช้ปุ๋ยตัวท้ายสูงเช่นแบบไต่บันไดดารา จะทำให้ทรงต้นกระชับ ใบสั้นลงดูป้อมๆ หนาๆ ใบไม่อวบน้ำแบบใช้ตัวหน้าหรือ N สูง หรือแม้สูตรเสมอ เรื่องปุ๋ยกล้วยไม้จะได้นำมากล่าวอีกครั้งในรายละเอียดเมื่อถึงตอนเกี่ยวกับการดูแลรักษากล้วยไม้หลังการติดบนต้นไม้ใหญ่แล้ว ซึ่งเป็นดั่งที่คุณวีระเดชกล่าว นั่นคือ เมื่อติดกล้วยไม้ไปแล้ว การดูแลรักษาให้เขาอยู่รอด เจริญเติบโตออกดอกให้ชื่นชมต่อๆ ไปเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญ

 สรุป

ข้อเสนอเรื่องปุ๋ยสูตรไต่บันไดตามที่คุณวีระเดชแนะนำ ผู้เขียนเชื่อว่าเป็นประโยชน์มากด้วยที่สวนของผู้เขียนก็ใช้ปุ๋ยในระบบคล้ายๆ กันนี้ด้วยตามอย่างการใช้ปุ๋ยของสวน AS Orchids ของ คุณอดิศักดิ์ ห้องศิลป์ พบว่าใบแข็งและสั้นขึ้น แต่ที่เขียนแนะนำเรื่องการกราดแดดกล้วยไม้ให้ค่อยๆ รับแดดที่แรงขึ้นในช่วงระยะเวลาหนึ่งให้เขาปรับตัวและสร้างภูมิคุ้มแดดแบบสร้างความเคยชินใหม่ ก็ยังน่าจะสำคัญและต้องการ ถ้าระบบธุรกิจการติดกล้วยไม้บนต้นไม้เชิงปรับภูมิทัศน์นี้ได้ถูกพัฒนาขึ้นมา ด้วยจุดสำคัญแรกที่จะสร้างปัญหาคือ เมื่อติดกล้วยไม้เสร็จแล้ว มุมแสงมุมแดดที่กราดใส่กล้วยไม้ จะมีความเข้มที่จะแผดเผาให้ใบกล้วยไม้ช้ำเน่าได้ เพราะมีหลายปัจจัยที่ผู้รับจ้างคุมไม่ได้ เช่น ฤดูที่ต้องติดกล้วยไม้ ทรงพุ่มและเปอร์เซ็นต์แสงที่ลอดผ่านต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นๆ แนวทางเดินของตะวันที่อ้อมไปทางทิศใต้มากขึ้นทุกวันในหน้าหนาวที่ทำให้จุดที่แสงกราดใส่ใต้พุ่มหรือต้นไม้ใหญ่เปลี่ยนไปในสองสามสัปดาห์ที่ทำงานอยู่ นั่นคืออาจเกิดความเสียหายจากต้นที่ใบช้ำเน่าเพราะแดด ที่ทำให้มีปัญหาของการเซ็นรับงานได้ และในช่วงเวลาต่อๆ มาเมื่อรับจ๊อบการดูแลรักษา ตะวันที่เดินอ้อมทางใต้เปลี่ยนแนวไปมา บางจุดโดนแดดกราดตอนกลางวันจัดๆ ก็จะเสียหาย เกิดปัญหาที่ผู้รับงานเหมือนกับจะต้องรับผิดชอบมากๆ ดูวุ่นวายอยู่

การติดกล้วยไม้ตามต้นไม้ใหญ่ถ้าไม่เคยทำอย่างจริงจังและติดตามดูความสำเร็จ อีกทั้งถ้าไม่มีระบบการให้ปุ๋ยเป็นประจำ ให้น้ำอย่างสม่ำเสมอในช่วงที่ไม่มีฝน ก็มักจะหลงผิดว่า งานติดกล้วยไม้นี้จิ๊บๆ บทความตอนหน้าจะเอาตัวอย่างงานการติดกล้วยไม้บนต้นไม้ใหญ่ที่สำเร็จดีและไม่ประสบความสำเร็จมาศึกษากัน และวิเคราะห์ดูว่าเหตุปัจจัยแห่งความสำเร็จและที่ไม่สำเร็จคืออะไร เพื่อให้งานนี้ในอนาคตเป็นงานแบบมืออาชีพมากขึ้นครับ สวัสดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...