โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

PRM ไตรมาส 1/69 รายได้โตแตะ 2.1 พันล้าน ฝ่าความผันผวนเศรษฐกิจโลก

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายวิริทธิ์พล จุไรสินธุ์ ผู้อำนวยการฝ่ายงานการเงินและบัญชี บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ PRM เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกยังคงเติบโตได้ดี แม้จะเผชิญปัจจัยท้าทายจาก ภายนอก โดยมีแรงหนุนสำคัญจากการเติบโตของกลุ่มธุรกิจเรือสนับสนุนงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมกลางทะเล (Offshore Support Vessel “OSV”) ที่มีรายได้เติบโตถึง 36.0% และมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 72.2% จากการเดินหน้าขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

จากเรือ Crew Boat จำนวน 6 ลำที่ลงทุนใหม่ในระหว่างปี 2568 และเรือ FSO จำนวน 1 ลำที่เริ่มเข้างานตั้งแต่ปลายไตรมาส 1 ของปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับปัจจัยบวกจากทิศทางค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้รับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิเพิ่มอีก 112 ล้านบาทในช่วงปลายไตรมาส

ขณะเดียวกัน ธุรกิจตัวแทนสายเดินเรือและออกของ (Ship Agent and Shipping “SAS”) ยังเติบโตโดดเด่น โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 45.2% จากปริมาณงานขนถ่ายสินค้าระหว่างเรือเพิ่มขึ้น

ส่วนธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปและเคมี (Petroleum and Chemical Tanker : PCT) แม้รายได้ลดลงเล็กน้อย 3.3% จากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน แต่บริษัทฯ ได้ปรับกลยุทธ์นำเรือไปให้บริการในต่างประเทศมากขึ้น รวมถึงมีจำนวนเรือเข้าอู่ซ่อมบำรุงลดลง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นของธุรกิจดังกล่าวยังเติบโต 5.9%

สำหรับสถานการณ์ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ บริษัทฯ ระบุว่าสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันดิบ (Crude Oil Carrier “COC”) ไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากหลีกเลี่ยงการนำเรือเข้าสู่พื้นที่เสี่ยง (High Risk Area) อย่างเคร่งครัด อีกทั้งตามเงื่อนไขสัญญา ลูกค้าจะเป็นผู้รับผิดชอบต้นทุนค่าเชื้อเพลิงทั้งหมด

ในอีกด้านหนึ่ง สถานการณ์ดังกล่าวกลับส่งผลบวกต่อธุรกิจเรือกักเก็บและผสมน้ำมันกลางทะเล (Floating Storage Unit “FSU”) จากความต้องการกักเก็บน้ำมันของผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ที่เพิ่มขึ้น เพื่อบริหารความเสี่ยงด้านราคาน้ำมัน ส่งผลให้อัตราการใช้บริการเรือ FSU ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา อีกทั้งราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับสูง ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนกิจกรรมสำรวจและผลิตปิโตรเลียมทั่วโลก ซึ่งจะช่วยผลักดันความต้องการใช้เรือในกลุ่ม OSV เพิ่มขึ้นในระยะยาว

“ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 23,669.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 965 ล้านบาทจากสิ้นปี 2568 สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางการเงิน และความพร้อมในการลงทุนขยายกองเรือเพื่อรองรับโอกาสการเติบโตของตลาดพลังงานทั้งในและต่างประเทศ” นายวิริทธิ์พล กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...