โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“จีน” ตกลงซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐปีละ 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์ พร้อมตั้งบอร์ดการค้า-ลงทุนร่วม

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

"จีน" ตกลงซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐปีละ 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์ ถึงปี 2571 พร้อมตั้งบอร์ดการค้า-ลงทุนร่วม เพื่อดูแลความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในระยะยาว

วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.23 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า จีนตกลงซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐอย่างน้อยปีละ 17,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปจนถึงปี 2571 พร้อมจัดตั้งคณะกรรมการด้านการค้าและการลงทุนร่วมกัน หลังการประชุมสุดยอดระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ และสี จิ้นผิง ที่กรุงปักกิ่ง

ทำเนียบขาว ระบุว่าคณะกรรมการทั้งสองชุดจะเป็นรากฐานสำคัญของข้อตกลงประวัติศาสตร์ระหว่างสองประเทศ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลก

ก่อนหน้านี้หนึ่งวัน กระทรวงพาณิชย์จีน ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายจะใช้มาตรการหลายด้าน รวมถึงลดภาษีสินค้าบางประเภทระหว่างกัน แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมระบุว่าทีมเจรจายังอยู่ระหว่างหารือรายละเอียด ขณะที่แถลงการณ์ของทำเนียบขาวไม่ได้กล่าวถึงประเด็นภาษีโดยตรง

แม้ทั้งสองฝ่ายจะส่งสัญญาณบวกด้านการค้า แต่สิ่งที่ทั้งสองฝ่ายไม่ได้กล่าวถึงอย่างชัดเจนคือประเด็นไต้หวัน โดยสี จิ้นผิง เตือนทรัมป์ระหว่างการประชุมว่า หากสหรัฐจัดการความสัมพันธ์กับไต้หวันผิดพลาด อาจนำไปสู่สถานการณ์อันตรายอย่างยิ่ง ท่ามกลางแผนขายอาวุธสหรัฐมูลค่า 14,000 ล้านดอลลาร์ให้ไต้หวัน ซึ่งถูกมองว่าเป็นบททดสอบสำคัญของรัฐบาลทรัมป์

อย่างไรก็ตามสี จิ้นผิง ระบุว่า การพบกันครั้งนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์ และเปิดยุคใหม่ของความสัมพันธ์จีน-สหรัฐ โดยจีนใช้คำว่าเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์เชิงสร้างสรรค์ (constructive strategic stability) เพื่ออธิบายทิศทางความสัมพันธ์ใหม่ ซึ่งทำเนียบขาวก็ยอมรับถ้อยคำดังกล่าวเช่นกัน แม้จะมีเงื่อนไขเพิ่มเติมเรื่องความเป็นธรรมและการต่างตอบแทน

นักวิเคราะห์ มองว่า การใช้ถ้อยคำดังกล่าวสะท้อนว่าสงครามการค้าที่ทั้งสองฝ่ายตกลงพักรบไว้เมื่อปีที่แล้วในการประชุมที่เกาหลีใต้ ยังคงดำเนินต่อไป แม้ทั้งสองประเทศจะไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ

Christopher Beddor รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยจีนของ Gavekal Dragonomics กล่าวว่า การที่ทำเนียบขาวยอมรับกรอบความสัมพันธ์ดังกล่าว ถือเป็นสัญญาณเชิงบวก และแตกต่างจากท่าทีของรัฐบาลสหรัฐในบางช่วงของปีที่แล้ว ที่ต้องการเปลี่ยนโครงสร้างการค้าระหว่างสองประเทศครั้งใหญ่ ไม่ใช่เพียงรักษาเสถียรภาพ

การประชุมครั้งนี้ยังเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ระดับล่างเร่งจัดทำรายละเอียดของข้อตกลงเพิ่มเติม โดยทรัมป์ได้เชิญสี จิ้นผิง เยือนทำเนียบขาวในช่วงปลายเดือนกันยายน และทั้งสองฝ่ายยังมีโอกาสพบกันอีกในการประชุม APEC ที่เมืองเซินเจิ้นเดือนพฤศจิกายน และการประชุม G20 ที่ไมอามีในเดือนถัดไป

ด้านคณะกรรมการการค้าร่วม จะช่วยบริหารประเด็นการค้าสินค้าที่ “ไม่อ่อนไหว” ซึ่งอาจครอบคลุมสินค้าจำนวนมาก รวมถึงประเด็นการเข้าถึงชิปขั้นสูงและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดขัดแย้งสำคัญระหว่างสองประเทศ

Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า หนึ่งในแนวคิดของสภาการค้าร่วม คือการยกเลิกภาษีสำหรับการค้าราว 30,000 ล้านดอลลาร์ในสินค้าที่ไม่ใช่ “ภาคส่วนสำคัญเชิงยุทธศาสตร์” และไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่สหรัฐต้องการย้ายฐานการผลิตกลับประเทศ

หนึ่งในพื้นที่ความร่วมมือสำคัญคือภาคเกษตร โดยทำเนียบขาวระบุว่า การซื้อสินค้าเกษตรปีละ 17,000 ล้านดอลลาร์ จะเพิ่มเติมจากข้อตกลงซื้อถั่วเหลืองที่ทั้งสองฝ่ายทำไว้เมื่อปีที่แล้ว หลังจีนเคยให้คำมั่นซื้อถั่วเหลืองสหรัฐปีละ 25 ล้านตันเป็นเวลา 3 ปี

อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์บางส่วนตั้งข้อสงสัยว่าจีนจะสามารถทำตามสัญญาได้หรือไม่ หลังข้อตกลงในปี 2563 ที่ทรัมป์ผลักดันให้จีนซื้อสินค้าเกษตร พลังงาน และสินค้าอุตสาหกรรมจากสหรัฐเพิ่มอีก 200,000 ล้านดอลลาร์ ไม่สามารถทำได้ตามเป้า

ช่วงที่ผ่านมา จีนหันไปนำเข้าถั่วเหลืองราคาถูกจากบราซิลมากขึ้น หลังทำตามเป้าการนำเข้าจากสหรัฐตามข้อตกลงเดิมแล้ว

แม้เกษตรกรสหรัฐจะมองว่าข่าวดังกล่าวเป็นสัญญาณบวก แต่บางฝ่ายมองว่าตัวเลข 17,000 ล้านดอลลาร์อาจยังไม่เพียงพอสำหรับช่วยฟื้นสถานการณ์เศรษฐกิจภาคเกษตรที่กำลังเผชิญต้นทุนปุ๋ยพุ่งสูงจากสงครามกับอิหร่าน

ข้อมูลจากกระทรวงเกษตรสหรัฐ ระบุว่า ปี 2567 สหรัฐส่งออกสินค้าเกษตรไปจีนมูลค่ารวม 24,000 ล้านดอลลาร์ รวมถึงถั่วเหลือง 12,000 ล้านดอลลาร์ ฝ้าย 1,400 ล้านดอลลาร์ และข้าวฟ่าง 1,200 ล้านดอลลาร์ แต่ยอดส่งออกโดยรวมลดลงเหลือ 8,300 ล้านดอลลาร์ในปี 2568 หลังข้อพิพาททางการค้ารุนแรงขึ้น

ภายหลังการประชุมสุดยอด จีนยังฟื้นการเข้าถึงตลาดเนื้อวัวสหรัฐ โดยต่ออายุใบอนุญาตโรงงานเนื้อวัวกว่า 400 แห่ง และเตรียมร่วมมือกับหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐเพื่อกลับมานำเข้าสัตว์ปีกจากอเมริกาอีกครั้ง หลังจีนปล่อยให้ใบอนุญาตนำเข้าหลายร้อยรายการหมดอายุในช่วงสงครามภาษีของทรัมป์

กระทรวงพาณิชย์จีน ระบุว่าผลลัพธ์ครั้งนี้สะท้อนว่า ทั้งสองประเทศสามารถหาทางแก้ปัญหาผ่านการเจรจาและความร่วมมือได้

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...