“ป้อม ภาวุธ” เข้าพบ DSI แสดงความบริสุทธิ์ใจ งงถูกเปลี่ยนสถานะพยานเป็นผู้ต้องหา
หลังจากที่พลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เปิดเผยว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เตรียมออกหมายจับ 30 หมาย บุคคลที่เอี่ยวคดีซื้อขายฟอเร็กซ์ (Forex) ซึ่งรวมนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนด้วย ในฐานความผิด พ.ร.บ.คอมพ์ และฉ้อโกงประชาชน
ล่าสุดวันที่ 13 ก.ค. 69 เวลา 15.50 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อาคาร C นายภาวุธ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ มาด้วยความสมัครใจ โดยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนก่อนเข้าพบ ระบุว่า ช่วงเช้าตนติดตามข่าวอยู่ แต่จริงๆจริงๆ ก็ได้ยินข่าวมาสักพักแล้วว่าจะมีการออกหมายจับบุคคลในคดี ซึ่งก่อนหน้านี้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนได้เข้ามาให้ข้อมูลแล้ว และจะมีการนัดหมายมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม แต่ปรากฏว่ามาเจอข่าวว่าจะมีการออกหมายจับโดยมีชื่อตนด้วย พอทราบเรื่องจึงมาแสดงความบริสุทธิ์ใจ
โดยได้ขอเข้ามีเข้ามาชี้แจงโดยตรง ยืนยัน ไม่ได้มีเจตจำนงหรือเจตนาหลบหนี เพราะว่าทุกวันนี้เองก็ยังทำหน้าที่อยู่สภาฯ เช่น การประชุมกมธ. หรือการขับเคลื่อนเรื่องแพลตฟอร์ม ที่จะต้องมีการแก้กฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องที่ คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีการเปิดเผยว่าจะแก้ไขเรื่องดังกล่าว ซึ่งก็เป็นโครงการ ที่ตนเองริเริ่ม และร่วมผลักดัน
นายภาวุธ ย้ำว่า ตนเองไม่ได้มีเจตนาหลบหนี รู้สึกแปลกใจที่มีการเตรียมออกหมายจับ เพราะเราเองยังทำหน้าที่ สส. อยู่ และมีตำแหน่งทุกอย่างชัดเจน ซึ่งเข้าใจว่า การออกหมายจับ จะเป็นการออกหมายจับคนที่กังวลว่าจะมีการหลบหนี ฉะนั้นการหลบหนี อยากให้มั่นใจว่าไม่มีการหลบหนีแน่นอน ที่ผ่านมาก็แสดงความบริสุทธิ์ใจ เข้ามาพบเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง
เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้นายภาวุธเอง ได้โพสต์ผ่านทางเฟซบุ๊ก ทำนองว่า ตนเองพยายามเข้ามาเจ้าหน้าที่และให้ข้อมูลตลอด การออกหมายจับเหมือนเป็นการใช้อำนาจเกินกว่า นายภาวุธ บอกว่า เป็นการตั้งคำถาม ในขณะที่วันนี้เรามีคดีหลายอย่างในประเทศหลายคดี
ซี่งหลายคดียังใช้เวลาอยู่เลย แต่ในขณะที่คดีนี้ ก็ต้องยอมรับว่ามันถูกเร่งรัด เร็วผิดปกติ และที่สำคัญคดีนี้เข้าใจว่ามีผู้ต้องหาหลายท่าน แต่พอไปดูดีๆ มันมีแต่ชื่อผม พร้อมกับหัวเราะเบาๆ ก็เป็นแค่ข้อสงสัยเฉยๆ ว่าทำไมมันถึงต้องมาเกิดขึ้นกับตน แบบนี้เป็นการเลือกปฏิบัติหรือเปล่า
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่ามองชัดเจนเลยหรือไม่ ว่าตอนนี้มันคือเกมการเมืองแล้ว นายภาวุธ บอกว่า อันนี้แล้วแต่จะคิดละครับ ผมว่าอันนี้ ผมอาจจะพูดไม่ได้ชัดมาก เพราะว่าเราก็ไม่ได้มีหลักฐานอะไร แต่ผมคิดว่าเป็นข้อสงสัยแล้วกัน และส่วนตัวก็เชื่อว่าสังคมก็ตั้งคำถามประเด็นนี้เช่นกัน
นายภาวุธ กล่าวยืนยันว่า ไม่ได้เป็นผู้ให้บริการ Forex หรือไปหลอกลวงอะไรชาวบ้าน เราไม่ได้ไปเกี่ยวข้องโดยตรง แต่ตัวเรากลายเป็นเหมือนกับผู้ต้องหา ก็เลยเริ่มสงสัยว่าทำไมเราถูกเอามาใช้เป็น เป้าหมายหลักของคดีนี้
ส่วนกรณีที่มีรายงานข่าวอ้างว่าพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงสูงถึงกว่า 833 ล้านบาท ไม่ใช่ตัวเลข 28 ล้านบาทนั้น นายภาวุธ ถึงกับร้องโอ้ ก่อนบอกว่า ฟังแล้วรู้สึกตกใจ เพราะไม่เคยมีเงินจำนวนดังกล่าวผ่านบัญชีของตน
ส่วนตัวเลข 28 ล้านบาทที่เคยถูกกล่าวถึงก่อนหน้านี้ ได้ชี้แจงต่อพนักงานสอบสวนเรียบร้อยแล้ว โดยยืนยันว่าเงินทั้งหมดมีที่มาที่ไปชัดเจนและไม่ใช่เงินผิดกฎหมาย แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากอยู่ในสำนวนคดี พร้อมยืนยันว่าไม่มีเส้นทางการเงิน 800 กว่าล้านบาทตามที่เป็นข่าว และจะขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่มาของข้อมูลดังกล่าว
นายภาวุธยังเปิดเผยว่า การนำเอกสารมาชี้แจงครั้งนี้เป็นการเตรียมข้อมูลเพิ่มเติมตามที่พนักงานสอบสวนร้องขอ โดยเฉพาะรายการเดินบัญชีทุกบัญชีของตน ซึ่งมีจำนวนมากและมีรายละเอียดค่อนข้างมาก จึงต้องใช้เวลาในการรวบรวมเอกสารให้ครบถ้วน
สำหรับประเด็นการซื้อขายทองคำ นายภาวุธระบุว่า ตนซื้อขายผ่านบริษัท QRS เป็นหลัก และไม่ได้รู้จักหรือเกี่ยวข้องกับโบรกเกอร์หรือ IB รายอื่น พร้อมยืนยันว่าเงินทุกบาททุกสตางค์สามารถตรวจสอบที่มาได้ และได้ชี้แจงเส้นทางการเงินต่อพนักงานสอบสวนไปแล้วทั้งหมด รวมทั้งยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์หรือแชร์ลูกโซ่
เมื่อถูกถามถึงกรณีที่ DSI สอบปากคำผู้เสียหายแล้วกว่า 300 คน และมีการตั้งข้อสงสัยว่าตนอาจเป็นหัวหน้าขบวนการ นายภาวุธปฏิเสธทันที โดยยืนยันว่าไม่เคยชักชวนบุคคลใดมาลงทุน ไม่ได้เป็นผู้ให้บริการ Forex และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสียหายของผู้เสียหาย เพราะตนเป็นเพียงผู้ลงทุนรายหนึ่งเท่านั้น
นายภาวุธกล่าวเพิ่มเติมว่า ความเสียหายจากการลงทุนของตนเองเกิดจากการตัดสินใจซื้อขายของตน ไม่ได้โทษผู้ให้บริการ พร้อมมองว่าคดีนี้แตกต่างจากคดี Forex-3D เนื่องจากไม่ได้เป็นลักษณะของการแชร์ลูกโซ่ แต่เป็นการที่ผู้ลงทุนตัดสินใจเข้าลงทุนเองผ่านระบบซื้อขาย
ส่วนกรณีที่ DSI ขอศาลออกหมายจับในข้อหาฉ้อโกงประชาชน ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และอยู่ระหว่างพิจารณาความผิดตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน นายภาวุธยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำตามข้อกล่าวหา และพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดต่อพนักงานสอบสวน
นายภาวุธกล่าวด้วยว่า หากมีการควบคุมตัวหรือดำเนินการตามกฎหมาย ก็จะพิจารณาเรื่องการประกันตัวอีกครั้ง โดยย้ำว่าตนไม่มีพฤติการณ์หลบหนี เนื่องจากยังมีภารกิจด้านนิติบัญญัติและการประชุมคณะกรรมาธิการที่ต้องรับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง พร้อมยอมรับว่ารู้สึกแปลกใจที่สถานะของตนเปลี่ยนจากผู้ให้ข้อมูล ในฐานะพยานจากครั้งก่อน และเป็นผู้ต้องสงสัย กลายเป็นผู้ต้องหา รู้สึกงงและแปลกใจมาก
ภายหลังการสัมภาษณ์เสร็จ ก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวน ปรากฏว่าทีมทนายความของนายภาวุธ ได้เดินมาแจ้ง ว่า เจ้าหน้าที่แจ้งว่าไม่ต้องเข้าพบพนักงานสอบสวนในวันนี้ และให้เดินทางกลับได้ โดยไม่ได้ชี้แจงเหตุผล ทำให้ตนรู้สึกแปลกใจ เนื่องจากตั้งใจเดินทางมาเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและให้ข้อมูล
ส่วนเป็นการสกัดกั้นเพื่อไม่ให้เข้าพบ จะมีหมายจับอย่างเป็นทางการหรือไม่ นายภาวุธ ยังคงย้ำ ถึงความแปลกใจ การไม่ให้เข้าพบครั้งนี้ พร้อมขอให้สื่อมวลชนที่อยู่ในเหตุการณ์เป็นพยานว่าตนเดินทางมาด้วยความสมัครใจและไม่มีเจตนาหลบหนี รวมทั้งยืนยันอีกครั้งว่าพร้อมให้ความร่วมมือกับ DSI ในการดำเนินคดีทุกขั้นตอน.