มติ ก.ต. ไล่ออก ‘อดีตอธิบดีผู้พิพากษา’ ช่วยเหลือคู่ความคดีพิพาทตระกูลณรงค์เดช
มติ ก.ต. ลงโทษไล่ออก อดีตอธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งในกรุงเทพฯ ถูกร้องเรียนกรณีมีภาพจากกล้องวงจรปิดเข้าบ้านคู่ความของตระกูล "ณรงค์เดช" โดนร้องมีส่วนช่วยเหลือในประเด็นเรียกทรัพย์คืนมูลค่าหลายพันล้าน
13 กรกฎาคม 2569 - ที่ห้องประชุมราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ชั้น 3 อาคารศาลยุติธรรม ถนนราชดำเนินใน นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกาเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตุลาการ ครั้งที่ 18 /2569 โดยนอกจากเรื่องเห็นชอบบัญชี โยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการ ที่ประชุมได้พิจารณาและมีมติ ในวาระที่น่าสนใจดังนี้
ที่ประชุม ก.ต.พิจารณารายงานผลการสอบสวนข้าราชการตุลาการ 2 ราย
รายแรก มีพฤติการณ์คบหาสมาคมกับคู่ความ หรือบุคคลอื่น ซึ่งมีส่วนได้เสียหรือผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับคดีความ มีพฤติการณ์จ่ายสำนวนในลักษณะที่เป็นการช่วยเหลือหรือเอื้อประโยชน์แก่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อันอาจจะกระทบกระเทือนต่อความเชื่อถือศรัทธาของบุคคลทั่วไปในการประสาทความยุติธรรม ถือเป็นความผิดวินัยร้ายแรงลงโทษไล่ออกจากราชการ
สำหรับตุลาการที่ถูกลงโทษและออกจากราชการเคยเป็นอดีตอธิบดีผู้พิพากษาศาลเเพ่ง ในเขตพื้นที่แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ถูกร้องเรียนกรณีมีภาพวงจรปิดเข้าไปในบ้านคู่ความ ของตระกูลณรงค์เดช เเละโดนร้องว่ามีส่วนช่วยเหลือในคดีพิพาท เกี่ยวกับประเด็นเรียกทรัพย์คืนเเละปลดอายัดเงินปันผลหุ้น ซึ่งมีมูลค่าหลายพันล้านบาท
รายที่สอง เป็นรองอธิบดีผู้พิพากษาในศาลเดียวกัน มีพฤติการณ์เสนอความเห็นในการเรียกสำนวนคดีของศาลแห่งหนึ่งคืน เป็นการไม่ถือ และปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัฏิบัติของราชการ ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 33 เป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง เห็นควรให้งดเลื่อนตำแหน่งหรืองดเลื่อนเงินเดือน 2 ปี
สำหรับรองอธิบดีผู้พิพากษาคนที่โดนโทษเห็นควรให้งดเลื่อนตำแหน่งหรืองดเลื่อนเงินเดือน 2 ปี เป็นคนเดียวกับที่เคยเป็นข่าวว่า ระหว่างที่โดนตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายเเรง ได้เคยเเจ้งข้อเท็จจริง เป็นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม ต่อ ก.ต.ว่ามีการเสนอจากอธิบดีผู้พิพากษาในศาลเดียวกันที่ตนมีตำเเหน่งรองอธิบดีผู้พิพากษาศาลในเวลานั้นเป็นเงินจำนวน 100 กิโลกรัม (100ล้านบาท) เพื่อให้เพิกถอนการอายัดทรัพย์ เเต่ไม่ได้ดำเนินการตามที่ขอ