รวบหนุ่มจีนหนีหมายจับคดีฉ้อโกงเงินกู้ อ้างใช้โค 12,000 ตัวค้ำประกัน
สืบ ตม. 5 รวบหนุ่มจีนหนีหมายจับคดีฉ้อโกงเงินกู้ อ้างใช้โค 12,000 ตัวค้ำประกัน สูญกว่า 192 ล้านหยวน ก่อนเพิกถอนวีซ่า
เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 (กก.สส.บก.ตม.5) จับกุมและควบคุมตัว MR.CHAI JIPENG อายุ 34 ปี สัญชาติจีน ผู้ต้องหาตามหมายจับของสาธารณรัฐประชาชนจีน ในความผิดฐาน ฉ้อโกงเงินกู้ ก่อนดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 หลังตรวจพบว่าเดินทางเข้าประเทศไทยเพื่อหลบหนีการดำเนินคดี
การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการปฏิบัติตามนโยบายของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ในการติดตามบุคคลต่างชาติที่มีหมายจับและหลบหนีเข้ามาพำนักในประเทศไทย โดย กก.สส.บก.ตม.5 ได้รับการประสานข้อมูลจาก กก.1 กก.สส.สตม. ตามหนังสือแจ้งข้อมูลผู้ต้องหาสัญชาติจีนที่มีหมายจับของสาธารณรัฐประชาชนจีน ก่อนสืบสวนจนทราบว่าผู้ต้องหารายดังกล่าวเดินทางเข้ามาในประเทศไทย
จากการตรวจสอบพบว่า MR.CHAI เดินทางเข้าประเทศไทยผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2569 ด้วยวีซ่าท่องเที่ยว ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 23 ส.ค. 2569 ซึ่งยังไม่สิ้นสุดระยะเวลาการอนุญาต
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่พบว่าผู้ต้องหารายนี้ถูกกระทรวงความมั่นคงสาธารณะแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เขตหุนเจียง เมืองไป๋ชาน มณฑลจี๋หลิน ออกหมายจับลงวันที่ 25 มี.ค. 2569 ในความผิดฐานฉ้อโกงเงินกู้
ข้อมูลการสืบสวนของทางการจีนระบุว่า ช่วงเดือนกันยายน 2568 ถึงเดือนมีนาคม 2569 ธนาคารสาขาเจียงหยวนได้อนุมัติสินเชื่อให้แก่บริษัทด้านเกษตรกรรมและปศุสัตว์ของผู้ต้องหา รวม 8 ครั้ง เป็นวงเงินประมาณ 150 ล้านหยวน โดยผู้ต้องหาได้นำ โคจำนวน 12,000 ตัว มาใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ ก่อนที่ต่อมาธนาคารจะไม่สามารถติดต่อผู้ต้องหาได้ ส่งผลให้ได้รับความเสียหายรวมประมาณ 192.2 ล้านหยวน
ภายหลังตรวจสอบยืนยันตัวบุคคลตรงกับข้อมูลผู้ต้องหาตามหมายจับ เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.5 ได้แจ้งคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร (ตม.83) ให้ผู้ต้องหาทราบ ตามอำนาจมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 และคำสั่งผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 ลงวันที่ 25 มิ.ย. 2569 ก่อนควบคุมตัวมายังตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันออกนอกราชอาณาจักรตามขั้นตอนต่อไป
การจับกุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเข้มงวดของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในการสกัดกั้นไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นแหล่งหลบซ่อนของผู้ต้องหาคดีอาชญากรรมข้ามชาติ และยกระดับความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของต่างประเทศในการติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี