โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โปรดเกล้าฯ พ.ร.ฎ.เชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ ใช้บังคับตั้งแต่ 30 มิ.ย. 69 หลังประกาศในราชกิจจาฯ

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

โปรดเกล้าฯ พ.ร.ฎ.เปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่น เชื่อมโยงข้อมูลช่วยเหลือประชาชนแบบมุ่งเป้า ใช้บังคับตั้งแต่ 30 มิ.ย. 69

วันที่ 29 มิถุนายน 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการ พระราชกฤษฎีกา การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่น พ.ศ. 2569 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน มีเนื้อหาว่า

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้หน่วยงานของรัฐเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมดูแลของตนต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่นเพื่อใช้ในการเชื่อมโยงข้อมูลสำหรับจัดทำและให้บริการภาครัฐ และจัดสวัสดิการต่างๆ ให้แก่ประชาชนแบบมุ่งเป้าได้โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ อันจะทำให้การกำหนดนโยบายหรือมาตรการต่างๆ ของรัฐ การให้บริการภาครัฐ และการจัดสวัสดิการให้แก่ประชาชน อยู่บนพื้นฐานข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดทำและให้บริการของภาครัฐ ลดภาระแก่ประชาชน สร้างความโปร่งใสในภาครัฐ รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 175 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา 24 (9) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่น พ.ศ. 2569”

มาตรา 2 พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา 3 เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลสำหรับจัดทำและให้บริการภาครัฐแก่ประชาชนโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้หน่วยงานของรัฐมีหน้าที่เปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมดูแลของตนต่อหน่วยงานของรัฐด้วยกันตามที่หน่วยงานของรัฐนั้นร้องขอ

ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง หน่วยงานของรัฐที่ร้องขอมีหน้าที่รักษาข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่เปิดเผยระหว่างกันนั้นไว้ ไม่ให้มีการเปิดเผยต่อไปยังบุคคลภายนอกไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของรัฐหรือไม่

การรักษาข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด ซึ่งต้องสอดคล้องกับมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์

มาตรา 4 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
อนุทิน ชาญวีรกูล
นายกรัฐมนตรี

พร้อมระบุเหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบันหน่วยงานของรัฐยังคงจัดเก็บข้อมูลแบบแยกส่วน ทำให้การบูรณาการข้อมูลเพื่อนำไปวิเคราะห์ประกอบการจัดทำนโยบายและมาตรการต่างๆ รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือ การจัดสวัสดิการ และการให้บริการแก่ประชาชนแบบมุ่งเป้าไม่สามารถกระทำได้ นอกจากนี้ การเชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าวระหว่างหน่วยงานของรัฐยังเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มความโปร่งใสในภาครัฐ และเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายในการปราบปรามการกระทำความผิดตามกฎหมาย ทั้งความผิดกฎหมายทั่วไปและความผิดกฎหมายที่ร้ายแรงต่างๆ ที่เพิ่มมากขึ้น เช่น องค์กรอาชญากรรม การทุจริตคอร์รัปชัน การค้ามนุษย์ การฉ้อโกงออนไลน์ การฉ้อโกงประชาชน ทั้งยังเป็นประโยชน์แก่การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

สมควรกำหนดให้หน่วยงานของรัฐเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมดูแลของตนต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่นได้เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลสำหรับนำไปวิเคราะห์เพื่อจัดทำและให้บริการภาครัฐ จัดสวัสดิการ รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือต่างๆ แก่ประชาชนได้แบบมุ่งเป้า เพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายอันเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้แก่หลักนิติรัฐ รวมทั้งการให้บริการต่าง ๆ แก่ประชาชนโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ตามมาตรฐานสากล จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

ขณะเดียวกัน ราชกิจจานุเบกษา ยังได้มีการเผยแพร่พระบรมราชโองการ พระราชกฤษฎีกา จัดตั้งสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2569 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ไว้ ณ วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน มีเนื้อหาดังนี้

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการจัดตั้งสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 175 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. 2542 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติองค์การมหาชน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2569”

มาตรา 2 พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา 3 ให้ยกเลิกความใน (1) ของมาตรา 7 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2552 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“(1) ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนานวัตกรรมของประเทศซึ่งรวมถึงการพัฒนาโครงการนวัตกรรมในระยะหลังการวิจัยและพัฒนา หรือการต่อยอดจากงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์สู่เชิงพาณิชย์”

มาตรา 4 ให้ยกเลิกความใน (6) ของมาตรา 8 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2552 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“(6) ถือหุ้น เข้าเป็นหุ้นส่วน หรือเข้าร่วมทุนกับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นในกิจการที่เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของสำนักงาน โดยต้องไม่มีวัตถุประสงค์หลักในการมุ่งแสวงหากำไร”

มาตรา 5 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (6/1) ของมาตรา 8 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2552

“(6/1) เข้าร่วมทุนในกองทรัสต์เพื่อประกอบกิจการเงินร่วมลงทุนที่เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของสำนักงาน”

มาตรา 6 ให้ยกเลิกความใน (9) ของมาตรา 8 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2552 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“(9) กระทำการอื่นใดที่จำเป็นหรือต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของสำนักงาน หรือตามที่คณะรัฐมนตรีหรือคณะกรรมการมอบหมาย”

มาตรา 7 ให้ยกเลิกความในวรรคสองของมาตรา 8 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2552 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“การถือหุ้น เข้าเป็นหุ้นส่วน หรือเข้าร่วมทุนตาม (6) และ (6/1) และการกู้ยืมเงินตาม (7) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด”

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
อนุทิน ชาญวีรกูล
นายกรัฐมนตรี

ในช่วงท้าย ยังได้ระบุเหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่สมควรแก้ไขเพิ่มเติมวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เพื่อรองรับภารกิจในการพัฒนานวัตกรรมของประเทศสู่เชิงพาณิชย์ และเพื่อให้การบริหารงานและการปฏิบัติภารกิจของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้.

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โปรดเกล้าฯ พ.ร.ฎ.เชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ ใช้บังคับตั้งแต่ 30 มิ.ย. 69 หลังประกาศในราชกิจจาฯ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...