โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“สหรัฐ-อิสราเอล-เลบานอน” เซ็นข้อตกลงไตรภาคี ปูทางสร้างความสงบ

เดลินิวส์

อัพเดต 27 มิถุนายน 2569 เวลา 18.19 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
สหรัฐ อิสราเอล และเลบานอน ลงนามข้อตกลงไตรภาคีเพื่อผลักดันการบังคับใช้ข้อตกลงยุติการสู้รบ พร้อมตั้งกลุ่มประสานงานทางทหารและจัดสรรเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ขณะที่อิสราเอลยืนยันจะยังคงตรึงกำลังในภาคใต้ของเลบานอน จนกว่ากลุ่มฮิซบอลเลาะห์จะยอมปลดอาวุธ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ว่า นางนาดา โมอาวัด เอกอัครราชทูตเลบานอนประจำสหรัฐ และนายเยชีเอล ไลเทอร์ เอกอัครราชทูตอิสราเอล ลงนามในเอกสารไตรภาคีร่วมกับสหรัฐ ณ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ในกรุงวอชิงตัน

นายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ เปิดเผยเนื้อหาของเอกสารฉบับนี้เพียงว่า จะเป็นการอำนวยความสะดวกในการบังคับใช้ข้อตกลงดังกล่าว ผ่านหน่วยงานไตรภาคี "กลุ่มประสานงานทางทหารเพื่อเลบานอน" โดยรัฐบาลวอชิงตันจะจัดสรรทรัพยากรจำนวนมาก รวมถึงเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในทันทีจำนวน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,337.80 ล้านบาท) ผ่านการประสานงานร่วมกับสหประชาชาติ (ยูเอ็น)

นอกจากนี้ รูบิโอยืนยันเจตนารมณ์ของสหรัฐ ในการเพิ่มขีดความสามารถของกองทัพเลบานอน "เพื่อให้สามารถสถาปนาอธิปไตยทั่วดินแดนเลบานอน ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น" ด้วยงบประมาณมากกว่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,001.34 ล้านบาท) ภายใต้อำนาจและการจัดสรรงบประมาณที่มีอยู่ของรัฐบาลวอชิงตัน

ด้านนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล ยังคงยืนกรานว่า ข้อตกลงดังกล่าวอนุญาตให้กองทัพอิสราเอลยังสามารถตรึงกำลังไว้ในภาคใต้ของเลบานอนต่อไปได้ ตราบใดที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังไม่ยอมปลดอาวุธ

ขณะเดียวกัน เนทันยาฮูอ้างว่า ข้อตกลงนี้จะเปิดทางให้กองทัพเลบานอน "เริ่มจัดตั้งกำลังเพื่อเข้าควบคุมพื้นที่" เริ่มจากพื้นที่ซึ่งเรียกว่า "เขตนำร่อง" 2 แห่ง โดยกองทัพอิสราเอลจะยอมถอนกำลังออกจากดินแดนที่เข้ายึดครองในระหว่างสงคราม เพื่อสร้างเป็น "เขตความมั่นคง" หรือ "เขตกันชน".

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...