โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รฟท.ปลดล็อกเอกชนร่วมใช้ราง คิดค่าโดยสารเริ่ม 44 บาท/คัน/กิโลกเมตร

ไทยโพสต์

อัพเดต 26 มิถุนายน 2569 เวลา 21.54 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ขร.-รฟท.’ เปิดทางเอกชนร่วมใช้ทางรถไฟได้เป็นครั้งแรกตามกฎหมายใหม่ รอ ครม.ตั้งคณะกรรมการจัดสรรเวลาเดินรถ ก่อนเปิดให้เอกชนทำสัญญาใช้ราง พร้อมกำหนดอัตราค่าใช้ประโยชน์จากรางทั้งรถโดยสารและรถสินค้า หวังปลดล็อกการผูกขาด เพิ่มทางเลือกการเดินทาง และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยยุคใหม่

26 มิ.ย.2569-นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบรถไฟทางคู่และทางรถไฟสายใหม่ โดยรัฐบาลรับภาระค่าก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด ส่วนการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รับผิดชอบการลงทุนจัดหาขบวนรถ การเดินรถ และการซ่อมบำรุง ทั้งนี้ เมื่อโครงการรถไฟทางคู่ทยอยแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มความจุทางรถไฟได้มากกว่า 2 เท่า แต่ รฟท. ยังมีข้อจำกัดด้านการลงทุนจัดหาขบวนรถ ทำให้ยังมีความจุของโครงข่ายเหลืออยู่ในช่วงเวลาที่ไม่มีการให้บริการ

ขณะเดียวกัน พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2569 ได้เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการใช้ทางรถไฟของ รฟท. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ลดการปล่อยทรัพยากรให้ว่างเปล่า และเพิ่มทางเลือกในการใช้บริการขนส่งทางรางแก่ประชาชน โดยการดำเนินการจะอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 และการกำกับของคณะกรรมการจัดสรรเวลาการเดินรถขนส่งทางราง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง

นายพิเชฐ กล่าวว่า ขร.ได้ประสานกับ รฟท. เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเปิดให้เอกชนเข้าร่วมเดินรถบนโครงข่ายรถไฟระหว่างเมือง โดยล่าสุด รฟท.ในฐานะผู้จัดการโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟระหว่างเมือง ได้จัดทำ เอกสารโครงข่ายรางหรือทางเฉพาะ ปี 2569 แล้วเสร็จ ตามมาตรา 70 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 และเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของ รฟท. ตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน 2569 เพื่อให้ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดและเข้าถึงข้อมูลโครงข่ายรางได้อย่างโปร่งใส

สำหรับเอกสารดังกล่าวมีความยาว 598 หน้า ครอบคลุมนิยามศัพท์ รายละเอียดโครงสร้างพื้นฐานและโครงข่ายรถไฟ เงื่อนไขการเข้าใช้โครงข่าย หลักเกณฑ์การจัดสรรความจุตารางเวลาและเส้นทางเดินรถ รวมถึงอัตราค่าใช้ประโยชน์จากราง ทรัพย์สินที่จำเป็น และค่าบริการอื่น ๆ โดยจะใช้เป็นคู่มือสำหรับผู้ประกอบการเอกชนที่ประสงค์เป็น "ผู้ร่วมใช้ราง" และทำสัญญาเข้าใช้รางกับ รฟท. ตามมาตรา 73 ของพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 ซึ่งกำหนดให้ผู้จัดการโครงสร้างพื้นฐานสามารถอนุญาตให้เอกชนร่วมใช้รางของรัฐได้ และการดำเนินการดังกล่าวไม่ถือเป็นการร่วมลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน

ทั้งนี้ อัตราค่าใช้ประโยชน์จากรางสำหรับขบวนรถโดยสาร กำหนดไว้ที่ 44 บาทต่อคันต่อกิโลเมตร สำหรับขบวนรถโดยสารร่วมบริการที่มีไม่น้อยกว่า 4 คัน และ 77 บาทต่อคันต่อกิโลเมตร สำหรับขบวนรถท่องเที่ยว โดยคิดจากจำนวนตู้โดยสารและระยะทางที่เดินรถ เช่น ขบวนรถโดยสารร่วมบริการจำนวน 12 คัน เส้นทางกรุงเทพอภิวัฒน์–ชุมพร ระยะทาง 468 กิโลเมตร จะมีค่าใช้ประโยชน์จากราง 247,104 บาทต่อเที่ยว ขณะที่ขบวนรถท่องเที่ยว 4 คัน เส้นทางกรุงเทพ–หัวหิน ระยะทาง 229 กิโลเมตร มีค่าใช้ประโยชน์จากราง 70,532 บาทต่อเที่ยว ส่วนขบวนรถสินค้า จะคำนวณค่าใช้ประโยชน์จากรางในอัตรา 0.2065 บาทต่อตัน-กิโลเมตร คูณด้วยน้ำหนักรวมของขบวนรถ (Gross Tonnage) และระยะทางที่เดินรถ

นายพิเชฐ กล่าวว่า ขณะนี้หลังจาก รฟท.เผยแพร่เอกสารโครงข่ายรางหรือทางเฉพาะแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือรอคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการจัดสรรเวลาการเดินรถขนส่งทางราง เพื่อดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทยที่เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมใช้ทางรถไฟของ รฟท. ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดย รฟท.ในฐานะผู้จัดการโครงสร้างพื้นฐาน จะต้องบริหารจัดการการใช้รางบนหลักความเป็นกลาง โปร่งใส และไม่เลือกปฏิบัติ ตามมาตรา 68 ของพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานทางรางของประเทศ และสร้างรายได้จากค่าใช้รางเพื่อนำกลับไปพัฒนาระบบรางในอนาคตต่อไป

ด้านนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่ง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท) กล่าวว่าการเปิดเผยข้อมูลในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่จะช่วยลดการผูกขาด และส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรมในอุตสาหกรรมระบบราง โดยเอกสารชุดนี้มีจำนวน 598 หน้า จะทำหน้าที่เป็นคู่มือมาตรฐานที่แจกแจงรายละเอียดทางเทคนิค เงื่อนไข และกฎเกณฑ์การเข้าใช้ทางรถไฟอย่างชัดเจน เพื่อให้ภาคเอกชนหรือผู้ประกอบการรายใหม่ที่สนใจจะเข้ามาประกอบกิจการเดินรถ สามารถนำข้อมูลไปศึกษา วางแผนการลงทุน และเตรียมความพร้อมในการเข้ามาเป็นผู้ให้บริการเดินรถขนส่งทางรางร่วมกันในอนาคต

"การรถไฟฯ มุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่เป็นผู้จัดการโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการเป็นผู้ให้บริการเดินรถที่ได้มาตรฐาน การเปิดประตูสู่การแข่งขันเสรีนี้ นอกจากจะช่วยกระตุ้นเม็ดเงินลงทุนในภาคโลจิสติกส์และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศแล้ว ประโยชน์สูงสุดจะตกอยู่กับประชาชนทั่วไป ที่จะมีทางเลือกในการเดินทางและขนส่งสินค้าที่หลากหลายขึ้น มีบริการที่ทันสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และได้รับอัตราค่าโดยสารที่เป็นธรรมมากยิ่งขึ้นจากกลไกตลาด" นายอนันต์ กล่าว

สำหรับประชาชน ผู้ประกอบการ หรือผู้ที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นายปริญญา รัตนาคม หัวหน้ากองวิจัยและพัฒนาการเดินรถ ฝ่ายปฏิบัติการเดินรถ การรถไฟแห่งประเทศไทย โทรศัพท์ 02-220-4201 ในเวลาราชการ (09.00 – 16.00 น.) และสามารถ Download เอกสารโครงข่ายรางหรือทางเฉพาะ ประจำปี 2569 ฉบับเต็มได้ที่ Link https://www.railway.co.th/download/law/เอกสารโครงข่ายรางหรือทางเฉพาะ_2569.pdf หรือสแกน QR Code บนภาพประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์หลักของการรถไฟแห่งประเทศไทยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...