โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทอท.เร่งเครื่องอัปเกรดสนามบิน ปักธงฮับการบินระดับโลก

ไทยโพสต์

อัพเดต 26 มิถุนายน 2569 เวลา 18.30 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ทอท.กางแผนอัปเกรดสนามบิน รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบิน-การเดินทางระหว่างประเทศ ปักธงฮับการบินระดับโลก ตั้งเป้าปี 77 มีผู้โดยสาร 160 ล้านคน คาดปีนี้ มีผู้โดยสาร 126 ล้านคน ส่วนปี 70 โต 2% แตะ 129 ล้านคน เร่งเครื่องลงทุน 3 แสนล้าน ประเดิม 5 ปี กว่า 8 หมื่นล้าน

26 มิ.ย.2569-นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยในโอกาสครบรอบการดำเนินงาน 47 ปี ทอท. ว่า วันที่ 1 ก.ค.นี้ ทอท.จะครบรอบการดำเนินงาน 47 ปี ซึ่งมีแผนผลักดันเป้าหมายพัฒนาท่าอากาศยานไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินระดับโลก พัฒนาบริการและขีดความสามารถเพื่อรองรับผู้โดยสารสูงสุด 160 ล้านคน ภายในปี 2577 โดยแผนงานในปีหน้า ปีงบประมาณ 2570 (ต.ค. 2569 - พ.ค.2570) ตั้งเป้าจะมีรายได้สอดคล้องกับจำนวนผู้โดยสารที่คาดว่าแตะระดับ 128.5 - 129 ล้านคน หรือเติบโตเพิ่มขึ้น 2% จากตัวเลข 126 ล้านคนในปีงบประมาณ 2569

สำหรับภาพรวมธุรกิจในปีงบประมาณ 2569 ประเมินผลกระทบจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประกอบกับปัจจัยด้านราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นต้นทุน 40% ของสายการบิน ทำให้ราคาบัตรโดยสารปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทาง ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ภาพรวมการเดินทางของผู้โดยสารในปีนี้ทรงตัว และคาดว่าจะเติบโตในระดับ 0% จากปีก่อนที่มีปริมาณผู้โดยสารรวม 126 ล้านคน โดยปริมาณการเดินทางในรอบ 8 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ต.ค. 2568 - พ.ค.2569) ท่าอากาศยาน 6 แห่งของ ทอท. มีเที่ยวบินรวม 552,119 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 1.38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่มีผู้โดยสารรวม 90.98 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2.76%

“ปัจจุบัน 8 เดือน ทอท.มีผู้โดยสารเดินทางประมาณ 90.9 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2.76% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายวางไว้เมื่อต้นปีที่คาดการณ์ปีนี้จะเติบโต 6% และต่ำกว่าเป้าหมายที่ ทอท.ได้ปรับใหม่ล่าสุดว่าจะเติบโตประมาณ 2% เกิดจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ส่งผลจำนวนผู้โดยสารและเชื้อเพลิงอากาศยานสูงขึ้น ทำให้ ทอท. ต้องติดตามและประเมินสถานการณ์ผู้โดยสารทุกเดือน และล่าสุดคาดเติบโตไม่ถึง 1% อยู่ในระดับเติบโต 0%”นางสาวปวีณา กล่าว

นางสาวปวีณา กล่าวด้วยว่า แม้ว่าสถานการณ์การเดินทางในช่วงนี้ยังไม่เติบโตตามคาด แต่หน่วยงานด้านการบินหลายแห่งยังคงคาดการณ์ว่าไทยยังเป็นเป้าหมายที่จะมีความต้องการเดินทางทางอากาศสูงเป็นลำดับต้นๆ ด้วยการเติบโตของภูมิภาคเอเชียแฟซิฟิก ส่งผลทำให้ ทอท. ยังคงเร่งรัดเดินหน้าการลงทุนขยายขีดความสามารถของท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ทอท. โดยประมาณการณ์แผนลงทุนทั้งหมดราว 3 แสนล้านบาท แบ่งระยะการลงทุนรวม 10 - 20 ปีข้างหน้า ซึ่งคาดว่าในช่วง 5 ปีแรกของการลงทุน จะใช้วงเงินลงทุนรวมประมาณ 8 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ ทอท.ยืนยันว่ามีความพร้อมด้านเงินลงทุน โดยในช่วงแรก 5 ปีแรกจะยังไม่มีการกู้เงิน เนื่องจากประเมินแล้วกระแสเงินสดยังมีเพียงพอต่อการลงทุน อีกทั้งการปรับขึ้นอัตราค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ (PSC) ยังทำให้ ทอท.สามารถบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และนำเงินมาลงทุนในอนาคต เพื่อไม่ให้กระทบต่อการสร้างหนี้สาธารณะหรืองบประมาณจากรัฐบาล โดยเงินรายได้จาก PSC ส่วนใหญ่จัดเก็บจากผู้โดยสารต่างชาติ ดังนั้น การปรับขึ้นค่าบริการส่วนนี้ ทำให้ ทอท.สามารถนำเงินจากต่างชาติเพื่อเข้ามาลงทุนเพิ่มขีดความสามารถให้กับประเทศไทย

สำหรับแผนลงทุนเพิ่มขีดความสามารถของ 6 ท่าอากาศยาน ทอท. มีโครงการลงทุน อาทิ การขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสาร ด้านทิศตะวันออก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารเป็น 70 ล้านคน ผ่านการขยายอาคารขนาด 81,000 ตารางเมตร รวมไปทั้งจะนำเอาเทคโนโลยีเข้าไปให้บริการ ทำให้การรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้น โดยไม่ต้องขยายพื้นที่อาคารผู้โดยสารให้มากขึ้นอีก โดยสถานะปัจจุบันของโครงการนี้อยู่ระหว่างรอเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) คาดเริ่มก่อสร้างในปี 2570 - 2574

นอกจากนี้ ทอท.ยังศึกษาแผนแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ฉบับปี 2568) ก่อสร้างอาคารด้านทิศใต้ ซึ่งจะเพิ่มพื้นที่รองรับผู้โดยสารอีก 750,000 ตารางเมตร แบ่งการลงทุนเป็น 3 ระยะ ประกอบด้วย ระหว่างปี 2570 - 2572 เป็นช่วงการเตรียมความพร้อมของงานสาธารณูปโภค พื้นที่ชั้นล่างและออกแบบอาคาร ระยะที่ 1 ระหว่างปี 2572 - 2578 จะเริ่มพัฒนาอาคาร เพื่อเพิ่มการรองรับผู้โดยสาร 15 ล้านคน ระยะที่ 2 ระหว่างปี 2572 - 2582 จะเริ่มก่อสร้างพร้อมระยะที่ 1 เพิ่มขีดความสามารถอีก 15 ล้านคน รวมเมื่อโครงการส่วนนี้แล้วเสร็จ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะรองรับได้ 100 ล้านคน

อย่างไรก็ตามในช่วงของการพัฒนาอาคารด้านทิศใต้ ทอท.จะทยอยปิดปรับปรุงอาคารผู้โดยสารหลัก ซึ่งคาดว่าจะลดการรองรับผู้โดยสารไปประมาณ 10 - 15 ล้านคน โดย ทอท.ประเมินว่าในช่วงปี 2572 - 2578 จะมีผู้โดยสารสูงสุดอยู่ในระดับ 85 ล้านคนต่อปี ทำให้ขีดความสามารถการรองรับของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพียงพอต่อการใช้งาน และยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนให้สอดคล้องกับการใช้งานที่เกิดขึ้นจริง โดยประเมินว่าจะสามารถรับผู้โดยสารเพียงพอในระยะ 4 ปีที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงอาคารผู้โดยสารหลัก และหลังจากนั้นหากผู้โดยสารขยับขึ้นไปแตะระดับ 100 ล้านคน ทอท.จึงจะเริ่มดำเนินการพัฒนาแผนแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะที่ 3 ซึ่งส่วนนี้จะรวมถึงการก่อสร้างทางวิ่ง (รันเวย์) ที่ 4

สำหรับแผนแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ฉบับปี 2568) ปัจจุบัน ทอท.ศึกษาเสร็จแล้ว โดยได้เสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาก่อนเสนอ ครม. แล้ว ซึ่งตามแผนได้รวมงานก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินรอง หลังที่ 2 (แซทเทิลไรท์) กับอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้ไว้ด้วยกัน รวมไปถึงจะมีการลงทุนนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการทั้งส่วนของผู้โดยสารและสายการบิน ซึ่งการปรับแผนนี้ทำให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะมีพื้นที่พัฒนาไม่เพียงรองรับผู้โดยสารแต่ละรวมไปถึงศูนย์ซ่อมอากาศยาน (MRO) และคาร์โก้ เพื่อทำให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นศูนย์กลางการบินระดับโลกที่ครบวงจร

นอกจากนี้ ทอท.ยังเดินหน้าพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ก่อสร้างอาคารผู้โดยสาร อาคาร 3 และปรับปรุงอาคารผู้โดยสารอาคาร 1 และอาคาร 2 ให้ทันสมัย พร้อมปรับปรุงระบบการจราจรภายในสนามบินให้คล่องตัวมากขึ้น และเชื่อมต่อระบบขนส่งทางราง โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2577 ดันขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารเป็น 40 ล้านคน ทำให้ในอีก 5 ปีข้างหน้า ฮับการบินในพื้นที่กรุงเทพฯ จะมีขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารได้สุงสุดถึง 140 ล้านคน และหากรวมท่าอากาศยานในภูมิภาค จะทำให้ ทอท.สามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 160 ล้านคนตามเป้าหมาย

นอกจากนี้ ทอท.จะนำพื้นที่ว่างเปล่าบริเวณรอบท่าอากาศยานมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยว อีกทั้งยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับองค์กรอีกทางหนึ่ง ตลอดจนกระจายรายได้สู่ชุมชนโดยรอบท่าอากาศยาน และเกิดการจ้างงาน ซึ่งสามารถพัฒนาพื้นที่เป็นโครงการต่างๆ เช่น โรงแรมสนามบิน (Airport Hotel) ศูนย์การขนส่งและกระจายสินค้า (Logistics Park) อุทยานการบิน (Aviation Park) ศูนย์บริการและซ่อมบำรุงรถยนต์ สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า สำนักงานให้เช่า ศูนย์นันทนาการ (Recreation Center) เพื่อเป็นแหล่งรวมกิจกรรมยามว่างด้านสุขภาพและความบันเทิง เป็นต้น โดยจะเปิดให้เอกชนที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจมาร่วมลงทุนต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...