หุ้น Apple ร่วงแรง หลังปรับขึ้นราคา iPad และ Mac อ้างชิปขาดแคลน
บลูมเบิร์ก รายงานว่า หุ้นของบริษัท Apple Inc ปรับตัวลดลงหลังจากทางบริษัทได้ปรับขึ้นราคาเครื่องคอมพิวเตอร์ Mac, แท็บเล็ต iPad, อุปกรณ์สำหรับบ้าน และแว่น Vision Pro ทั้งหมดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เพื่อหวังชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นอันเนื่องมาจากปัญหาการขาดแคลนชิปหน่วยความจำและชิปจัดเก็บข้อมูลอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
การปรับขึ้นราคาดังกล่าวมีผลบังคับใช้ทั่วโลกแล้วบนร้านค้าออนไลน์ของ Apple ตั้งแต่วันพฤหัสบดี (25 มิ.ย.69) ทั้งนี้ทางบริษัทยังไม่ได้ปรับขึ้นราคา iPhone, Apple Watch หรือ AirPods แต่อย่างใด ทว่าได้มีการส่งสัญญาณว่าอาจมีการปรับราคาผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เพิ่มเติมอีกในอนาคต
ส่งผลให้หุ้นของ Apple ร่วงลงถึง 6.1% ปิดที่ 275.15 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการลดลงภายในวันเดียวที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2025
- บริษัทแอปเปิลปรับราคาขึ้นแรง
สำหรับราคาเริ่มต้นของ MacBook Neo ปรับขึ้นจาก 599 ดอลลาร์ เป็น 699 ดอลลาร์ ขณะที่ MacBook Air รุ่น 13 นิ้ว เพิ่มขึ้นจาก 1,099 ดอลลาร์ เป็น 1,299 ดอลลาร์ ส่วน MacBook Pro รุ่น 14 นิ้ว ขยับจาก 1,699 ดอลลาร์ เป็น 1,999 ดอลลาร์ และรุ่น 16 นิ้ว ปรับราคาเริ่มต้นจาก 2,499 ดอลลาร์ ขึ้นเป็น 2,999 ดอลลาร์
ด้านคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ iMac มีราคาเริ่มต้นเพิ่มขึ้นจาก 1,299 ดอลลาร์ เป็น 1,499 ดอลลาร์ ขณะที่ Mac Studio ปรับเพิ่มขึ้นจาก 1,999 ดอลลาร์ เป็น 2,499 ดอลลาร์
โฆษกของ Apple เปิดเผยว่า "การขยายตัวอย่างรวดเร็วของศูนย์ข้อมูล AI ได้ทำให้เกิดความต้องการชิปหน่วยความจำและชิปจัดเก็บข้อมูลพุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาล" และทางบริษัท "ไม่เคยเห็นราคาชิ้นส่วนอะไหล่ปรับตัวสูงขึ้นมากและรวดเร็วขนาดนี้มาก่อน"
Apple กล่าวเสริมว่า "ที่ผ่านมาเราได้ช่วยปกป้องลูกค้าจากผลกระทบของต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเหล่านี้มาโดยตลอด แต่ในตอนนี้เรามาถึงจุดที่จำเป็นต้องเริ่มปรับขึ้นราคาสินค้าจำนวนหนึ่งแล้ว ซึ่งรวมถึงการปรับราคาของ iPad และ Mac ในวันนี้ด้วย"
การขึ้นราคาในลักษณะนี้ถือเป็นเรื่องที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน และไม่มีเหตุการณ์เทียบเคียงได้เลยในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของ Apple ที่จะมีการประกาศขึ้นราคาแบบถ้วนหน้าเกือบทุกไลน์ผลิตภัณฑ์พร้อมกันเช่นนี้ แม้ว่าในอดีตบริษัทเคยปรับขึ้นราคาในบางรุ่นมาบ้าง เช่น การเพิ่มราคาขึ้น 100 ดอลลาร์ สำหรับ iPhone 17 Pro เมื่อปีที่แล้ว แต่ก็ไม่ใช่การปรับขึ้นในหลายหมวดหมู่สินค้าพร้อมกันในคราวเดียว
ก่อนหน้านี้ในเดือนมีนาคม Apple เคยปรับขึ้นราคา MacBook Air และ MacBook Pro ไปพร้อม ๆ กับการอัปเดตสเปกให้สูงขึ้น ซึ่งช่วยบรรเทาความรู้สึกของลูกค้าต่อราคาที่เพิ่มขึ้นได้บ้าง
"พวกเราทราบดีว่านี่ไม่ใช่ข่าวที่น่ายินดี และเรากำลังทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อค้นหาแนวทางแก้ไข" Apple ระบุ
นอกจากนี้ MacBook Neo รุ่นไฮเอนด์ที่มีความจุเพิ่มขึ้นและมี Touch ID ปัจจุบันมีราคาอยู่ที่ 799 ดอลลาร์ จากเดิม 699 ดอลลาร์ ส่วน MacBook Pro รุ่น 16 นิ้ว ตัวท็อปสุด (จัดเต็มทั้งหน่วยความจำและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลสูงสุด) ตอนนี้มีราคาพุ่งสูงถึง 9,999 ดอลลาร์ขณะที่ MacBook Air รุ่น 15 นิ้ว ปรับขึ้นจาก 1,299 ดอลลาร์ เป็น 1,499 ดอลลาร์
ด้าน Mac mini รุ่นไฮเอนด์ที่ใช้สเปก M4 Pro มีราคาปรับขึ้นจาก 1,399 ดอลลาร์ เป็น 1,599 ดอลลาร์ ส่วนรุ่นพื้นฐาน (Base model) เพิ่งจะมีการปรับราคาขึ้นจาก 599 ดอลลาร์ เป็น 799 ดอลลาร์ ไปก่อนหน้านี้ โดยยกเลิกรุ่นเริ่มต้นสเปกต่ำสุดออกไป
สำหรับ iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว ราคาปรับขึ้นจาก 999 ดอลลาร์ เป็น 1,199 ดอลลาร์ ขณะที่รุ่น 13 นิ้ว ขยับจาก 1,299 ดอลลาร์ เป็น 1,499 ดอลลาร์ ด้าน iPad Air รุ่น 11 นิ้ว ปัจจุบันอยู่ที่ 749 ดอลลาร์ จากเดิม 599 ดอลลาร์ และรุ่น 13 นิ้ว ปรับเป็น 949 ดอลลาร์ จากเดิม 799 ดอลลาร์ ส่วน iPad รุ่นพื้นฐานขยับจาก 349 ดอลลาร์ เป็น 449 ดอลลาร์ และ iPad mini ปรับขึ้นจาก 499 ดอลลาร์ เป็น 559 ดอลลาร์
ในส่วนของลำโพง HomePod รุ่นมาตรฐาน ปัจจุบันมีราคาอยู่ที่ 349 ดอลลาร์ จากเดิม 299 ดอลลาร์ ขณะที่ HomePod mini ปรับขึ้นจาก 99 ดอลลาร์ เป็น 129 ดอลลาร์ ทางด้านกล่องรับสัญญาณ Apple TV ปรับขึ้นจาก 129 ดอลลาร์ เป็น 199 ดอลลาร์ และอุปกรณ์สวมศีรษะ Apple Vision Pro ปัจจุบันมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 3,699 ดอลลาร์ จากเดิม 3,499 ดอลลาร์ โดยรุ่นความจุ 1 เทราไบต์ (1 TB) มีราคาอยู่ที่ 4,199 ดอลลาร์
ผู้บริหารของ Apple ได้กล่าวในระหว่างการรายงานผลประกอบการไตรมาสที่สองของบริษัทว่า ปัญหาการขาดแคลนหน่วยความจำจะรุนแรงขึ้นอีกในช่วงที่เหลือของปีนี้
ทิม คุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Apple กล่าวในเวลานั้นว่า การขาดแคลนดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อซัพพลายการผลิต ซึ่งทำให้เครื่อง Mac หลายรุ่นต้องเผชิญกับข้อจำกัดในการผลิตที่ยืดเยื้อและการจัดส่งที่ล่าช้า
"เรายังไม่ถึงจุดที่จะบอกได้ว่าปัญหานี้จะสิ้นสุดลงในเร็ว ๆ นี้" ทิม คุก กล่าวในเดือนเมษายน พร้อมเสริมว่าข้อจำกัดเหล่านี้น่าจะคงอยู่ต่อไปอีก "หลายเดือน"
จอห์น เทอร์นัส จะเป็นผู้เข้ามารับช่วงต่อในการบริหารวิกฤตการณ์ขาดแคลนหน่วยความจำนี้ในวันที่ 1 กันยายน เมื่อเขาก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งซีอีโอต่อจากทิม คุก ทั้งนี้ ปัญหาขาดแคลนดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อความสามารถของ Apple ในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยเป็นอุปสรรคขัดขวางการปล่อยสินค้าสำคัญอย่าง Mac Studio รุ่นอัปเดตใหม่ด้วยเช่นกัน
- คาดราคา iPhone จะขึ้นตาม
เมื่อเดือนเมษายน ทิม คุก เคยระบุว่า iPhone ได้รับผลกระทบจากปัญหาหน่วยความจําน้อยกว่า Mac แต่กลับต้องเผชิญกับปัญหาขาดแคลนที่เกี่ยวข้องกับชิปประมวลผลหลักของตัวเครื่องแทน
ทั้งนี้ ทางบริษัทมีกำหนดจะเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในเดือนกันยายน ซึ่งรวมถึงโมเดลหน้าจอพับได้รุ่นใหม่ที่เป็นไฮไลต์สำคัญ โดยคาดว่าราคาอาจทะลุ 2,000 ดอลลาร์ รวมถึง iPhone 18 Pro และ 18 Pro Max รุ่นใหม่ที่จะมาพร้อมกับชิ้นส่วนกล้องที่มีราคาสูงขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะผลักดันให้ภาพรวมของราคาสินค้าสูงขึ้นไปอีก
"เราคาดว่าราคาของ iPhone จะปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยมีเป้าหมายหลักไปที่รุ่น Pro ซึ่งกลุ่มผู้ซื้อมีความอ่อนไหวต่อราคาน้อยกว่า และการปรับราคาขึ้น 100 ดอลลาร์ จะสามารถช่วยชดเชยค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นได้ถึง 78%" สำนักวิเคราะห์ Bloomberg Intelligence ระบุในบันทึก