เหตุผลที่คนเก่งงานยังเติบโตขึ้นไปไม่ได้สักที
หากคุณอยู่ในโลกของการทำงานมานานพอ คุณน่าจะเคยเห็นปรากฏการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า นั่นคือการที่คนเก่งงานเฉพาะทางมาก ๆ กลับต้องเผชิญกับเพดานทางอาชีพ
โดยธรรมชาติแล้วคนทำงานกลุ่มนี้ สามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายได้อย่างยอดเยี่ยม แต่เมื่อถึงเวลาที่บริษัทต้องการเลือกคนขึ้นมาเป็นผู้นำ คนกลุ่มนี้กลับถูกมองข้าม หรือบางครั้งเมื่อได้ขึ้นมาแล้ว ก็ต้องดิ้นรนอย่างหนัก
คำถามคือ ทำไมความเก่งในเนื้องาน ถึงไม่เพียงพออีกต่อไปในโลกยุคปัจจุบัน ?
คำตอบก็คือ งานบริหารต้องการวิธีคิดอีกแบบหนึ่ง มันคือวิธีคิดที่ลดการโฟกัสไปที่ตัวงานรายชิ้น แต่ต้องเปลี่ยนไปมองภาพใหญ่แทน
วิธีคิดแบบนี้ คล้ายกับวิธีคิดของผู้ก่อตั้งบริษัทที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งต้องใช้ทั้งความรู้ ประสบการณ์ และสัญชาตญาณ เพื่อมารวมกันเพื่อสร้างมูลค่าสูงสุดให้กับองค์กรภายใต้บริบทที่มีอยู่
แถมสิ่งที่น่าสนใจคือ ในรายงาน Future of Jobs ของ World Economic Forum ได้ระบุไว้ชัดเจนว่าทักษะการคิดวิเคราะห์ (Analytical Thinking) คือทักษะอันดับหนึ่งที่นายจ้างทั่วโลกต้องการมากที่สุด
ยิ่งในยุคปัจจุบันที่ AI พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด รูปแบบการจ้างงานในระดับผู้บริหารจึงเปลี่ยนไป บริษัทไม่ได้มองหาแค่คนที่สั่งการตามระบบ แต่ต้องการคนที่มีวิธีคิดแบบมนุษย์ที่ซับซ้อนมากขึ้น สามารถที่จะวิเคราะห์และมีการใช้ข้อมูลร่วมกันได้มากขึ้น
คำถามต่อมาคือ..แล้วเราจะเปลี่ยนจาก คนทำงานเก่ง ไปเป็นคนที่มีคิดเชิงกลยุทธ์ ได้อย่างไร ?
ออฟฟิศ 0.4 ได้สรุป 5 แนวทางเหล่านี้มากให้
1. Founder Mindset
ลองทำความเข้าใจเป้าหมายส่วนตัวและเป้าหมายขององค์กรดู ด้วยการเริ่มต้นง่าย ๆ คือ ศึกษาพื้นฐานธุรกิจของบริษัท เพื่อให้เข้าใจว่า ทำไมผู้บริหารระดับสูงถึงตัดสินใจแบบนั้น และจะทำอย่างไรถึงจะไปช่วยทำให้เป้าหมายของหัวหน้าบรรลุได้
2. สื่อสารให้เห็นภาพใหญ่และภาพเล็ก
ก่อนที่จะนำเสนอทางออกหรือโซลูชันใด ๆ ให้ตั้งเป้าหมายและสื่อสารมันออกมาด้วยภาษาง่าย ๆ เพราะทักษะเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญของคนที่มีวิธีคิดเชิงธุรกิจ นั่นคือการทำให้ทุกคนเข้าใจภาพตรงกัน
3. ใส่ความเป็น Ownership
คนที่มีวิธีคิดแบบธุรกิจจะชอบทดลองและประเมินผลอยู่ตลอดเวลาเพื่อหาทางเลือกที่ดีที่สุด แม้งานของตัวเองเสร็จแล้วก็อย่าเพิ่งสะบัดก้นหนี แต่ต้องคอยหมั่นตรวจสอบ ติดตามถึงผลลัพธ์ระหว่างทางด้วยนั่นเอง
4. แสดงความความจริงใจได้
เรื่องนี้แม้จะดูยากสักหน่อย เพราะการกล้าพูดถึงความรู้สึกในสถานการณ์ที่อึดอัดขึ้นมาพูดคุยก่อนที่มันจะกลายเป็นความขัดแย้ง ซึ่งไม่ใช่แค่ความกล้าที่มี แต่ยังมีมุมมองที่คนอื่นอาจมองไม่เห็นความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ด้วยเหมือนกัน ก็ต้องยอมรับว่าข้อนี้คือข้อสำคัญที่คนอยากเติบโตควรมี
5. ยืดหยุ่นและพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง
การปรับตัวเป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกคนก็รู้ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องเพิ่มเข้ามาคือ การโอบรับและมองความไม่แน่นอนให้เป็นเรื่องท้าทาย แทนที่จะมานั่งหงุดหงิดทุกครั้งที่แผนการอันสมบูรณ์แบบของเราต้องพังทลายลงก็ตาม
แต่จากประสบการณ์ของ ออฟฟิศ 0.4 ที่อยากจะเสริมจาก 5 ข้อนี้ ก็คือการนำตัวเองไปอยู่ในองค์กรที่มีวัฒนธรรมที่สอดคล้องกับความเชื่อและความสามารถเราด้วย รวมถึงสไตล์ของหัวหน้าและเจ้าของธุรกิจที่มองเห็นคุณค่าของเราจริง ๆ ก็สำคัญเช่นกัน เพราะจะช่วยต่อยอดให้ทักษะ 5 ข้อที่ว่ามา มีคุณค่ามากขึ้น
บทสรุปของเรื่องนี้กำลังบอกเราว่า โลกการทำงานยุคใหม่ ความขยันและทักษะเฉพาะทางเป็นแค่บันไดขั้นแรกเท่านั้น และถ้าอยากก้าวเพื่อเติบโตต่อไป การเก่งในหน้าที่อย่างเดียวอาจต้องเติมการมองภาพใหญ่ให้ได้ และคิดวิเคราะห์ให้เป็นนั่นเอง..
อ้างอิง : Why being good at your job isn’t enough to get promoted anymore