โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อเล็กซานดรา เอียลา ในวันที่เทนนิสอาเซียนเริ่มถูกมองใหม่บนเวทีวิมเบิลดัน

THE STANDARD

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
อเล็กซานดรา เอียลา ในวันที่เทนนิสอาเซียนเริ่มถูกมองใหม่บนเวทีวิมเบิลดัน

บางครั้งชัยชนะหนึ่งแมตช์ไม่ได้เปลี่ยนแค่เส้นทางของนักกีฬาเพียงคนเดียว แต่เปลี่ยนวิธีที่โลกมองภูมิภาคทั้งภูมิภาค

ในค่ำคืนที่ อเล็กซานดรา เอียลา เอาชนะ อีกา ซิออนเท็ก แชมป์เก่าวิมเบิลดันและอดีตมือหนึ่งของโลก 2 เซตรวด 7-6 ไทเบรก 11-9 และ 6-2 บนเซ็นเตอร์คอร์ต

สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงหนึ่งในผลการแข่งขันพลิกล็อกของแกรนด์สแลม หากเป็นช่วงเวลาที่ทำให้วงการเทนนิสเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ยืนอยู่กลางเวทีใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอย่างเต็มภาคภูมิ

สำหรับเอียลา นี่คือชัยชนะที่มีความหมายมากกว่าการผ่านเข้าสู่รอบ 16 คนสุดท้ายของวิมเบิลดัน เพราะเธอไม่ได้ล้มเพียงนักเทนนิสชื่อดัง แต่ล้มหนึ่งในมาตรฐานสูงสุดของเทนนิสหญิงยุคปัจจุบัน

ซิออนเท็กอาจกำลังเผชิญปีที่ยากลำบาก และฟอร์มของเธออาจไม่เฉียบขาดเหมือนช่วงพีก แต่การเอาชนะแชมป์แกรนด์สแลม 6 สมัยบนคอร์ตที่ใหญ่ที่สุดของวิมเบิลดันยังคงเป็นสิ่งที่ต้องใช้ทั้งฝีมือ ความกล้า และสภาพจิตใจที่แข็งแรงอย่างมากโดยเฉพาะเมื่อเซตแรกยืดเยื้อถึงไทเบรก 11-9 และซิออนเท็กมีโอกาสปิดเซตมากกว่าหนึ่งครั้ง

สิ่งที่ทำให้ชัยชนะครั้งนี้น่าสนใจคือ เอียลาไม่ได้ชนะด้วยพลังที่เหนือกว่า เธอไม่ได้มีเสิร์ฟที่หนักที่สุด หรืออาวุธที่ทำให้แต้มจบลงในทันที

แต่เธอชนะด้วยมุม ด้วยสปิน ด้วยการเปลี่ยนทิศทางลูกจากมุมที่ซิออนเท็กคาดไม่ถึง และที่สำคัญที่สุดคือความกล้าในแต้มสำคัญ

เธอเล่นเหมือนคนที่รู้ว่าตัวเองอาจไม่มีโอกาสแบบนี้บ่อยนัก แต่แทนที่จะกลัว เธอกลับเลือกโจมตี และทำให้ซิออนเท็กต้องตีเพิ่มอีกหนึ่งลูกเสมอ จนความผิดพลาดค่อยๆ สะสมและกลายเป็นรอยร้าวของแชมป์เก่า

หลังจบเกม เอียลาพูดประโยคที่ทำให้หลายคนจดจำได้ทันทีว่า “สำหรับคนที่เติบโตในฟิลิปปินส์ เด็กผู้หญิงที่ใส่ถุงเท้าระบาย รองเท้ามีไฟ และแก้มยุ้ย คนคนนั้นคงรู้สึกว่านี่คือทุกอย่าง”

ประโยคนี้ไม่ได้สวยงามเพราะความโรแมนติกเท่านั้น แต่เพราะมันจริง เอียลาไม่ได้เติบโตในประเทศที่มีระบบเทนนิสระดับโลก ไม่ได้มีรุ่นพี่ชาวฟิลิปปินส์ปูเส้นทางในทัวร์ให้เดินตามง่ายๆ

เธอต้องจากบ้านตั้งแต่อายุยังน้อย เพื่อไปฝึกที่ราฟาเอล นาดาล อะคาเดมี และค่อยๆ สร้างเส้นทางของตัวเองจากจูเนียร์แกรนด์สแลม สู่ ITF, WTA 125, ไมอามี โอเพน และวันนี้คือวิมเบิลดัน

เธอเคยบอกว่าไม่อยากให้เด็กๆ มองเธอแล้วพูดว่า “ฉันอยากเป็นอเล็กซ์ เอียลาคนต่อไป” แต่อยากให้พวกเขาพูดว่า “ฉันอยากเป็นตัวฉันคนแรก”

นี่คือประโยคที่สะท้อนความสำคัญของชัยชนะครั้งนี้ได้ดีที่สุด เพราะเอียลาไม่ได้กำลังสร้างพิมพ์เขียวให้ทุกคนเลียนแบบ

แต่เธอกำลังเปิดประตูให้เด็กจากฟิลิปปินส์ ไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย หรือประเทศใดก็ตามในอาเซียน เชื่อว่าพวกเขาสามารถมีเส้นทางของตัวเองในกีฬาที่เคยถูกมองว่าไกลเกินเอื้อม

เมื่อพูดถึงเทนนิสหญิงอาเซียน ชื่อที่ยังคงยิ่งใหญ่ที่สุดในความทรงจำคือ แทมมี่-แทมมารีน ธนสุกาญจน์ นักเทนนิสไทยที่เคยขึ้นไปถึงมือ 19 ของโลก และเคยสร้างมาตรฐานไว้สูงมากบนคอร์ตหญ้า โดยเฉพาะที่วิมเบิลดัน

หลังจากยุคนั้น อาเซียนมีนักเทนนิสหลายคนพยายามเดินตาม แต่เส้นทางอาชีพเทนนิสระดับโลกไม่เคยง่าย ทั้งค่าใช้จ่าย การเดินทาง ทีมโค้ช ตารางแข่งขัน และช่องว่างของโครงสร้างพัฒนาเยาวชนเมื่อเทียบกับยุโรปหรือสหรัฐอเมริกา

แต่ปีนี้ วิมเบิลดันกำลังส่งสัญญาณบางอย่างที่น่าสนใจมาก เอียลาไม่ได้เป็นตัวแทนความหวังจากฟิลิปปินส์เพียงคนเดียว เพราะฝั่งไทยเองก็มีเรื่องราวสำคัญเกิดขึ้นเช่นกัน

ไหม-มนัญชญา สว่างแก้ว ผ่านเข้ารอบ 3 หรือรอบ 32 คนสุดท้าย หลังเอาชนะ อลิเซีย พาร์กส์ มือ 81 ของโลกจากสหรัฐฯ 7-5, 6-0

เธอกลายเป็นนักเทนนิสหญิงไทยคนที่ 2 ที่เข้าถึงรอบ 3 ของวิมเบิลดันต่อจากแทมมารีน และเป็นนักหวดหญิงไทยคนที่ 3 ที่ผ่านเข้ารอบ 3 แกรนด์สแลมต่อจากแทมมารีนและลักษิกา คำขำ

ขณะเดียวกัน รวงข้าว-ลัลนา ธาราฤดี ก็จารึกประวัติศาสตร์ส่วนตัวด้วยชัยชนะในเมนดรอว์แกรนด์สแลมครั้งแรกของอาชีพ หลังล้ม ลิลลี่ แท็กเกอร์ ดาวรุ่งออสเตรีย 2-1 เซต ในรอบแรกของวิมเบิลดัน

การเป็นนักเทนนิสหญิงไทยคนที่ 4 ที่ชนะในรอบเมนดรอว์แกรนด์สแลมต่อจากแทมมารีน ลักษิกา และมนัญชญา อาจไม่ได้ถูกพูดถึงดังเท่าชัยชนะของเอียลาเหนือซิออนเท็ก

แต่ในเชิงโครงสร้างของเทนนิสไทย นี่คือก้าวที่สำคัญไม่แพ้กัน เพราะมันแปลว่าประเทศไทยเริ่มมีนักกีฬามากกว่าหนึ่งคนที่สามารถยืนบนเวทีเมเจอร์ได้จริง

ทั้งหมดนี้ทำให้ชัยชนะของเอียลามีน้ำหนักมากขึ้น เพราะมันไม่ได้เกิดขึ้นในสุญญากาศ หากเป็นส่วนหนึ่งของภาพใหญ่ที่อาเซียนเริ่มมีตัวแทนมากขึ้นในเทนนิสหญิงระดับสูง

แน่นอน เรายังไม่อาจพูดได้ว่านี่คือยุคทองของเทนนิสอาเซียน เพราะความสำเร็จระยะยาวต้องวัดกันด้วยอันดับโลก ความสม่ำเสมอ รายการใหญ่ และการยืนระยะหลายฤดูกาล

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นที่วิมเบิลดันปีนี้ทำให้อย่างน้อยเราก็มีสิทธิ์ตั้งคำถามว่า บางทีภูมิภาคนี้อาจไม่ได้อยู่ห่างจากโลกเทนนิสชั้นนำเท่าที่เคย

เอียลายังมีเส้นทางอีกไกล รอบต่อไปเธอต้องพบ จัสมิน เปาลินี รองแชมป์วิมเบิลดันปี 2024 ซึ่งจะเป็นบททดสอบอีกระดับหนึ่ง

แต่ไม่ว่าเส้นทางของเธอในทัวร์นาเมนต์นี้จะจบลงตรงไหน ชัยชนะเหนือซิออนเท็กได้เปลี่ยนสถานะของเธอไปแล้ว จากนักเทนนิสที่ได้รับความสนใจมหาศาลในฟิลิปปินส์ กลายเป็นชื่อที่โลกเทนนิสต้องมองอย่างจริงจัง

และสำหรับอาเซียน นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่สำคัญกว่านั้น เพราะเด็กคนหนึ่งจากมะนิลา เด็กคนหนึ่งจากไทย หรือเด็กคนหนึ่งจากเมืองเล็กๆ ในภูมิภาคนี้ อาจได้เห็นเอียลานอนลงบนพื้นเซ็นเตอร์คอร์ตหลังชนะ แล้วรู้สึกว่าเส้นทางนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับคนจากประเทศใหญ่เท่านั้น

วิมเบิลดันเป็นเวทีแห่งประเพณี ความสง่างาม และประวัติศาสตร์ยาวนาน แต่บางครั้งความงดงามที่สุดของมันคือการได้เห็นคนหน้าใหม่เดินเข้ามาเขียนประวัติศาสตร์ของตัวเอง

อเล็กซานดรา เอียลา ทำสิ่งนั้นแล้วและบางที สิ่งที่เธอทิ้งไว้หลังชัยชนะครั้งนี้ อาจไม่ใช่แค่แรงบันดาลใจให้ฟิลิปปินส์เท่านั้น แต่เป็นแรงกระเพื่อมถึงทั้งอาเซียนว่า

ความฝันในเทนนิสระดับโลกอาจยังยากเหมือนเดิม…แต่ไม่ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้อีกต่อไป

อ้างอิง

ภาพ:Toby Melville / REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...