โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สวนดุสิตโพล ชี้ ประชาชนกว่า 77% จี้รัฐบาลเร่งลดค่าครองชีพด่วน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 17 พฤษภาคม 2569 เวลา 18.41 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สวนดุสิตโพล เปิดผลสำรวจ “ความคาดหวังของประชาชนต่อการทำงานของรัฐบาลอนุทิน” พบประชาชน 77% อยากให้รัฐบาลช่วยลดค่าครองชีพด่วนที่สุด ขณะที่ส่วนใหญ่กังวลหนี้สาธารณะจากการกู้เงิน 4 แสนล้านบาท มองเศรษฐกิจ 3 เดือนข้างหน้ามีแนวโน้มแย่ลง

17 พ.ค. 2569 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผย สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ความคาดหวังของประชาชนต่อการทำงานของรัฐบาลอนุทิน” โดยสำรวจจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,143 คน ทางออนไลน์และภาคสนามระหว่างวันที่ 12-15 พ.ค. 2569 สรุปผลได้ดังนี้

1. ประชาชนอยากให้รัฐบาลอนุทินเร่งดำเนินการเรื่องใด

  • อันดับ 1 ลดค่าครองชีพ ค่าพลังงาน ราคาสินค้า (77.97%)
  • อันดับ 2 แก้ปัญหาหนี้สินประชาชน (63.78%)
  • อันดับ 3 ปราบทุจริต บริหารโปร่งใส (63.08%)

2.ประชาชนคิดว่าเศรษฐกิจไทยอีก 3 เดือนข้างหน้า (มิถุนายน-สิงหาคม) จะเป็นอย่างไร

  • อันดับ 1 แย่ลง (46.89%)
  • อันดับ 2 เหมือนเดิม (32.81%)
  • อันดับ 3 ไม่แน่ใจ (10.50%)
  • อันดับ 4 ดีขึ้น (9.80%)

3. ณ วันนี้ ประชาชนกังวลเรื่องใดมากที่สุด

  • อันดับ 1 ภาระหนี้สาธารณะ การกู้เงิน 4 แสนล้านบาท (44.44%)
  • อันดับ 2 ความคุ้มค่าของโครงการคนละครึ่งพลัส (13.65%)
  • อันดับ 3 ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา (11.81%)

4. ประชาชนคาดหวังต่อการทำงานของรัฐบาลอนุทินมากน้อยเพียงใด

  • อันดับ 1 ไม่ค่อยคาดหวัง (33.16%)
  • อันดับ 2 ค่อนข้างคาดหวัง (31.06%)
  • อันดับ 3 ไม่คาดหวังเลย (23.45%)
  • อันดับ 4 คาดหวังมาก (12.33%)

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล เปิดเผยว่า ปัญหาเศรษฐกิจยังเป็นโจทย์ใหญ่ของทุกรัฐบาลที่ประชาชนอยากให้เร่งดำเนินการ แม้รัฐบาลอนุทินเตรียมกู้เงิน 4 แสนล้านบาทมาเพื่อแก้ปัญหา แต่สิ่งที่ประชาชนกังวล ณ วันนี้ คือ ภาระหนี้สาธารณะรวมถึงความคุ้มค่าและผลกระทบระยะยาว จึงอาจเป็นเหตุผลให้ประชาชนมองว่าเศรษฐกิจหลังจากนี้อาจจะแย่ลง และยังรอดูว่าจะคาดหวังกับผลงานรัฐบาลได้มากน้อยเพียงใด

ดร.งามประวัณ เอ้สมนึก คณบดีโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยว่า ผลโพลสะท้อนชัดว่า ความชอบธรรมของรัฐบาลยุคปัจจุบันไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงเสียงข้างมากในสภาอีกต่อไป แต่ขึ้นอยู่กับ “ประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ” และ “ความน่าเชื่อถือในการบริหารประเทศ” มากกว่า ประชาชนจ านวนมากไม่ได้ปฏิเสธรัฐบาลทันที หากแต่อยู่ในภาวะรอดูผลงาน เพราะสังคมไทยตลอดหลายปีที่ผ่านมาเผชิญการเมืองที่เต็มไปด้วยคำสัญญา แต่มักไม่สามารถเปลี่ยนเป็นผลลัพธ์ที่ประชาชนรู้สึกได้จริง

ดังนั้นเมื่อประชาชนกังวลทั้งค่าครองชีพ หนี้สินส่วนบุคคล และภาระหนี้สาธารณะ จึงสะท้อนว่าความกดดันที่รัฐบาลกำลังเผชิญไม่ใช่เพียงปัญหาเศรษฐกิจเชิงตัวเลข แต่คือ “วิกฤตความเชื่อมั่น” ว่ารัฐยังมีศักยภาพเพียงพอในการบริหารประเทศหรือไม่ ในอีกมิติหนึ่ง

ขณะที่ผลโพลยังสะท้อนว่าประชาชนเริ่มให้ความสำคัญกับ “คุณภาพของการบริหาร” มากกว่าความนิยมทางการเมือง เพราะต่อให้รัฐบาลมีเสถียรภาพในสภา แต่หากไม่สามารถสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นทางสังคมได้ ก็อาจเผชิญแรงกดดันสะสมในระยะยาว ความรู้สึกไม่ค่อยคาดหวัง อาจค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความไม่ไว้วางใจ และพัฒนาไปสู่แรงกดดันทางการเมืองที่เข้มข้นขึ้นต่อรัฐบาลและต่อระบบการเมืองโดยรวมในระยะต่อไปได้เช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...