โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“สุริยะ” โชว์ จีดีพีเกษตรไตรมาส 1/69 โต 2.4% รับอานิสงส์น้ำดี “พืช-ปศุสัตว์” จับตาเอลนีโญครึ่งปีหลัง

อีจัน

อัพเดต 16 พ.ค. เวลา 19.59 น. • เผยแพร่ 16 พ.ค. เวลา 12.56 น. • อีจัน

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจการเกษตรหรือจีดีพีเกษตรไตรมาส 1 ปี 2569 (ม.ค.-มี.ค. 2569) ว่า ขยายตัว 2.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีเพียงพอ หลังประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่องตลอดปี 2568 ส่งผลให้ภาคการเพาะปลูกและการเลี้ยงสัตว์เติบโตได้ดี ประกอบกับสภาพอากาศเอื้ออำนวยต่อการผลิต

ทั้งนี้ แม้ในช่วงเดือนมี.ค. 2569 จะได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวสูงขึ้น แต่รัฐบาลได้มีมาตรการตรึงราคาน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศ รวมทั้งปัจจัยการผลิตบางส่วนยังเป็นสต็อกเดิม จึงยังไม่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตมากนัก โดยสาขาพืช ปศุสัตว์ และป่าไม้ยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่อง

นายสุริยะ กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจการเกษตรทั้งปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวได้ในช่วง 0.5-1.5% จากปริมาณน้ำที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี การบริหารจัดการน้ำ การเฝ้าระวังโรคพืชและสัตว์ รวมถึงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตร อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากสภาพอากาศ โดยเฉพาะแนวโน้มการเข้าสู่ภาวะเอลนีโญในช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งอาจทำให้เกิดฝนทิ้งช่วงและภัยแล้ง รวมถึงความผันผวนของราคาน้ำมัน ปุ๋ยเคมี ค่าเงินบาท และภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว

ขณะเดียวกัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำหนดมาตรการเร่งด่วนเพื่อลดผลกระทบต่อเกษตรกร ทั้งการบริหารจัดการน้ำมันดีเซลและน้ำมัน B20 ผ่านระบบสหกรณ์ การส่งเสริมใช้ปุ๋ยเคมีควบคู่ปุ๋ยอินทรีย์ การนำเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำมาใช้ ตลอดจนการบริหารจัดการน้ำ การทำฝนหลวง และเตรียมเครื่องสูบน้ำในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง

นอกจากนี้ ยังเดินหน้าพัฒนาภาคเกษตรระยะยาว โดยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน พร้อมสนับสนุนการรีสกิล (Reskill) และอัพสกิล (Upskill) เกษตรกร รวมถึงสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับเครื่องจักรกลการเกษตร

ด้านนายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวว่า สาขาพืช ซึ่งเป็นภาคการผลิตหลักของเศรษฐกิจการเกษตร ไตรมาส 1/2569 ขยายตัว 3.7% จากปริมาณน้ำต้นทุนที่เพียงพอและสภาพอากาศเอื้ออำนวย ส่งผลให้เกษตรกรสามารถเพาะปลูกได้ต่อเนื่อง โดยผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อยโรงงาน ยางพารา สับปะรดปัตตาเวีย ปาล์มน้ำมัน รวมถึงผลไม้สำคัญ เช่น ทุเรียน มังคุด และเงาะ โดยเฉพาะผลผลิตนอกฤดูในพื้นที่ภาคใต้

อย่างไรก็ตาม ข้าวนาปี ข้าวนาปรัง มันสำปะหลัง และลำไยบางพื้นที่มีผลผลิตลดลง จากปัจจัยด้านราคา โรคใบด่าง และปัญหาน้ำท่วมขัง ทำให้เกษตรกรบางส่วนปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า ส่วนด้านราคาสินค้าพืช พบว่ามีทั้งปรับเพิ่มขึ้นและลดลง โดยมันสำปะหลังและลำไยมีราคาสูงขึ้นจากผลผลิตที่ลดลง ขณะที่ข้าว อ้อย ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และทุเรียน ราคาปรับลดลงตามปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้นและการแข่งขันในตลาดโลก

สำหรับสาขาปศุสัตว์ ไตรมาส 1/2569 ขยายตัว 0.4% โดยไก่เนื้อ ไข่ไก่ และน้ำนมดิบ มีผลผลิตเพิ่มขึ้นจากสภาพอากาศที่เหมาะสมและการขยายการผลิตรองรับความต้องการของตลาด ขณะที่สุกรยังทรงตัว ด้านราคาไก่เนื้อปรับเพิ่มขึ้นตามต้นทุนอาหารสัตว์และค่าขนส่ง แต่ราคาสุกร ไข่ไก่ และน้ำนมดิบ ปรับลดลงจากผลผลิตที่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...