“ดาต้าเซ็นเตอร์ในอวกาศ” สร้าง อย่างไร? เมื่ออีลอน มัสก์-เจฟฟ์ เบโซส ดัน AI สู่นอกโลก
“ดาต้าเซ็นเตอร์ในอวกาศ” สร้าง อย่างไร? เมื่ออีลอน มัสก์-เจฟฟ์ เบโซส ดัน AI สู่นอกโลก ขณะที่เทคโนโลยีใหม่นี้อาจกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งอนาคต
วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า แนวคิดการสร้าง “ดาต้าเซ็นเตอร์ในอวกาศ” ยังถือเป็นเทคโนโลยีใหม่ แต่กำลังได้รับความสนใจและเงินลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังโลกเริ่มเผชิญข้อจำกัดทั้งด้านพลังงานและพื้นที่สำหรับสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดมหึมาบนพื้นโลก
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา SpaceX ของอีลอน มัสก์ และ Blue Origin ของเจฟฟ์ เบโซส ต่างประกาศแผนสร้าง“Orbital Data Center” หรือ ศูนย์ข้อมูลในวงโคจรอวกาศ ซึ่งถูกมองเป็นสมรภูมิใหม่ของการแข่งขันด้านอวกาศและ AI
แนวคิดดังกล่าวคือ การสร้างเครือข่ายดาวเทียมจำนวนหลายพันหรือหลายล้านดวงโคจรรอบโลก เพื่อรับ–ประมวลผลข้อมูลบนอวกาศโดยตรง โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม โครงการลักษณะนี้ยังเผชิญความท้าทายมหาศาล ทั้งด้านวิศวกรรม การส่งข้อมูล และความกังวลเรื่องขยะอวกาศ และความแออัดของวงโคจรโลก ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการชนกันของดาวเทียม รวมถึงรบกวนการสังเกตดวงดาวของนักดาราศาสตร์
โดยโครงสร้างหลักของดาต้าเซ็นเตอร์ในอวกาศ มีดังนี้
- Satellite Bus ตัวโครงสร้างหลักของดาวเทียม
Satellite Bus เปรียบเสมือนร่างกายของยานอวกาศ ทำหน้าที่ควบคุมการบิน ระบบสื่อสาร พลังงาน และการจัดการอุณหภูมิ โดยต้องออกแบบให้ทนต่อสภาพสุดขั้วในอวกาศ ทั้งรังสีและอุณหภูมิที่รุนแรง
- Solar Arrays และระบบกักเก็บพลังงาน
แผงโซลาร์เซลล์ขนาดใหญ่จะทำหน้าที่รับพลังงานจากดวงอาทิตย์ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของดาต้าเซ็นเตอร์ในอวกาศ เพราะต้องใช้พลังงานมหาศาลในการประมวลผลข้อมูล บริษัท Starcloud จากซีแอตเทิล ซึ่งกำลังพัฒนา Orbital Data Center เช่นกัน วางแผนสร้างแผงโซลาร์ขนาดใหญ่ถึง 2.5 ไมล์ นอกจากนี้ดาวเทียมยังต้องมีแบตเตอรี่สำรองสำหรับช่วงที่พลังงานแสงอาทิตย์ถูกบดบัง เช่น ระหว่างสุริยุปราคา
- ระบบระบายความร้อน (Radiators)
ดาต้าเซ็นเตอร์บนโลกใช้ลมหรือน้ำในการระบายความร้อน แต่ในอวกาศไม่มีชั้นบรรยากาศ ทำให้ต้องใช้ Radiator ปล่อยความร้อนออกสู่สุญญากาศในรูปแบบรังสีอินฟราเรดแทน ความท้าทายคือ ระบบเหล่านี้ต้องรองรับความร้อนระดับมหาศาล มากกว่าดาวเทียมทั่วไปหลายเท่า
- ระบบสื่อสาร
Orbital Data Center จะใช้ทั้งคลื่นวิทยุแบบเดิม และเลเซอร์สำหรับส่งข้อมูลระหว่างอวกาศกับพื้นโลก ผู้เชี่ยวชาญมองว่าเทคโนโลยี Optical Laser Links จะกลายเป็นหัวใจสำคัญ เพราะสามารถส่งข้อมูลได้ปริมาณมากและเร็วกว่าเดิมมหาศาล
ปัจจุบัน SpaceX ใช้เทคโนโลยีนี้ในเครือข่าย Starlink แล้ว และมีแผนใช้กับดาต้าเซ็นเตอร์ในอวกาศด้วย
- ชิป AI และหน่วยความจำ
แตกต่างจากดาวเทียมทั่วไป ดาต้าเซ็นเตอร์อวกาศจะติดตั้งชิป AI ที่ทนรังสีได้ เพื่อประมวลผลข้อมูลบนวงโคจรโดยตรง เมื่อเดือนมีนาคม Nvidia ประกาศพัฒนาชิป GPU สำหรับการประมวลผลในอวกาศโดยเฉพาะ ซึ่งอาจช่วยแก้ปัญหาใหญ่ของโครงการประเภทนี้
- Ground Stations
สถานีภาคพื้นดินจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ใช้กับดาวเทียม โดยส่งคำสั่งขึ้นสู่อวกาศผ่านเสาอากาศหรือระบบเลเซอร์ ก่อนที่ดาวเทียมจะประมวลผลข้อมูลและส่งกลับลงมายังโลก
แม้แนวคิดดาต้าเซ็นเตอร์ในอวกาศยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่หลายฝ่ายมองว่า เทคโนโลยีนี้อาจกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโลก AI ในอนาคต โดยเฉพาะในยุคที่ความต้องการพลังประมวลผลพุ่งสูงแบบก้าวกระโดดจากการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ทั่วโลก
อ้างอิง : www.bloomberg.com