รัฐบาลโชว์ผลปราบสแกมเมอร์ 9 เดือน คดีลด 69% ยึดทรัพย์ 2.4 หมื่นล้าน ลุยนอมินีข้ามชาติ
ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำแถลงผลความสำเร็จ “ปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์-นอมินีข้ามชาติ” 9 เดือนปราบอาชญากรรมออนไลน์เด็ดขาด คดีลด 69.2% ความเสียหายลด 87.3% ยึดทรัพย์ 2.4 หมื่นล้าน ตำรวจรุกทุกด้านป้องกัน สกัดเงิน สืบสวนจับกุมสลายบัญชีม้าสาวถึงบอสสั่งการ บล็อก 3 แสนเบอร์อันตราย ปิดกั้น 122,840 เว็บโกง รู้ตัวตามรวบ 70 บอสระดับสั่งการ จับแล้วกว่า 30,000 รายเครือข่ายสแกมเมอร์ ทลายฐานหลอกลวงแนวชายแดน ขณะที่เข้มตัดวงจรนอมินีข้ามชาติ ตำรวจเปิดปฏิบัติการล้างบางต่อเนื่องจากพะงันสู่ภูเก็ต ยึดคืนที่ดิน 172 แปลง จับแล้ว 65 ราย พบ 1,450 บริษัทส่อเข้าข่ายนอมินี
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการแถลง “ผลการดำเนินการในการปราบปรามสแกมเมอร์ และตัดวงจรนอมอนีข้ามชาติ” ภายใต้นโยบายรัฐบาลที่ปักธงขับเคลื่อนยกเป็นวาระแห่งชาติ และเป็นนโยบายเร่งด่วนด้านความมั่นคงที่สั่งการให้กับกระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บูรณาการทำงานร่วมกัน “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” โดยมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.), พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. ร่วมแถลงผลการปฏิบัติ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ทลายเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ และการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ตัดวงจรเครือข่ายนอมินี เป็นภารกิจสำคัญของรัฐบาลที่มุ่งมั่นแก้ปัญหาอย่างจริงจัง เร่งด่วน และเด็ดขาด ประกาศเป็น “วาระแห่งชาติ” สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหน่วยหลักในการปราบปราม ซึ่งในห้วง 9 เดือนที่รัฐบาลปักธงแก้ปัญหาแก๊งสแกมเมอร์ ผลการปฏิบัติเป็นที่น่าพอใจ การเกิดเหตุลดลง ความเสียหายลดลง สะท้อนว่ากลไกการสกัดกั้นยับยั้งความเสียหายทั้งด้านระบบ และกลไกการประสานงานที่รัฐบาลสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ สามารถช่วยเหลือป้องกันภัยให้พี่น้องประชาชนได้ ขณะที่ความเด็ดขาดในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ตัดวงจรนอมินีข้ามชาติ ธุรกิจผิดกฎหมายที่เอารัดเอาเปรียบคนไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำได้อย่างจริงจังเห็นผลชัดเจน ดังนั้น ขอให้ทำอย่างต่อเนื่อง ปราบปรามให้เด็ดขาด เอกซ์เรย์ทั่วประเทศ โดยย้ำหลักการสำคัญประเทศไทยเป็นมิตรและยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยว แต่จะไม่ยอมให้อาชญากรข้ามชาติ หรือกลุ่มคนที่มาเอารัดเอาเปรียบคนไทยอย่างเด็ดขาด
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งขับเคลื่อนในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทั้ง 2 ด้าน อย่างเร่งด่วน พร้อมดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลและตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี โดยมีศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนในการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์และเครือข่ายสแกมเมอร์ โดยมี พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. รับหน้าที่ผู้อำนวยการ ศปอส.ตร. จัดตั้ง “ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ACSC” ทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อมุ่งตัดวงจรเครือข่ายแก๊ง สแกมเมอร์อย่างเป็นระบบและครอบคลุมในทุกมิติตลอดระยะเวลา
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ACSC ปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์อย่างต่อเนื่องกว่า 9 เดือนที่ผ่านมา ทั้งการสืบสวนติดตามจับกุมผู้กระทำผิดจนนำไปสู่การขยายผลเครือข่ายที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ การติดตามและอายัดทรัพย์สินเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและคืนความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหาย เฝ้าระวังและยับยั้งไม่ให้พี่น้องประชาชนตกเป็นเหยื่อผ่านการทำงานแบบเรียลไทม์ของเจ้าหน้าที่จากหลายภาคส่วน รวมไปถึงการกำหนดมาตรการสำคัญอื่นๆ เพื่อลดโอกาสการเกิดอาชญากรรมและลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด
ส่วนการดำเนินการปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะกลุ่มเครือข่ายนอมินีต่างชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตั้ง ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้ามืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) และชุดเฉพาะกิจขึ้นตามบัญชาของนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เป็นผู้อำนวยการ ศปชก.ตร. เป็นหัวหน้าในการดำเนินการปราบปรามบุคคลต่างด้าวที่ลักลอบเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทย และทำผิดกฎหมายโดยเฉพาะการดำเนินธุรกิจผิดกฎหมาย เช่น การใช้คนไทยเป็นนอมินี ถือครองที่ดินและธุรกิจ การจดทะเบียนบริษัทนอมินี การทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต หรือการแย่งอาชีพคนไทย โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย, กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงแรงงาน เร่งระดมกวาดล้างเครือข่ายนอมินีต่างด้าวในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญในภาคใต้ ทั้งฝั่งทะเลอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามัน อย่างต่อเนื่อง จนสามารถยึดคืนที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จากกลุ่มทุนที่ดำเนินธุรกิจผิดกฎหมายใช้คนไทยเป็นนอมินีถือครองที่ดินได้เป็นจำนวนมาก