โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

'เมียนมา' เดิมพันท่องเที่ยวฟื้นศก. ‘เมืองเก่า-วัดดัง’ ดึงต่างชาติ 1.8 ล้านคน

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

บลูมเบิร์กรายงานว่า รัฐบาลเมียนมาที่หนุนโดยกองทัพ กำลังเร่งผลักดันให้ “ภาคการท่องเที่ยว” กลับมาเป็นเครื่องยนต์หลักในการกู้ชีพเศรษฐกิจ หลังจากการเลือกตั้งทั่วไปเสร็จสิ้น โดยใช้ความสวยงามของวัดวาอารามโบราณ โรงแรมหรู และจุดแสวงบุญทางศาสนา เป็นตัวดึงดูดเม็ดเงินและนักลงทุนต่างชาติให้กลับเข้ามาในประเทศอีกครั้ง

มุ่งเป้าดึง ‘ไทย-จีน’ เคลื่อนท่องเที่ยว

ทางการเมียนมาตั้งเป้าหมายเร่งด่วน ในการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ได้เกือบเท่าตัวเป็น 1.8 ล้านคนในปีนี้ เพื่อเยียวยาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ซบเซา นับตั้งแต่เหตุการณ์ทำรัฐประหารเมื่อปี 2564 ที่ส่งผลให้ประเทศตกอยู่ในภาวะสงครามกลางเมืองและโดดเดี่ยวจากประชาคมโลก

หม่อง หม่อง จอ (Maung Maung Kyaw) ปลัดกระทรวงโรงแรม การท่องเที่ยว และวัฒนธรรมของเมียนมา เปิดเผยว่า "เราคาดหวังหลัก ๆ ว่าจะเห็นจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนและชาวไทยพุ่งสูงขึ้น ดังนั้นพวกเขาจึงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเติบโตของการท่องเที่ยวของเรา"

ในปี 2568 เมียนมาต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 973,263 คน ตามข้อมูลอย่างเป็นทางการที่ Bloomberg News ได้รับมา

ส่วนในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ จนถึงเดือนพ.ค. จำนวนผู้มาเยือนอยู่ที่ 448,205 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นประมาณ 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า หมายความว่ารัฐบาลจำเป็นต้องพึ่งพาช่วงครึ่งปีหลังที่แข็งแกร่งกว่านี้มาก หากต้องการบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

นักเดินทางชาวจีนยังคงเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ที่สุดของเมียนมาที่เดินทางมาทางอากาศ ตามมาด้วยชาวไทยและชาวเกาหลีใต้ โดยยอดผู้มาเยือนชาวจีนเพิ่มขึ้น 12% ในช่วง 5 เดือนแรกของปี ในขณะที่ยอดผู้มาเยือนชาวไทยเพิ่มขึ้น 7%

ตัวเลขอย่างเป็นทางการนี้ครอบคลุมเฉพาะการเดินทางเข้าเมืองอย่างถูกกฎหมายเท่านั้น และไม่ได้รวมถึงผู้ที่ถูกลักลอบค้ามนุษย์ไปยังพื้นที่ตั้งของกลุ่มมิจฉาชีพ

งัดมาตรการ ‘ฟรีวีซ่า’

เพื่อกระตุ้นยอดให้เป็นไปตามเป้า เมียนมาได้ขยายมาตรการ Visa-on-Arrival หรือวีซ่าหน้าด่านให้นักท่องเที่ยวจากจีน อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ขณะที่พลเมืองรัสเซียและประเทศอาเซียนส่วนใหญ่ได้รับสิทธิ์ฟรีวีซ่าอยู่แล้ว

ประเทศเมียนมา "ให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่น" ออง เอ ฮาน (Aung Aye Han) อธิบดีกรมโรงแรมและท่องเที่ยวกล่าว พร้อมเสริมว่า ย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ พุกาม ทะเลสาบอินเล และพระธาตุอินทร์แขวน ยังคงเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุด

นับตั้งแต่ มิน อ่อง หล่าย อดีตผู้นำทหาร ได้เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีในเดือนเมษายน เขาได้พยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์ในภูมิภาค ด้วยการเดินทางเยือนประเทศจีนและอินเดียอย่างเป็นทางการ

สหรัฐ ‘ห้ามเที่ยว’ แต่ยอดนักเดินทางอเมริกันพุ่ง 17%

แม้รัฐบาลฝั่งตะวันตกอย่างกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐจะยังคงประกาศเตือนพลเมืองระดับสูงสุดคือ "Do Not Travel" หรือห้ามเดินทาง เนื่องจากความเสี่ยงจากความไม่สงบ แต่ตัวเลขนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันที่เดินทางเข้าเมียนมาในช่วง 5 เดือนแรกกลับพุ่งสูงขึ้นถึง 17%

เทศ ลวิน โต (Thet Lwin Toh) จากบริษัท Myanmar Voyages International Tourism Co. ผู้ประกอบการท่องเที่ยวระบุว่า ความสนใจเริ่มกลับมาแล้ว โดยมีการสอบถามข้อมูลจากยุโรป สหรัฐอเมริกา และอินเดียเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าตัวเลือกเที่ยวบินระหว่างประเทศจะยังมีจำกัด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความสนใจในเมียนมานั้นขยายวงกว้างไปไกลกว่าแค่ประเทศเพื่อนบ้าน

โรงแรมต่าง ๆ ที่เคยพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติในอดีตก็เริ่มเห็นสัญญาณของการกลับมามีชีวิตชีวาเช่นกัน อัตราการเข้าพักในโรงแรมหรูที่ย่างกุ้งเพิ่มขึ้นประมาณ 10% นับตั้งแต่การเลือกตั้ง ตามข้อมูลจาก เม เมียต มน วิน (May Myat Mon Win) ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรม Chatrium Hotel Royal Lake และที่ปรึกษาของสมาพันธ์การท่องเที่ยวเมียนมา

อย่างไรก็ตาม บลูมเบิร์กระบุทิ้งท้ายว่า ต่อให้เมียนมาทำได้ตามเป้าหมาย 1.8 ล้านคนในปีนี้จริง ตัวเลขนี้ก็ยังไม่สามารถเทียบเท่ากับช่วงปี 2558 ที่เคยต้อนรับนักท่องเที่ยวสูงถึง 4.7 ล้านคนในช่วงเปิดประเทศใหม่ ๆ และยังห่างไกลกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทยที่ปีที่แล้วดึงดูดไปได้ถึงราว 33 ล้านคน

อ้างอิง Bloomberg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...