‘พาณิชย์’ เร่งฟื้นสินค้าเกษตรครบวงจรจากหน้าสวนถึงส่งออก
นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงแนวทางแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตร โดยระบุว่า กระทรวงพาณิชย์ไม่ได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อให้ผ่านไปวันต่อวัน แต่พยายามดูทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่ผลผลิตหน้าสวน คนกลาง การแปรรูป มาตรฐานส่งออก ไปจนถึงตลาดต่างประเทศ ทำให้ที่ผ่านมาจึงใช้เวลาพอสมควร
ทั้งนี้สินค้าเกษตรแต่ละชนิดมีต้นเหตุไม่เหมือนกัน จึงไม่สามารถใช้มาตรการเดียวกันทั้งหมดได้ บางเรื่องเกิดจากผลผลิตล้น บางเรื่องเกิดจากตลาดส่งออกสะดุด บางเรื่องเป็นปัญหาคนกลางกดราคา และบางเรื่องต้องเร่งทำตลาดล่วงหน้า ก่อนที่ผลผลิตจำนวนมากจะออกมาพร้อมกันจนราคาถูกกดลง
สำหรับกรณีมะพร้าวน้ำหอมที่ราคาตกต่ำบางช่วงถึง 2 บาทต่อลูก เพราะผลผลิตในประเทศล้นจริง โดยบางวันมีมะพร้าวออกมากกว่า 2 ล้านลูก ขณะที่ปัญหาสะสมมานานทำให้ชาวสวนไม่มีทุนดูแลคุณภาพหรือปรับสวนใหม่ กระทรวงพาณิชย์จึงเริ่มจากการประสานผู้ประกอบการและโมเดิร์นเทรดช่วยดูดซับผลผลิตออกจากระบบได้ประมาณ 10 ล้านลูก ทำให้ราคาล่าสุดขยับขึ้นมาอยู่ราว 12–15 บาท
นางศุภจี กล่าวว่า มะพร้าวไม่ได้จบแค่การช่วยซื้อ แต่ต้องแก้ปัญหากลางน้ำด้วย โดยเตรียมทำโมเดลล้งชุมชน ประมาณ 10 แห่ง เพื่อให้เกษตรกรมีทางเลือกรวบรวมผลผลิตเอง รัฐช่วยสนับสนุนเครื่องมือและหาตลาด โดยไม่แทรกแซงกลไกตลาด แต่ทำให้การแข่งขันเป็นธรรมขึ้น พร้อมผลักดันการใช้ประโยชน์จากเปลือก กะลา และกากมะพร้าวตามแนวทาง Circular Economy
นอกจากนี้ ยังประสาน DSI และตำรวจตรวจสอบโรงงานต้องสงสัยปลอมปนน้ำมะพร้าว 22–24 แห่ง เพราะกระทบทั้งผู้บริโภคและราคาหน้าสวน ส่วนมะพร้าวแกงต้องเร่งแก้มาตรฐาน GAP และมาตรฐานไม่ใช้ลิงเก็บ เพื่อให้ผลผลิตเข้าสู่โรงงานแปรรูปและตลาดส่งออกได้มากขึ้น
ส่วนถึงกรณีการแก้ไขปัญหาส่งออกกุ้งไปยังมาเลเซียว่า ต้องชี้แจงว่าไม่ได้บอกให้ประชาชนช่วยกันกินกุ้งอย่างที่ถูกคำพูดบางท่อนไปสื่อสาร แต่เป็นการใช้กลไกตลาดเข้าไปแก้ไขปัญหาหลังมาเลเซียระงับนำเข้ากุ้งไทยกะทันหัน โดยกระทรวงพาณิชย์จึงประสานโมเดิร์นเทรด ร้านอาหาร รถพุ่มพวง พาณิชย์จังหวัด และโครงการไทยช่วยไทยพลัส ช่วยรับซื้อและกระจายสินค้า จนดูดซับกุ้งออกจากระบบแล้วกว่า 2,900 ตัน และขณะนี้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็อยู่ในกระบวนการเจรจาเปิดตลาดมาเลเซียกลับมา
ด้านการแก้ไขปัญหาทุเรียนว่าปีนี้ผลผลิตเพิ่มขึ้นถึง 33% หรือประมาณ 2.07 ล้านตัน กระทรวงพาณิชย์จึงทำ Business Matching ตั้งแต่เดือนธ.ค. ปีที่แล้ว เปิดช่องทางพิเศษที่ด่านเวียดนาม 40 ช่องทาง และทำตลาดหลายทาง ทั้งจีน เส้นทางผ่านลาวไปเฉิงตู ตะวันออกกลาง ออนไลน์ แพลตฟอร์ม และอินฟลูเอนเซอร์
ขณะเดียวกันอีกมาตรการคือเปลี่ยนมุมขายจากไซส์พรีเมียม เป็นเนื้อพรีเมียม เพื่อช่วยทุเรียนลูกเล็กหรือซูเปอร์จิ๋ว ไม่ให้ถูกกดราคา โดยไม่กระทบไซส์ AB ที่ใช้ส่งออก ทำให้ปีนี้ราคาทุเรียนไทยยังยืนได้ดีกว่าหลายประเทศ แม้ผลผลิตมากและมีการแข่งขันสูง
อย่างไรก็ตามการแก้ราคาสินค้าเกษตรต้องทำทั้งระยะสั้นและระยะยาว ระยะสั้นต้องดึงผลผลิตออกจากตลาดให้เร็ว ระยะยาวต้องเพิ่มคุณภาพ แปรรูป สร้างมาตรฐาน ลดการพึ่งพาคนกลาง และเปิดตลาดใหม่ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงขึ้น ไม่กลับไปติดวัฏจักรราคาตกซ้ำแบบเดิม