โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิด 2 แผนสำรองกู้อุโมงค์รถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ นายกสมาคมวิศวกรฯ แนะวิธีหยุดน้ำใต้ดิน หลังพบถนนประชาธิปกยุบแล้ว 20 ซม.

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
เปิด 2 แผนสำรองกู้อุโมงค์รถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ นายกสมาคมวิศวกรฯ แนะวิธีหยุดน้ำใต้ดิน หลังพบถนนประชาธิปกยุบแล้ว 20 ซม.

วันนี้ (10 กรกฎาคม) อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และในฐานะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุการณ์น้ำใต้ดินรั่วซึมเข้าสู่พื้นที่ก่อสร้างอุโมงค์โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ บริเวณแยกวงเวียนใหญ่ ซึ่งส่งผลกระทบให้พื้นผิวจราจรและอาคารโดยรอบเกิดการทรุดตัวและแตกร้าว

โดย อมร ระบุว่า จากการตรวจสอบแบบโครงสร้างเบื้องต้น จุดที่เกิดเหตุเป็นบริเวณบ่อรองรับน้ำ (Sump) ซึ่งอยู่ลึกที่สุดของอุโมงค์ใต้ดิน โดยตามหลักวิศวกรรมจะต้องมีการปรับปรุงสภาพดินด้วยการฉีดซีเมนต์หรือสารเคมีเพื่อเพิ่มความแข็งแรงก่อนเปิดหน้าดิน แต่เนื่องจากได้รับรายงานว่าการก่อสร้างในจุดดังกล่าวเสร็จสิ้นไปแล้ว

จึงเกิดข้อสังเกตสำคัญว่า กระบวนการปรับปรุงสภาพดินก่อนหน้านี้ครอบคลุมและเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่จะต้องมีการตรวจสอบเอกสารวิธีการก่อสร้างอย่างละเอียดต่อไป

นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างฯ กล่าวต่อว่า มาตรการเร่งด่วนที่ผู้รับเหมากำลังดำเนินการ คือการเสริมซีเมนต์ลงในชั้นดินเพิ่มเติมเพื่ออุดรอยรั่วทั้ง 4 จุด ควบคู่ไปกับการเจาะบ่อบาดาลลึก 50 เมตร เพื่อสูบน้ำออกและลดแรงดันน้ำใต้ดิน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในขณะนี้ไม่ใช่เพียงแค่ปริมาณน้ำที่รั่วซึม แต่คือการที่น้ำพัดพามวลดินและทรายใต้อาคารไหลเข้าสู่อุโมงค์ด้วย เพราะหากดินสูญหายจะส่งผลกระทบต่อฐานรากของอาคารเก่าโดยรอบที่ส่วนใหญ่เป็นเสาเข็มสั้น ทำให้เสี่ยงต่อการทรุดตัว

ทั้งนี้ สมาคมฯ ได้เข้าตรวจวัดระดับการทรุดตัวของอาคารเพื่อใช้เป็นค่ามาตรฐานอ้างอิง และจะเข้าตรวจวัดซ้ำแบบวันต่อวัน เพื่อประเมินประสิทธิภาพของมาตรการแก้ไข พร้อมเสนอให้หน่วยงานเตรียมแผนสำรองและเทคโนโลยีอื่นเผื่อไว้ในกรณีที่มาตรการปัจจุบันไม่ได้ผล เช่น การอัดน้ำเพื่อสร้างแรงดันต้านการไหลของดิน หรือการใช้เทคโนโลยีแช่แข็งดินเพื่อทำให้ชั้นดินแข็งตัว

สำหรับกรณีที่ตรวจพบการทรุดตัวของผิวถนนประมาณ 20 เซนติเมตรก่อนหน้านี้นั้น อมร ชี้แจงว่า ตามธรรมชาติของชั้นดิน การทรุดตัวจะไม่ย้อนกลับ แต่อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่า อัตราการทรุดตัวต่อวัน มีแนวโน้มลดลงหรือไม่ หากอัตราการทรุดตัวลดลงและควบคุมการสูบน้ำได้จะถือเป็นสัญญาณเชิงบวก

โดยจุดที่มีความเสี่ยงสูงสุดคือบริเวณสะพานลอยและอาคารที่อยู่ใกล้จุดศูนย์กลางของบ่อก่อสร้างที่มีความลึก 30 เมตร อย่างไรก็ตาม คดีนี้มีความแตกต่างจากเหตุการณ์หน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาลในอดีต เนื่องจากจุดนี้ไม่ใช่รอยต่อของสถานีที่มีช่องว่างขนาดใหญ่ ปริมาตรการไหลของดินจึงน้อยกว่า และเชื่อว่าโครงสร้างอุโมงค์หลักยังไม่ได้รับความเสียหาย เป็นเพียงการรั่วซึมบริเวณรอยต่อ ซึ่งตราบใดที่โครงสร้างอุโมงค์ยังสมบูรณ์ โอกาสที่ดินจะถล่มเป็นวงกว้างในปริมาณมากจะยังคงมีน้อย

อมร ย้ำเตือนว่า ปัจจัยด้านสภาพอากาศและฝนตกหนักถือเป็นตัวแปรวิกฤตที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เพราะจะส่งผลให้ระดับน้ำใต้ดินสูงขึ้นและเพิ่มแรงดันน้ำให้รั่วไหลเข้าอุโมงค์ได้ง่ายขึ้น ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องใช้เครื่องมือสำรวจและกล้องวัดระดับ ตรวจวัดพฤติกรรมการเคลื่อนตัวของอุโมงค์ ระดับน้ำ และรอยแตกร้าวของอาคารรอบไซต์งานอย่างต่อเนื่องทุกๆ 1 ชั่วโมง

โดยประชาชนในพื้นที่ยังไม่ควรนิ่งนอนใจ หากพบรอยแตกร้าวใหม่หรือรอยร้าวเดิมขยายใหญ่ขึ้น ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที ทั้งนี้ ในส่วนของสภาผู้แทนราษฎร ตนเตรียมจะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการการคมนาคม โดยจะเชิญ รฟม. และผู้รับเหมาเข้าชี้แจง พร้อมขอตรวจสอบแบบก่อสร้างจริง เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริงและวางมาตรการป้องกันความเสี่ยงในระยะยาวหลังโครงการแล้วเสร็จต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...