โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผวารุมทึ้ง “เงินกู้”

เดลินิวส์

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
เกาะประเด็นการเมือง

เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ เห็นว่าพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท ไม่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ในส่วนที่บัญญัติว่า "เงินกู้ตามพระราชกำหนดนี้นำไปใช้ (1) เพื่อช่วยเหลือประชาชน เกษตรกรและผู้ประกอบการซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงานเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรค 1

ศาลยังได้มีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 วินิจฉัยว่า พ.ร.ก.เงินเฉพาะส่วนที่บัญญัติว่า "(2) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพรองรับการเปลี่ยนผ่านการพึ่งพิงการใช้พลังงานฟอสซิล ไปสู่การใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกของภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชนและประชาชนทั่วไปให้ทันต่อสถานการณ์รวมทั้งเพื่อพัฒนาทักษะของประชาชน และนวัตกรรมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว" เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรค 1

สำหรับตุลาการเสียงข้างมาก 7 คนประกอบด้วย นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม นายวิรุฬห์ แสงเทียน นายนภดล เทพพิทักษ์ นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ นายสุเมธ รอยกุลเจริญ และนายศราวุธ ทรงศิวิไล ขณะที่ตุลาการเสียงข้างน้อย 2 เสียงคือนายจีระนิติ หะวานนท์ และนายอุดม รัฐอมฤต เห็นว่าพระราชกำหนดกู้เงินเฉพาะส่วนดังกล่าว ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรค 1

"หัวหน้าเท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย “สส.ไหม” ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงข่าวภายหลังศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ว่า ผลการวินิจฉัยไม่ได้ผิดไปจากที่พรรคคาดการณ์ไว้ แต่ยังคงเห็นตรงกันว่า รัฐบาลไม่มีความจำเป็นต้องใช้อำนาจพิเศษออก พ.ร.ก.เงินกู้ฉบับนี้ เพราะไม่ได้มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน หากแต่เป็นการพยายามสอดไส้โครงการต่าง ๆ ที่สามารถบรรจุไว้ในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีได้อยู่แล้ว

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า โครงการต่าง ๆ ที่จะใช้วงเงิน 200,000 ล้านบาทในส่วนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ยังไม่เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองแม้แต่โครงการเดียว แต่ในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา กลับมีการให้ข่าวจากรัฐมนตรีหลายคน ทั้ง รมช.มหาดไทย และ รมช.คมนาคม เกี่ยวกับโครงการที่จะเสนอขอใช้เงินกู้ดังกล่าว

พรรคยังได้รับเอกสารที่มีการส่งเวียนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งไม่ใช่รายการโครงการที่ท้องถิ่นเสนอขึ้นเอง แต่มีลักษณะเป็นแคตตาล็อกหรือเมนูรายการสินค้าและโครงการที่สามารถขอใช้เงินกู้ 400,000 ล้านบาทได้ โดยหลายโครงการ เช่น รถขยะ EV ลานกีฬาโซลาร์ เครื่องผลิตออกซิเจนพลังงานแสงอาทิตย์ และโครงการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ไม่ได้สะท้อนว่าจะช่วยให้ประเทศเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดได้อย่างแท้จริง

"พรรคจึงมีข้อสงสัยว่า รายการโครงการดังกล่าวอาจเป็นโครงการที่มีการเตรียมผู้รับจ้างหรือผู้จำหน่ายสินค้าไว้ล่วงหน้าแล้วหรือไม่ เงินนี้อาจถูกใช้เพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตนมากกว่าจะเป็นการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างแท้จริง ในรายการงบกลางปี 70 มีรายการค่าใช้จ่ายในโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจเพื่อรองรับความผันผวนของราคาพลังงาน มูลค่า 12,000 ล้านบาท โดยให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่มีเงินสะสมหรือมีเงินนอกงบประมาณ มาออกคนละครึ่งกับรัฐบาลเพื่อทำโครงการดังกล่าว วงเงินจะไม่ใช่แค่ 200,000 ล้านบาทแล้ว แต่จะเป็น 212,000 ล้านบาท"

หลังจากที่ประชุมสภาผ่านร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. …. พรรคประชาชนโพสต์เฟซบุ๊ก "ด่วน! สส.รัฐบาล โหวตเห็นชอบตาม สว. ให้นิรโทษฯ ไม่รวมคดี 112 แต่ล้างผิดคน ล้มเลือกตั้ง ฮั้ว สว. ปรองดองแบบเลือกปฏิบัติ?" (ต่อมา พรรคได้แก้โพสต์โดยลบคำว่า ฮั้ว สว.ออก) ทำให้นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. แถลงโต้เดือด "ไม่อยากจะเชื่อว่า พรรคประชาชนให้ข่าวเฟคนิวส์ ร่าง พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. … ที่วุฒิสภาได้แก้ไข ยืนยันมาตามร่างของสภาผู้แทนราษฎร โดยไม่มีเปลี่ยนแปลงหลักการ

ผมเรียกลัทธิส้มไม่เน้นข้อเท็จจริง ไม่เน้นข้อกฎหมาย เน้นยอดไลก์ ยอดแชร์ ทำไปเพื่ออะไรผมถามจริงๆ ยืนยันว่า ไม่มีการนิรโทษกรรมให้คดีฮั้ว สว. ถ้าเราทำกฎหมายนี้ยกเว้น 112 ให้กับเยาวชน ผมกลัวว่าวันนี้จะเป็นบรรทัดฐานของคนบางกลุ่ม ลัทธิบางลัทธิ เอาเรื่องนี้ไปเสี้ยมหรือสอนเยาวชนให้เกิดการต่อต้านสถาบันดูหมิ่นสถาบัน พ.ร.บ.ฉบับนี้ จะช่วยประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์ในช่วงความขัดแย้งทางการเมือง 20 ปี ตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปี 2568 ประมาณ 6,000 คน ที่ดูเหมือนเยอะมาก เพราะมีการรวม พ.ร.บ.จราจรเข้ามาด้วย" นายพิสิษฐ์ กล่าว

สส.แชมป์ กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ประธานวิปรัฐบาล ก็ยืนยันว่า กฎหมายไม่มีนิรโทษกรรมคดีฮั้ว สว. ที่จะไม่รวมอยู่ใน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับนี้คือ 1.เรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน 2.ความรุนแรงที่ทำให้เกิดความเสียหายถึงแก่ชีวิต 3.การกระทำความผิดตาม ป.อาญา ม.112 มีประสบการณ์นิรโทษกรรมแบบสุดซอย การฝืนกระแสสังคมเกินกว่าที่สังคมจะรับได้ จะเกิดปัญหาต่างๆ ตามมาอีกมากมาย เราไม่ต้องการเปิดประตูไปสู่ความขัดแย้งรอบใหม่

"สส.ไหม" น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ชี้ว่า ยังมีช่องเอื้อนิรโทษคดีฮั้ว สว. เพราะถ้าดูบัญชีแนบท้ายของ พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ที่จะมี พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. และได้มาซึ่ง สว. ถึงแม้ว่าจะมีเขียนว่า "ไม่ครอบคลุมถึงคดีทุจริตเลือกตั้ง" แต่ยังไม่ได้รับการชี้แจงว่าตกลงแล้ว ใครที่จะได้รับการนิรโทษจากกฎหมายนี้ และตามบัญชีแนบท้ายก็ยังคงหาไม่เจอว่ามีคดีใดก่อนหน้านี้ เราจึงตั้งข้อสงสัยว่า ในท้ายที่สุดคดีฮั้ว สว. จะถูกเป่าจนกลายเป็นคดีที่ไม่เกี่ยวกับการทุจริตหรือไม่ แล้วมาใช้ช่องนี้ในการนิรโทษกรรมในอนาคต ตัวบัญชีแนบท้ายนั้นเปิดช่องเอาไว้ในการที่จะนิรโทษกรรมคดีจาก พ.ร.ป.เลือกตั้ง สว. ได้ กกต.ยังบอกว่า โพยฮั้ว สว.ไม่ผิดกฎหมาย

ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีวาระการพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจาของ "สส.ไอติม" พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ถาม รมว.ยุติธรรม เรื่อง ความคืบหน้าการตรวจสอบคดีฮั้วการเลือก สว. พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ชี้แจงตอนหนึ่ง ว่า "ผมได้เห็นคลิปช่วงเย็นวันที่ 2 ก.ค. 69 ท่านอ้างตามข้อบังคับของการประชุมสภา ข้อ 151 ที่บอกว่า นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีที่ถูกตั้งกระทู้ถามต้องมาร่วมประชุมด้วยตนเอง แต่มาตรานี้มีสามวรรค ท่านสมาธิสั้นหรือไม่ ทำไมไม่พูดวรรคสาม ที่บอกว่า นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี ย่อมมีสิทธิไม่มาตอบ เมื่อเห็นว่าไม่สมควรเปิดเผย เกี่ยวกับประโยชน์แผ่นดิน ความปลอดภัย ต้องพูดให้หมด

คดีดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณา ตามกฎหมายข้อบังคับต่างๆ ทำให้รัฐมนตรีไม่สามารถชี้แจง หรือก้าวก่ายในสำนวนได้ ดังนั้น สส.อย่าดูแต่ข้อบังคับของสภาอย่างเดียว ลองศึกษาด้วยว่ามีกฎหมายใดที่เกี่ยวข้อง" รมว.ยุติธรรม กล่าว และว่า สงสัยว่าเรื่องฮั้ว สว. ผ่านมา 2 ปีแล้ว ทำไมต้องตั้งกระทู้ถามสด เพราะไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน และประชาชนไม่ได้สนใจ ที่อภิปราย เพราะตนเคยพูดกระทบ สส.บางคนในคดีฟอกเงิน Forex หรือไม่

พล.ต.ท.รุทธพล ได้ชี้แจงรายละเอียดของคดีฟอกเงิน Forex ว่าเป็นไปตามข่าวที่ถูกนำเสนอโดยสื่อมวลชน จนถูก สส.พรรคประชาชนประท้วงว่าไม่อยู่ในประเด็นกระทู้ถามสด ทำให้เสียเวลาสภา จนเวลาที่ต้องตอบกระทู้ 15 นาทีหมดลง นายโสภณ วินิจฉัยว่า ได้แจ้งให้รัฐมนตรีทราบถึงเวลาที่เหลืออยู่ แต่ไม่สามารถบังคับให้ตอบหรือไม่ตอบอะไรได้

นายพริษฐ์ จึงได้เปิดคลิปพร้อมอธิบายถึงการฮั้ว สว. บอกเล่าถึงคลิปที่มีหลักฐานจากจังหวัดต่างๆ และว่า ชี้ชัดว่าคนทำผิดมีมากกว่า 8 คนที่ดีเอสไอเสนอให้อัยการสั่งฟ้อง ขอถามว่าหลักฐานที่ระบุอยู่ในสำนวนใช่หรือไม่ ถ้าใช่ ทำไมเสนอสั่งฟ้องแค่ 8 คน รมว.ยุติธรรม ชี้แจง โดยให้มอบหลักฐานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ต่อรูปคดี “ไม่ใช่เก็บไว้เพื่อพูดตรงนี้ ผมไม่เข้าใจว่าตรงนี้ไม่ใช่หน่วยงานที่จะมารับพยานหลักฐานอะไร”

อีกเรื่องหนึ่ง ป.ป.ช.ชี้มูลบ้านใหญ่อุบลราชธานี กัลป์ตินันท์ คือนางรจนา กัลป์ตินันท์ อดีตนายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี พร้อมด้วย นายพงษ์ศักดิ์ มูลสาร และผู้เกี่ยวข้อง กรณีร่วมกันแบ่งจ้างโครงการก่อสร้างปรับปรุงขยายผิวจราจร ปีงบประมาณ 2549 วงเงินรวม 43,221,000 บาท โดยซอยย่อยงานออกเป็น 26 โครงการ โครงการละไม่เกิน 2 ล้านบาท เพื่อหลีกเลี่ยงการจัดจ้างด้วยวิธีประกวดราคา

พบว่า นายเกรียง กัลป์ตินันท์ ซึ่งขณะนั้นเป็นสามีของนางรจนา มีบทบาทในการสั่งการให้แบ่งแยกโครงการ และแทรกแซงการดำเนินงานของเทศบาลนครอุบลราชธานี ตลอดจนกำหนดให้บริษัทในเครือญาติและผู้ใกล้ชิดเข้ารับงาน โครงการถูกโอนไปยังบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับนายเกรียง นางรจนา และเครือญาติ การกระทำของนางรจนา และนายพงษ์ศักดิ์ มีมูลความผิดทางอาญาคดีฮ้วประมูล และความผิดตาม พ.ร.บ.เทศบาล

ชี้มูลความผิดนายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีต สส. และนายกานต์ กัลป์ตินันท์ สมาชิกวุฒิสภา ทั้งในฐานะผู้สนับสนุนและผู้ร่วมกระทำความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงชี้มูลความผิดกลุ่มผู้ประกอบการและผู้บริหารห้างหุ้นส่วนจำกัดอีกหลายรายในฐานะผู้สนับสนุนการกระทำความผิด.

ทีมข่าวการเมือง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...