โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐฯ โจมตีอิหร่านระลอกใหม่ ดับ 14 เจ็บ 78 ราย

Xinhua

อัพเดต 10 กรกฎาคม 2569 เวลา 15.26 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้คนเข้าร่วมการชุมนุมประท้วงในกรุงเตหะรานของอิหร่าน วันที่ 12 ม.ค. 2026)

เตหะราน, 9 ก.ค. (ซินหัว) — วันพฤหัสบดี (9 ก.ค.) ทางการอิหร่านเผยว่าเหตุสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านชั่วข้ามคืนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 14 ราย บาดเจ็บ 78 ราย และมีสะพานและเส้นทางรถไฟบางส่วนเสียหาย โดยมีผู้เสียชีวิต 3 รายถูกสังหารในพื้นที่ใกล้เมืองอาห์วาซทางตะวันตกเฉียงใต้ของอิหร่าน

สำนักข่าวฟาร์สรายงานว่าเส้นทางรถไฟสายที่เชื่อมระหว่างเมืองมัชฮัดทางตะวันออกเฉียงเหนือกับกรุงเตหะรานตกเป็นเป้าหมายการโจมตี ส่งผลให้ต้องระงับบริการชั่วคราวและส่งทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ซ่อมแซม ขณะที่สะพานแห่งหนึ่งในอำเภออักกาลา จังหวัดโกเลสถานทางตอนเหนือตกเป็นเป้าหมายเช่นกัน

ด้านกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุว่ากองกำลังสหรัฐฯ ได้ดำเนินการโจมตีเพิ่มเติมอีกระลอกเพื่อบั่นทอนศักยภาพของอิหร่านในการโจมตีเรือพาณิชย์ที่สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยปฏิบัติการดังกล่าวมุ่งเป้าไปยังเป้าหมายทางทหารของอิหร่านราว 90 แห่ง ซึ่งรวมถึงระบบป้องกันภัยทางอากาศ ระบบตรวจสอบริมชายฝั่ง คลังเก็บขีปนาวุธและโดรน ศักยภาพของกองทัพเรือ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานด้านการส่งกำลังบำรุงทางทหารตามแนวชายฝั่งของอิหร่าน

ขณะเดียวกัน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) และกองทัพอิหร่านระบุว่าอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพและทรัพย์สินทางทหารของสหรัฐฯ ในคูเวต บาห์เรน และกาตาร์ ซึ่งการปะทะระลอกใหม่นี้เกิดขึ้นในช่วงที่อิหร่านและสหรัฐฯ อยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงฉบับสุดท้ายภายใน 60 วัน ตามกรอบบันทึกความเข้าใจที่ทั้งสองฝ่ายเพิ่งลงนามร่วมกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...