สืบนิมิตรใหม่ แกะรอยวงจรปิดตาม รวบไอ้หนุ่มเก๋งแดง โจรแสบตระเวนยกเค้าร้านญี่ปุ่น กวาดทรัพย์สิน 4 พื้นที่ เสียหายเฉียดครึ่งล้าน
วันที่ 21 มิถุนายน 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ชัยธัช เชียงทา รรท.ผกก.สน.นิมิตรใหม่ และ พ.ต.ท.ธนาวินท์ กาญจนวิภาส รรท.รอง ผกก.สส.สน.นิมิตรใหม่ ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ปรณัฐ ลอยใหม่ สว.สส.ฯ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.นิมิตรใหม่ ร่วมกันสนธิกำลังเข้าทำการจับกุม นายเอ (นามสมมติ) อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี ที่ จ.957/2569 ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2569 ในข้อหา “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ในเคหะสถาน” โดยสามารถรวบตัวได้ที่บริเวณหน้าห้องพักหมายเลข 14 วายแอนด์เอ็มอพาร์ทเม้นท์ ซอยเชื่อมสัมพันธ์ 19 แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.นิมิตรใหม่ ได้รับแจ้งเหตุลักทรัพย์ครั้งใหญ่ที่ร้านโกดังอินทรีแดง ปากซอยหทัยราษฎร์ 50 แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้ามือสองและของสะสมนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบผู้เสียหายอยู่ในอาการตื่นตระหนก พร้อมให้การว่าได้ปิดร้านตามปกติในเวลา 21.00 น. ของคืนวันที่ 15 มิถุนายน แต่เมื่อกลับมาเปิดร้านในตอนเช้า กลับพบว่าข้าวของภายในร้านถูกรื้อค้นกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น เมื่อตรวจสอบทรัพย์สินในเบื้องต้นพบว่า ตู้กระจกที่ใช้เก็บสินค้าประเภทเครื่องประดับแบรนด์เนม แหวน กำไลข้อมือ และของสะสมมีค่าได้ถูกกวาดไปจนเกลี้ยง จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ
ต่อมาทีมสืบสวน สน.นิมิตรใหม่ ได้ลงพื้นที่แกะรอยตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งภายในและภายนอกร้าน จนพบภาพคนร้ายเป็นชายเข้ามาลงมือก่อเหตุอย่างใจเย็นในช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันที่ 16 มิถุนายน ฝ่ายสืบสวนจึงได้นำภาพนิ่งจากกล้องวงจรปิดไปให้ผู้เสียหายช่วยคัดกรองบุคคลต้องสงสัย ซึ่งจุดนี้ถือเป็นจุดพลิกผันสำคัญของคดี เมื่อผู้เสียหายจำตำหนิรูปพรรณของคนร้ายได้อย่างแม่นยำ และระบุว่าชายคนดังกล่าวเคยเข้ามาทำทีเป็นลูกค้าในร้านก่อนหน้านี้ประมาณ 2 ครั้ง โดยในครั้งล่าสุดผู้เสียหายรู้สึกเอะใจในพฤติกรรมที่ดูน่าสงสัย จึงได้เอ่ยปากขอถ่ายรูปคู่กับบัตรประชาชนของชายคนนี้ไว้ ซึ่งตัวคนร้ายก็ยอมให้ถ่ายแต่โดยดีเพราะไม่คาดคิดว่าจะถูกนำมาใช้เป็นหลักฐาน
เมื่อได้เบาะแสสำคัญ เจ้าหน้าที่จึงนำภาพถ่ายบัตรประชาชนไปคัดสำเนาทะเบียนราษฎร์ จนยืนยันตัวตนเด่นชัดว่าคือ นายเอ (นามสมมติ) ทางผู้เสียหายจึงได้ลงลายมือชื่อยืนยันตัวบุคคลไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่พนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรวดเร็วเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับ จนกระทั่งสายลับรายงานว่าพบตัวนายประกาศิตกบดานอยู่ที่อพาร์ทเม้นท์ย่านหนองจอก กำลังเจ้าหน้าที่จึงนำหมายจับเข้าแสดงตัวและขอตรวจค้นภายในห้องพักพักหมายเลข 14 ทันที
จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางที่ขโมยมาได้เป็นจำนวนมากนับร้อยๆ รายการ ซึ่งเป็นทรัพย์สินของผู้เสียหายในพื้นที่ สน.นิมิตรใหม่ มูลค่ารวมกว่า 170,000 บาท ประกอบด้วย งานเครื่องประดับญี่ปุ่นสูงถึง 234 ชิ้น, นาฬิกาข้อมือ 66 ชิ้น, ของโชว์และของสะสม 36 ชิ้น, สร้อยข้อมือหิน 14 ชิ้น, แหวนเงิน 13 วง, กล้องบันทึกภาพ 11 ชิ้น, แว่นตา 5 ชิ้น, ปากกาแบรนด์เนม 5 ชิ้น, กล้องส่องพระ 4 ชิ้น, แว่นขยาย 3 ชิ้น, สร้อยเงิน 2 เส้น รวมถึงสร้อยมุกแท้, ชุดมีดพับ, งานโชว์ช่วยจุดกำยานลายมังกร และรอกตกปลาอีกอย่างละ 1 ชิ้น เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดมาสอบสวนขยายผลที่สถานีตำรวจ
จากการสอบปากคำอย่างหนัก นายเอ (นามสมมติ) ยอมจำนนต่อหลักฐานและให้การรับสารภาพสิ้นไส้ว่า ตนเองไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง จึงอาศัยความชอบเดินเลือกดูของเก่าตามร้านค้า นำมาสู่การวางแผนตระเวนขี่รถจักรยานยนต์ออกไปลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยจะเลือกเฉพาะร้านที่มีสินค้าชิ้นเล็กแต่มีมูลค่าสูงเพื่อให้ง่ายต่อการขนย้ายและนำไปปล่อยต่อในตลาดมืด
นอกจากนี้ยังรับสารภาพเพิ่มเติมว่าได้ก่อเหตุในลักษณะเดียวกันนี้มาแล้วในอีก 3 พื้นที่ ประกอบด้วย ในพื้นที่ สน.ฉลองกรุง กวาดทรัพย์สินไปมูลค่าประมาณ 100,000 บาท, พื้นที่ สน.ร่มเกล้า มูลค่าความเสียหายประมาณ 100,000 บาท และยังเคยข้ามแดนไปก่อเหตุในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ได้ทรัพย์สินไปอีกประมาณ 70,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายที่คนร้ายรายนี้สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประกอบการทั้งหมด 4 พื้นที่ สูงถึงประมาณ 440,000 บาท
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.นิมิตรใหม่ ได้นำตัวผู้ต้องหาส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืนในเคหะสถาน พร้อมกันนี้ได้ทำการประสานงานติดต่อไปยังผู้เสียหายในแต่ละท้องที่ รวมถึงพนักงานสอบสวนของ สน.ฉลองกรุง, สน.ร่มเกล้า และสถานีตำรวจในพื้นที่จังหวัดชลบุรี เพื่อให้เดินทางมาตรวจสอบของกลางที่ยึดได้ และทำการอายัดตัวผู้ต้องหาไปดำเนินคดีเพิ่มเติมตามกฎหมายต่อไป
อ่านข่าวเพิ่มเติม