โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

'สูตินรีแพทย์ไทย' ร่วมอาชญากรรมข้ามชาติ 'อุ้มบุญ' ศาลตัดสินโทษคุกเคสแรก

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2569 ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเอกชน เข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการให้ชายไทยรับรองเด็กที่เกิดจากคนต่างชาติ เพื่อสวมสิทธิเป็นคนไทยว่า พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 จะกำกับดูแลในส่วนของมาตรฐานการรักษาต่างๆ แต่ในกรณีการแจ้งเกิดจะไปอยู่ในกฎหมายอื่นมากกว่า ทางสบส.จึงยังไม่ได้เข้าไปดูในเรื่องนี้ และสุดท้ายหากว่าเจ้าหน้าที่มีความผิดจริง ก็เป็นความผิดตามกฎหมายบ้านเมือง ซึ่งเจ้าตัวต้องเป็นผู้รับผิดชอบเอง ทางเจ้าของสถานพยาบาลไม่เข้าข่ายต้องรับผิดชอบด้วย ยกเว้นว่า เจ้าหน้าที่มีการกระทำผิดมาตรฐานการรักษาพยาบาล หรือมีการปลอมแปลงเอกสาร เช่น ใบเสร็จรับเงิน ก็จะถือว่า มีความผิดตามมาตรา 73

"ในส่วนของการออกเอกสารรับรองการเกิดว่าใครเป็นพ่อ ซึ่งทำที่โรงพยาบาลนั้น ก็จะมีการสอบถาม และดูเอกสารการสมรสอยู่แล้ว แต่หากมีผู้ทำเอกสารเท็จมาให้บุคคลากรของโรงพยาบาลดู ก็ไม่สามารถตรวจสอบในเชิงลึกได้ ก็จะผิดฐานหลอกลวง แต่สุดท้ายแล้ว เขาก็ต้องไปแจ้งเกิดตามทะเบียนราษฎร์ ก็จะเป็นเรื่องของกฎหมายปกครองที่จะเข้าไปดูแล"ทพ.อาคมกล่าว

ทพ.อาคม กล่าวด้วยว่า ในการยกระดับศักยภาพการคุ้มครองผู้บริโภค และมาตรฐานบริการเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ กรม สบส. จะเร่งดำเนินการยก (ร่าง) พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. … ซึ่งจะมีการเพิ่มอัตราโทษจากการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ รวมถึง การเอาผิดผู้ที่ทำให้เกิดการอุ้มบุญนอกประเทศ จะต้องรับโทษตามกฎหมายฉบับนี้ เพื่อป้องปรามการกระทำผิดจากทั้งชาวไทย และกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ และสร้างเชื่อมั่นแก่คู่สมรสทุกคู่ในการรับบริการเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ของไทย

ถามถึงการแก้ไขพ.ร.บ.อุ้มบุญ ที่กำลังดำเนินการ จะมีการปิดช่องไม่ให้เกิดการสวมสิทธิอย่างไร ทพ.อาคม กล่าวว่า พ.ร.บ.อุ้มบุญใหม่ที่จะออกมาพยายามทำให้ออกมารัดกุมไม่ให้มีการสวมสิทธิ หรือการค้ามนุษย์ โดยการดำเนินการอุ้มบุญต้องมีการขออนุมัติจากคณะกรรมการเพื่อขอให้มีการตั้งครรภ์แทน โดยผู้หญิงที่จะรับตั้งครรภ์แทนนั้นจะมีใบข้อตกลงการตั้งครรภ์แทน ซึ่งจะมีรายละเอียดว่าสามี-ภรรยาและหญิงที่รับตั้งครรภ์แทนว่าเด็กที่เกิดจะเป็นลูกของสามี - ภรรยา

ทั้งนี้ ไม่ว่าหญิงที่รับตั้งครรภ์แทนจะไปฝากครรภ์ที่ไหนก็ตาม จะต้องนำใบนี้ไปแจ้งสถานพยาบาลที่ฝากครรภ์ด้วยว่าเป็นการอุ้มบุญตามพ.ร.บ.ฉบับนี้ ฉะนั้น เวลาเด็กเกิดก็จะนำใบนี้ไปแจ้งที่สำนักทะเบียนราษฎร์ว่าใครเป็นพ่อ แม่ ส่วนหญิงที่ตั้งครรภ์แทนจะไม่เกี่ยวข้องเลย ส่วนชาวต่างชาติไม่สามารถมาทำอุ้มบุฯแทนในไทยได้ ยกเว้นว่ามีการแต่งงานกับคนไทย และต้องแต่งงาน จดทะเบียนสมรสมาไม่ต่ำกว่า 3 ปีถึงจะสามารถใช้สิทธิ์อุ้มบุญในไทยได้

" ขณะนี้กฎหมายอยู่ระหว่างการทำประชาพิจารณ์ เนื่องจากตอนที่เราส่งไปแล้วนั้น มีการยุบสภาก่อน เลยมีการตีกลับมา ทางกฤษฎีกาเลยให้กรมสบส.จัดทำประชาะพิจารณ์อีกใหม่ ตั้งแต่ 2 ก.ค. – 31 ก.ค.นี้ จึงเชิญชวนประชาชน ไปแสดงความติดเห็นได้ ที่เว็บไซต์กรมสบส. เพื่อสบส.จะได้นำข้อมูลมาปรับแก้กฎหมายให้มีความสมบูรณ์ขึ้น"ทพ.อาคม กล่าว

ทพ.อาคม กล่าวอีกว่า ตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคม 2566 จนถึงปัจจุบัน กรม สบส. พบข้อมูลการดำเนินคดีกับแพทย์ ในคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับการอุ้มบุญ หรือค้ามนุษย์ มากกว่า 100 ครั้ง ล่าสุดเมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2569 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ก็ได้มีคำพิพากษา กรณีความผิดฐานมีส่วนร่วมองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ,การให้มีการตั้งครรภ์แทนเพื่อประโยชน์ทางการค้า นำเข้าหรือส่งออกซึ่งไข่ตัวอ่อนอสุจิและไข่มนุษย์ โดยกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติและแพทย์ชาวไทยรวมอยู่ในขบวนการด้วย ซึ่งสูตินรีแพทย์ที่ร่วมกระทำผิดในคดีนี้ ต่างได้รับโทษจำคุกตั้งแต่ 10-15 ปี ถือเป็นความสำเร็จในการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ. 2558

"คดีอาญาข้างต้นถือเป็นเคสแรกที่มีคำพิพากษาลงโทษแพทย์ที่มีส่วนร่วม แสดงให้เห็นว่าผู้ใดก็ตามหากมีส่วนร่วมกับการกระทำผิดไม่ว่าจะอยู่ในขั้นตอนใดจะต้องถูกนำตัวมาลงโทษตามกฎหมายโดยไม่มีการละเว้น"ทพ.อาคมกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...