โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หมอเปิดเคส หนุ่มวัย 32 หยุดกินยาเอง หวิดเป็นเจ้าชายฟนิทรา

TNews

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กลายเป็นอุทาหรณ์ด้านสุขภาพที่ถูกแชร์ต่อในโลกออนไลน์ เมื่อหมอประชาหมอประชาผ่าตัดสมอง เจ้าของบัญชี TikTok @doctor.pracha_neuro_surg ออกมาเผยเคสผู้ป่วยชายวัยเพียง 32 ปี ที่หมดสติล้มในห้องน้ำจนอยู่ในภาวะโคม่า หลังละเลยการรักษาโรคประจำตัว ไม่รับประทานยาความดันโลหิตสูงและยารักษาเบาหวานต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน

ความดันพุ่งปรี๊ด 255/144 เลือดกดก้านสมองแบน จากการตรวจรักษาพบว่า ผู้ป่วยมีความดันแรกรับสูงถึง 255/144 mmHg
ภาพเอกซเรย์สมองปรากฏสีขาวซึ่งคือเลือดที่เข้าไปกดก้านสมองจนแบน และอุดทางเดินน้ำเลี้ยงสมอง
แพทย์ได้ทำการฉีดสีเพื่อหาสาเหตุเพิ่มเติม แต่ไม่พบความผิดปกติของเส้นเลือดมาแต่เดิม จึงสรุปได้ว่าเกิดจากความดันโลหิตที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนเส้นเลือดทนไม่ไหวและแตกออกในที่สุด

น้ำหนักตัวเกิน-ขาดยา ปัจจัยเสี่ยงอัมพาต ผู้ป่วยรายนี้มีน้ำหนักตัวมากกว่า 90 กิโลกรัม และมีโรคประจำตัวคือความดันโลหิตสูงและเบาหวาน แต่กลับชะล่าใจไม่ยอมกินยาและไม่ควบคุมอาหารมานานหลายเดือน

ซึ่งหมอประชาระบุว่า หากต้องกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงด้วยน้ำหนักตัวที่มากขนาดนี้จะสร้างความยากลำบากอย่างมาก
รอดหวุดหวิดเพราะถึงมือหมอเร็ว ในการรักษา แพทย์ได้ทำการผ่าตัดฝังท่อระบายน้ำเลี้ยงสมองและระบายเลือดออกเพื่อลดแรงดันในสมอง
เคสนี้ถือว่าโชคดีมากที่มาโรงพยาบาลได้ทันเวลา ทำให้สมองไม่เสียหายเพิ่มเติม และสามารถหายกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ ไม่ต้องกลายเป็นเจ้าชายนิทราหรือเป็นอัมพาต
หมอแนะ: "เจ้าชายนิทราไม่ไกลเกินเอื้อม" หากละเลยสุขภาพ สุดท้าย หมอประชาได้ฝากข้อคิดเตือนใจถึงทุกคนว่า อายุยังน้อยไม่ได้การันตีว่าจะปลอดภัยจากเส้นเลือดสมองแตก

หากใครที่มีโรคประจำตัวทั้งเบาหวาน ความดัน หรือไขมัน ควรควบคุมให้ดี กินยาตามสั่ง และหันมาออกกำลังกายเพื่อควบคุมน้ำหนัก เพื่อป้องกันการเป็นอัมพาตหรือเจ้าชายนิทราก่อนวัยอันควร
ขอบคุณ TikTok @doctor.pracha_neuro_surg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...