“หน่วยงานกำกับยุโรป” เตือนบริษัทประกันภัย จับตาความเสี่ยงจากการลงทุนใน Private Credit
EIOPA เตือนบริษัทประกันภัยยุโรปให้เสริมการบริหารความเสี่ยงจากการลงทุนใน Private Credit หลังมูลค่าการถือครองพุ่งแตะ 514,000 ล้านยูโร หรือกว่า 5% ของสินทรัพย์รวม
วันที่ 4 มิถุนายน 2569 เวลา 16.08 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า หน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยและกองทุนบำนาญของยุโรป European Insurance and Occupational Pensions Authority (EIOPA) เตือนบริษัทประกันภัยให้เพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนในสินทรัพย์ประเภท Private Credit พร้อมย้ำว่าผู้ประกอบการต้องสามารถระบุ วัดผล บริหารจัดการ และรายงานความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องได้อย่างเหมาะสม
นาง Petra Hielkema ประธาน EIOPA กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg TV ว่า บริษัทประกันจำเป็นต้องมีความเข้าใจอย่างชัดเจนต่อความเสี่ยงที่มาพร้อมกับการลงทุนในสินเชื่อเอกชน ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในยุโรป
หลังวิกฤติการเงินโลกปี 2008 กฎระเบียบทางการเงินที่เข้มงวดขึ้นทำให้ธนาคารหลายแห่งลดบทบาทในการปล่อยสินเชื่อบางประเภท ส่งผลให้บริษัทประกันภัยและกองทุนบำนาญ ซึ่งมีฐานะการเงินแข็งแกร่งและมีภาระผูกพันระยะยาว สามารถเข้ามาเติมช่องว่างดังกล่าวได้
แนวโน้มนี้ช่วยให้บริษัทประกันสามารถกระจายการลงทุนและสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นจากสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องต่ำกว่า (Illiquid Assets) เช่น Private Credit
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานกำกับดูแลกังวลว่าหากเกิดการขาดทุนจำนวนมาก อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อภาคธุรกิจประกันภัย
Petra Hielkema ระบุว่า บริษัทประกันต้องพัฒนาแบบจำลองการประเมินความน่าจะเป็นในการผิดนัดชำระหนี้ (Default Probability) รวมถึงการประเมินความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นหากลูกหนี้ผิดนัด
"ข้อมูลถือเป็นหัวใจสำคัญ" เธอกล่าว พร้อมเสริมว่าบริษัทประกันต้องเข้าใจทั้งภาระผูกพันใหม่ที่เกิดขึ้นและความเสี่ยงด้านสภาพคล่องที่เกี่ยวข้อง
EIOPA ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบริหารความสอดคล้องระหว่างสินทรัพย์และหนี้สิน (Asset-Liability Matching) โดยระบุว่า "เมื่อความผันผวนในตลาดเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เราต้องการให้มั่นใจว่าสินทรัพย์และหนี้สินเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่สอดคล้องกัน"
ข้อมูลล่าสุดของ EIOPA ระบุว่า ณ สิ้นปี 2567 บริษัทประกันภัยในยุโรปมีการลงทุนใน Private Credit มูลค่ารวมประมาณ 514,000 ล้านยูโร หรือราว 597,000 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 5.1% ของสินทรัพย์ทั้งหมด
ขณะที่กองทุนบำนาญภาคแรงงาน (Occupational Pension Funds) ถือครองสินทรัพย์ประเภทนี้มูลค่า 128,000 ล้านยูโร หรือประมาณ 4.4% ของสินทรัพย์รวม
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าตลาด Private Credit กลายเป็นส่วนสำคัญของระบบการเงินยุโรปมากขึ้นเรื่อย ๆ และเป็นเหตุผลที่หน่วยงานกำกับดูแลต้องติดตามความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด
อ้างอิง : bloomberg.com