โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เลี่ยงเล่นน้ำทะเลชุมพร หลังพบ ปลาเกยหาด สรุปเกิดจากอะไร

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

เลี่ยงเล่นน้ำทะเลชุมพร เกิดปรากฏการณ์ปลาตายเกยหาดที่ชายทะเลปากน้ำ จ.ชุมพร

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 บริเวณชายทะเลปากน้ำชุมพร หาดภราดรภาพ และชายหาดทรายรี ผลการสำรวจเบื้องต้นพบว่าน้ำทะเลมีสีน้ำตาลแดง มีกลิ่นเหม็นคาว สาเหตุเกิดจากการสะพรั่งของแพลงก์ตอนพืชกลุ่มไดอะตอม โดยพบสกุล Pseudo-nitzschia Pleurosigma และ Thalassionema นอกจากนี้ พบสัตว์น้ำตายเป็นจำนวนมากตลอดแนวชายทะเลปากน้ำชุมพร ขณะที่หาดภราดรภาพ พบสัตว์น้ำตายเล็กน้อย ส่วนบริเวณหาดทรายรีไม่พบสัตว์น้ำตาย

ภาพประกอบเท่านั้นไม่เกี่ยวกับเนื้อหาข่าว

เลี่ยงเล่นน้ำทะเลชุมพร หลังพบ ปลาเกยหาด สรุปเกิดจากอะไร

ทะเลชุมพรเปลี่ยนสี จากการตรวจวัดคุณภาพน้ำเบื้องต้น พบมีค่าความเป็นกรดและด่าง 7.88-8.20 อุณหภูมิ 30.2-31.7 องศาเซลเซียส ความเค็ม 31-32 ส่วนในพันส่วน และปริมาณออกซิเจนละลายน้ำ 3.62-5.85 มิลลิกรัมต่อลิตร (เกณฑ์มาตรฐานฯ ไม่ต่ำกว่า 4 มก./ลิตร) ทั้งนี้ คาดว่าสาเหตุ การตายของสัตว์น้ำในพื้นที่มีความเกี่ยวข้องกับการสะพรั่งของแพลงก์ตอนพืช ร่วมกับการที่บางพื้นที่มีปริมาณออกซิเจนละลายน้ำต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำ

เลี่ยงเล่นน้ำทะเลชุมพร หลังพบ ปลาเกยหาด สรุปเกิดจากอะไร

จึงขอประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนผู้ประกอบการท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่ให้หลีกเลี่ยงการประกอบกิจกรรมทางน้ำ โดยเฉพาะการเล่นน้ำทะเล เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการระคายเคืองจากการสัมผัสน้ำทะเลที่มีการสะพรั่งของแพลงก์ตอนพืช รวมทั้งให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้ำ และการลดลงของปริมาณออกซิเจนละลายน้ำอาจส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำ

หน่วยงานที่ตรวจสอบ
ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...