โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลุยตลาดดัง ผุดไอเดียฟื้นชีวิต‘ตึกแถว’ เพิ่มพื้นที่เศรษฐกิจเมือง

เดลินิวส์

อัพเดต 19 มิถุนายน 2569 เวลา 23.27 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
‘ชัชชาติ’ ดันผ่อนปรนระเบียบ เพื่อให้เอกชนเข้ารีโนเวทตึกเก่าได้ง่ายขึ้น-ไม่ต้องจ่ายใต้โต๊ะ ชูสร้างศูนย์บ่มเพาะอาชีพ (Incubation Hub) ดัน SME รุ่นใหม่ หวังปั้นเถ้าแก่ 1,000 คนต่อปี

เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 9 พร้อมทีมงาน “กรุงเทพฯ ทำงาน” ลงพื้นที่หาเสียง เขตสาทร-พญาไท บริเวณ ตลาดนัดกระทรวงการคลัง-ซอยอารีย์ พบปะพี่น้องประชาชนและกลุ่มคนทำงานออฟฟิศ โดยบรรยากาศในช่วงพักเที่ยงเป็นไปอย่างคึกคักและเป็นกันเองบางคนได้นำพวงมาลัยดอกไม้ดาวเรือง รวมถึงกับข้าวถุงมอบให้เพื่อเป็นกำลังใจในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ รวมทั้งมาขอถ่ายรูปคู่เป็นที่ระลึกกันอีกด้วย

นายชัชชาติ กล่าวถึง นโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจภาพรวม ฟื้นชีวิตตึกแถว ส่งเสริม SME รุ่นใหม่ว่า นโยบายสำคัญเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของ กทม. ผ่านแนวคิดฟื้นชีวิตตึกแถว โดยตั้งเป้าปลดล็อกกฎหมายเรื่องการปรับปรุงอาคาร และนำเครือข่ายตึกแถวหรืออาคารพาณิชย์ (Shophouse Network) มารีไซเคิลเพื่อเพิ่มพื้นที่ทางเศรษฐกิจให้กับเมือง

“เรามีห้องแถวอยู่ในกรุงเทพฯ ที่ว่างมากกว่า 450,000 ห้อง คิดเป็น 22% ของอาคารทั้งหมด นโยบายที่จะทำต่อไปคือพยายามจะปรับข้อบัญญัติ เพื่อให้สามารถนำห้องแถวเก่ากว่า 4 แสนหน่วยนี้ เอามาใช้ประโยชน์ ให้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจกลับคืนมาได้”

จากข้อมูลพบว่าปัจจุบันการดัดแปลงอาคารเพื่อเปลี่ยนประเภทการใช้งาน เช่น การทำโรงแรม คาเฟ่ หรือโฮสเทล มีความยุ่งยากมาก เนื่องจาก พ.ร.บ.ควบคุมอาคารฯ มีนิยามเรื่องการดัดแปลงมีไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการขออนุญาตก่อสร้าง โดยข้อจำกัดดังกล่าวต้องอิงตามมาตรฐานเดียวทั่วประเทศ ทั้งเรื่องทางหนีไฟ ระยะร่น ระบบดับเพลิง และที่จอดรถ ส่งผลให้ขั้นตอนขออนุญาตใช้เวลานาน เกิดช่องว่างของการจ่ายส่วยหรือใต้โต๊ะเพื่อขอปรับปรุงอาคาร ทำให้อาคารจำนวนมากถูกทิ้งร้างและเสียโอกาสในการใช้ประโยชน์

นายชัชชาติ ระบุว่า จะต้องปรับข้อบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ด้วยการจัดทำร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารอันมีลักษณะเฉพาะ เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดต่างๆ เช่น ระบบดับเพลิง ที่จอดรถ เพื่อให้เกิดพื้นที่และกลับมามีประโยชน์กับชุมชน รวมถึงแก้จุดที่ทำให้เกิดความไม่โปร่งใสด้วย

ทั้งนี้ กทม. จะนำร่องด้วยการใช้ตึกที่ กทม. เป็นเจ้าของมาปรับปรุงและเปิดให้บริการกับประชาชน เช่น การปรับปรุงอาคารสวนมะลิให้เป็น Incubation Hub หรือศูนย์บ่มเพาะอาชีพ รวมทั้งผ่อนปรนระเบียบเพื่อให้เอกชนสามารถรีโนเวทตึกเก่าได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องจ่ายใต้โต๊ะ

“กทม. มีห้องแถวเก่าอยู่แถวสวนมะลิ ประมาณ 40 ห้อง เราจะนำมาทำเป็นศูนย์บ่มเพาะเศรษฐกิจใหม่ของคนเมือง หรือ Incubation Center คาดว่าถ้าเสร็จแล้วจะสามารถผลิตผู้ประกอบการรายใหม่ได้อย่างน้อยปีละ 1,000 คน” นายชัชชาติ กล่าว

สำหรับศูนย์บ่มเพาะอาชีพ หรือ Incubation Hub นี้ เป็นการต่อยอดจากโรงเรียนฝึกอาชีพ และขยายผลมาเป็นพื้นที่ทดลองสำหรับผู้ที่สนใจเป็นผู้ประกอบการ เพื่อช่วยลดต้นทุนในการเริ่มต้นธุรกิจ ทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ แฟชั่น และเฟอร์นิเจอร์ โดยจะมีการให้บริการอุปกรณ์ที่จำเป็นในการเริ่มต้นธุรกิจแบบครบวงจร เช่น เครื่องคั่วกาแฟสำหรับธุรกิจร้านกาแฟ, อุปกรณ์ทำครัวรูปแบบต่างๆ สำหรับร้านอาหาร, ระบบการวางแพทเทิร์นและจักรเย็บผ้าสำหรับธุรกิจแฟชั่น ไปจนถึงพื้นที่ Maker space

“เราจะเอาห้องแถวเหล่านี้มาเป็นพื้นที่ให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ที่อาจจะยังไม่มีประสบการณ์ ไม่มีพื้นที่ขาย ได้มาใช้ตรงนี้เป็นศูนย์บ่มเพาะทดลอง เช่น จะมีพื้นที่ให้ทดลองขาย ทดลองทำโซเชียลมีเดีย มีครัวกลางให้ทำอาหารและเอาของมาขายด้านล่าง”

นอกจากนี้จะมีการเชื่อมต่อหลักสูตรบนแพลตฟอร์ม Next learn เพื่อสอนทักษะเพิ่มเติม เช่น การทำการตลาด การขายของออนไลน์ การพัฒนาต้นแบบ และการใช้เทคโนโลยีเพื่อการขาย และสนับสนุนการเชื่อมโยงพื้นที่ตลาดสำหรับทดลองขายสินค้า ทั้งในห้างสรรพสินค้า ตลาดสด ตลอดจนแพลตฟอร์มออนไลน์ของทั้งภาครัฐและเอกชน

“นี่เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจเมืองเกิดการกระตุ้น แล้วก็นำทรัพยากรมาใช้โดยไม่ต้องลงทุนมาก เอาของที่มีอยู่แล้วมาปรับ และทำให้เกิดมูลค่าในเศรษฐกิจเพิ่ม” นายชัชชาติ กล่าว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...