โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กสิกรไทยคาด กนง.คงดอกเบี้ย 1%ตลอดปี สวนกระแสโลก หลังเฟดส่งสัญญาณเข้ม

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เศรษฐกิจโลกเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้หลายธนาคารกลางเร่งขึ้นดอกเบี้ยคุมเงินเฟ้อ ขณะที่เฟดส่งสัญญาณ Hawkish มากขึ้น ดันดอลลาร์แข็งค่าและเงินบาทอ่อนลง ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาด กนง. จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ตลอดปี 2569 เหตุเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึงและแรงกดดันเงินเฟ้อส่วนใหญ่เป็นปัจจัยชั่วคราว

เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญแรงกดดันจากวิกฤตราคาพลังงานและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ธนาคารกลางหลายประเทศทยอยใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น เพื่อรับมือกับความเสี่ยงเงินเฟ้อและความผันผวนของค่าเงิน ล่าสุด ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) ได้เรียกประชุมฉุกเฉินและมีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 5.50% เพื่อพยุงค่าเงินรูเปียห์ที่อ่อนค่าลงใกล้ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และป้องกันแรงกดดันเงินเฟ้อที่อาจเกิดขึ้นจากการอ่อนค่าของสกุลเงิน

ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับ 1.00% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 31 ปี นับตั้งแต่ปี 2538 ในการประชุมเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 เพื่อรับมือกับแรงกดดันเงินเฟ้อและการอ่อนค่าของเงินเยน ส่วนธนาคารกลางยุโรป (ECB) ก็ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสู่ระดับ 2.25% เช่นกัน

เฟดคงดอกเบี้ย แต่ส่งสัญญาณเข้มงวดมากขึ้น

ด้านธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ภายใต้การนำของนายเควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ แม้จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% ตามที่ตลาดคาดการณ์ แต่รายละเอียดจากผลการประชุมกลับสะท้อนท่าทีที่เข้มงวดมากขึ้น

นางสาวกาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า Dot Plot ชุดใหม่ของเฟดสะท้อนความเป็นไปได้ที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐอาจปรับขึ้นในระยะข้างหน้า แตกต่างจาก Dot Plot เดือนมีนาคมที่ยังชี้ไปในทิศทางการลดดอกเบี้ย

นางสาวกาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

นอกจากนี้ เฟดยังปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core PCE) ปี 2569 เป็น 3.3% จากเดิม 2.7% สะท้อนความกังวลว่าเงินเฟ้ออาจอยู่เหนือเป้าหมาย 2% ของเฟดต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง

เงินบาทอ่อนค่าตามภูมิภาค รับดอลลาร์แข็งค่า

ผลจากท่าทีของเฟดส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น โดยบอนด์ยีลด์อายุ 2 ปี เพิ่มขึ้น 15 จุดพื้นฐาน สู่ระดับ 4.20% และบอนด์ยีลด์อายุ 10 ปี เพิ่มขึ้น 6 จุดพื้นฐาน สู่ระดับ 4.49%

สถานการณ์ดังกล่าวกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงในทิศทางเดียวกับสกุลเงินอื่นในเอเชีย ขณะที่ตลาดเริ่มเพิ่มน้ำหนักต่อโอกาสที่เฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยได้เร็วขึ้นในเดือนตุลาคม จากเดิมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนธันวาคม

ดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางทั่วโลก

ECB-BOJ เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยคุมเงินเฟ้อ

จีน คงดอกเบี้ยต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

อินโดนีเซียประชุมฉุกเฉินขึ้นดอกเบี้ย 0.25% พยุงค่าเงิน

กสิกรไทยคาด กนง. คงดอกเบี้ย 1% ตลอดปี

สำหรับการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า กนง. จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.00% เพื่อรอประเมินทิศทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า แม้แรงกดดันเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นจากราคาพลังงานโลก แต่ตัวเลขเงินเฟ้อไทยในเดือนพฤษภาคมยังเร่งตัวต่ำกว่าที่คาด ขณะที่เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปี 2569 ยังขยายตัวได้ในเกณฑ์ดี

“แรงกดดันเงินเฟ้อในปัจจุบันส่วนใหญ่มาจากปัจจัยด้านอุปทานและมีลักษณะชั่วคราว อีกทั้งมาตรการภาครัฐยังช่วยประคับประคองกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ในระดับหนึ่ง”

เศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง

กสิกรไทยประเมินว่า กนง. มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.00% ตลอดปี 2569 เนื่องจากระดับดอกเบี้ยปัจจุบันยังเหมาะสมกับแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ 3.1% และอาจเร่งตัวสูงสุดในช่วงไตรมาส 3-4 ก่อนทยอยชะลอลงในปี 2570

“แม้เศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้ แต่การฟื้นตัวยังคงมีลักษณะไม่ทั่วถึง หรือ K-Shaped Recovery และยังเปราะบางต่อความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลก การปรับขึ้นดอกเบี้ยอาจซ้ำเติมกำลังซื้อและอุปสงค์ภายในประเทศ ขณะที่การลดดอกเบี้ยก็อาจมีประสิทธิผลจำกัดในการกระตุ้นเศรษฐกิจ”

หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,211 วันที่ 21 - 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...