GCAP GOLD ชี้ทองรีบาวด์ใกล้ $4,300 แต่เฟดยังกดกรอบฟื้นตัว
#ทันหุ้น – ราคาทองคำฟื้นตัวกลับมาเคลื่อนไหวใกล้ระดับ $4,300 หลังดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าจากแรงขายทำกำไร ภายหลังสหรัฐฯ และอิหร่านลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อยุติความขัดแย้งและเปิดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ส่งผลให้นักลงทุนคลายความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า กรอบเวลาเจรจา 60 วันเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์อิหร่านไม่ใช่เส้นตายตายตัว ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการบรรลุข้อตกลงในระยะต่อไป
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของทองคำยังถูกจำกัด หลังผลการประชุมเฟดครั้งแรกภายใต้การนำของ Kevin Warsh ออกมาในโทนเข้มงวดกว่าที่ตลาดคาด โดยเฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50%-3.75% ตามคาด แต่ได้ตัดถ้อยคำที่สะท้อนแนวโน้มผ่อนคลายนโยบายการเงินออกจากแถลงการณ์ พร้อมปรับคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยสิ้นปีขึ้นสู่ 3.8% จากเดิม 3.4% ในเดือนมีนาคม ส่งผลให้ตลาดเพิ่มน้ำหนักคาดการณ์โอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ในเดือนธันวาคมเป็นเกือบ 85% หนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และช่วยจำกัดการอ่อนค่าของดอลลาร์
มุมมองทางเทคนิค ราคาทองคำยังเผชิญแรงกดดันหลังไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านสำคัญบริเวณ $4,350-$4,380 ซึ่งเป็นจุดบรรจบของเส้น EMA 200 วันและระดับ Fibonacci Retracement 38.2% ได้สำเร็จ แม้ MACD เริ่มส่งสัญญาณบวกเล็กน้อย แต่ RSI ยังเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 50 สะท้อนแรงซื้อที่ยังไม่แข็งแกร่ง เว้นเสียแต่ราคาจะทะลุผ่านและยืนเหนือ $4,360 ได้ มีโอกาสขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไปที่ $4,465 และ $4,562 ตามลำดับ แต่หากไม่ผ่าน อาจเห็นแรงขายกลับลงมาทดสอบแนวรับสำคัญบริเวณ $4,235 และ $4,220 อีกครั้ง
กลยุทธ์การเทรด
ฝั่งเทรดสั้น : เน้นเทรดในกรอบ รอย่อซื้อใกล้แนวรับ $4,235-$4,220 แบ่งขายทำกำไรบริเวณ $4,330-$4,360
ฝั่งเทรดระยะกลาง–ยาว : ชะลอการซื้อสะสม รอราคาย่อตัวสู่แนวรับสำคัญบริเวณ $4,170-$4,100 จึงค่อยทยอยเพิ่มน้ำหนักการลงทุน
ทองคำไทย : รอทยอยสะสมบริเวณ 65,500-65,300 บาท เพื่อเล่นรอบฟื้นตัวระยะสั้น เป้าหมายบริเวณ 67,000-67,300 บาท