โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สอบติดมหาวิทยาลัย ≠ จบ! หลายมหา'ลัย ต้องสอบภาษาอังกฤษให้ "ผ่าน" ก่อนจบ

Dek-D.com

เผยแพร่ 27 พ.ค. เวลา 03.44 น. • DEK-D.com
สอบติดมหาวิทยาลัย≠จบ!ยังเหลือด่านภาษาอังกฤษที่ต้องสอบอีก ตัวอย่างม.ที่มีสอบอังกฤษ

จากกระแสข่าวในโลกออนไลน์ เรื่องนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งสอบภาษาอังกฤษพื้นฐานไม่ผ่าน หลายครั้งทำให้พ้นสภาพจากการเป็นนักศึกษาเรื่องนี้อาจจะมีน้องๆ หลายคนที่ยังไม่รู้ว่า นอกจากเราจะสอบติดในมหาวิทยาลัย /คณะที่เราสนใจแล้ว ในมหาวิทยาลัยยังมีกฎสำคัญๆ เกี่ยวกับการเรียนและการสอบอีกด้วย โดยเฉพาะวิชาพื้นฐานต่างๆ

นอกจากวิชาพื้นฐานแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่น้องๆ ต้องระวัง คือ ปัจจุบันหลายมหาวิทยาลัยมีการทดสอบวัดผลระดับภาษาอังกฤษด้วย อาจจะมีทั้งการทดสอบก่อนเข้าเรียนเพื่อแบ่งระดับนักศึกษา และการทดสอบก่อนเรียนจบจากมหาวิทยาลัย บางแห่งอาจมีการทดสอบทั้ง 2 รูปแบบเลย ซึ่งวันนี้พี่น้ำจะพาน้องๆ มาดูตัวอย่างการสอบวัดผลภาษาอังกฤษ ของแต่ละมหาวิทยาลัยกันค่ะ

สอบติดมหาวิทยาลัย ≠ จบ! หลายมหา'ลัย ต้องสอบภาษาอังกฤษให้ "ผ่าน" ก่อนจบ

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

KU-KETคือ แบบทดสอบวัดความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษของนิสิตปี 1 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่มีมาตรฐานใกล้เคียง CEFR ซึ่งนักศึกษาทุกคน ทุกวิทยาเขต จะต้องสอบเพื่อนำคะแนนภาษาอังกฤษนี้ เพื่อนำคะแนนไปใช้จัดห้องเรียนรายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน และไม่สามารถใช้คะแนนวัดผลภาษาอังกฤษอื่นๆ เช่น KU-EPT, TOEFL , IELTS ยื่นแทนได้ แต่ใช้เป็นทางหนึ่งในทางเลือกในการจัดห้องเรียนได้ และหลังจากนั้น คะแนนจะถูกนำไปเปรียบเทียบ และพัฒนามาเป็นแบบทดสอบ KU-EXITEต่อไป

ข้อสอบมีทั้งหมด 3 พาร์ท ได้แก่ Listening, Structure & Writing Ability และ Reading Comprehension

KU-EXITEคือ แบบทดสอบวัดความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษที่นิสิต ระดับปริญญาตรี ต้องสอบก่อนสำเร็จการศึกษา โดยการสอบจะครอบคลุมทั้ง การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน

ข้อสอบมีทั้งหมด 3 ส่วน ได้แก่ Listening, Language usage and Writing ability และ Reading Comprehension

นอกจากนี้ ยังสามารถใช้คะแนนสอบวัดผลอื่นๆ ที่มีมาตรฐานใกล้เคียง CEFR ยื่นแทนการสอบ
KU-EXITE ได้ เช่น KU-EPT, TOEFL, IELTS เป็นต้น

มหาวิทยาลัยศิลปากร

เป็นอีกหนึ่งมหาวิทยาลัยที่มีการสอบวัดระดับผลภาษาอังกฤษเป็นของตัวเอง ซึ่งเป็นแบบทดสอบที่มีมาตรฐานใกล้เคียงกับ CEFR คือ STEPหรือ Silpakorn Test of English Proficiencyโดยนักศึกษาจะต้องเข้าสอบตั้งแต่ปี 1 หากสอบไม่ผ่าน จะต้องเรียนวิชาบังคับในเทอมนั้น และเทอมถัดไปสามารถยื่นคะแนนวัดระดับภาษาอังกฤษจากสถาบันอื่นๆ แทนได้ เช่น TOEIC, CU-TEP, TOEFL, IELTS เป็นต้น หรือกลับมาสอบอีกครั้งในช่วงปี 3 ก็ได้

ทั้งนี้ หากยังสอบไม่ผ่านระบบจะยึดคะแนนที่ดีที่สุด เพื่อจัดหลักสูตรเร่งรัดให้เรียน จนกว่าจะถึงเกณฑ์สอบผ่านของมหาวิทยาลัย

ข้อสอบแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ Listening, Semi-Speaking, Semi-writing และ Reading

มหาวิทยาลัยมหิดล

มหาวิทยาลัยมหิดลมีนโยบายยกระดับมาตรฐานภาษาอังกฤษในสถาบันอุดมศึกษา โดยมีข้อกำหนดสำคัญ คือ นักศึกษาต้องมีความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษ เทียบเคียงมาตรฐาน CEFR ซึ่งได้มีข้อสอบอย่าง MU-ELT หรือ Mahidol University English Language Testมาเป็นแบบทดสอบในการวัดระดับภาษาอังกฤษ ซึ่งข้อสอบนี้จะเป็นการวัดทักษะการสื่อสารด้านการฟังและอ่านในชีวิตประจำวัน ใช้สำหรับจัดกลุ่มเรียนภาษาอังกฤษปี 1 และนำคะแนนไปยื่นจบได้ด้วย

ข้อสอบแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ listening เน้นเรื่อง Conversation และ Reading เน้น Grammar, Vocabulary, Short / long reading

อย่างไรก็ตามสามารถใช้คะแนนมาตรฐานอื่นๆ เพื่อยื่นจบได้ โดยจะต้องผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดของข้อสอบแต่ละประเภท

มหาวิทยาลัยนเรศวร

เป็นอีกหนึ่งมหาวิทยาลัยที่มีนโยบายยกระดับภาษาอังกฤษ ตั้งแต่ปี 65 เป็นต้นไป นักศึกษาจะต้องเข้าสอบ CEPT หรือ Cambridge English Placement Testที่มีมาตรฐานใกล้เคียงกับ CEFR และถือเป็นหนึ่งในเงื่อนไข ในการขอยื่นจบการศึกษา โดยจะต้องสอบให้ผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนด

หากไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะต้องเข้าอบรมออนไลน์ เพื่อพัฒนาภาษาอังกฤษ ซึ่งต้องผ่าน 70% ของบทเรียนนั้นๆ เพื่อมีสิทธิ์สอบวัดผลอีกครั้ง และจะต้องได้ 60% ของการสอบจึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์ หรือยื่นคะแนนวัดผลอื่นๆ เช่น TOEIC, IELTS, CU-TEP, TEC-W Score เป็นต้น

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

SWU-SET หรือ Srinakharinwirot University Standardized English Testคือแบบทดสอบเพื่อวัดสมิทธิภาพทางภาษาอังกฤษ ของนิสิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โดยจะจัดสอบฟรีทั้งหมด 2 ครั้ง หากสอบผ่านตั้งแต่ช่วงปี 1 ก็ไม่จำเป็นต้องสอบอีก แต่ถ้าคะแนนยังไม่ผ่านเกณฑ์ต้องกลับมาสอบใหม่ในปี 3 และคะแนนต้องได้มากกว่าสอบครั้งแรกตามที่กำหนด จึงจะผ่านเกณฑ์ แต่ถ้ายังไม่ผ่าน จำเป็นต้องลงเรียนรายวิชา ที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนด โดยจะดูที่ SWT-SET เป็นหลัก เพื่อดูการพัฒนาความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษ

นอกจากนี้ สามารถยื่นคะแนนวัดผลอื่นๆ แทนการสมัครสอบ หรือ การเรียนในรายวิชาที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนดได้ เช่น TOEIC, TOEFL, IELTS แต่คะแนนต้องเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด จึงจะสามารถยื่นได้

ข้อสอบ SWU-SETมีทั้งหมด 5 ส่วน ได้แก่ Listening, Vocabulary, Usage & Functional Language, Reading และ Structure

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

มหาวิทยาลัยมีกำหนดให้นักศึกษาต้องเข้ารับการทดสอบวัดสมิทธิภาพทางภาษาอังกฤษ
(English Proficiency) โดยจะต้องยื่นคะแนนทดสอบภาษาอังกฤษอย่างK-StEP Test หรือ King Mongkut's Standardized English Proficiency Test ซึ่งคะแนนต้องผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนด จึงจะสามารถขอยื่นจบการศึกษาได้ หรืออาจใช้คะแนนอื่นยื่นแทน เช่น TOEFL, TOEIC, IELTS, CU-TEP แต่คะแนนจะต้องมีอายุไม่เกิน 2 ปี และคะแนนจะต้องผ่านเกณฑ์ที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนด

ข้อสอบ K-StEP Test จะมีทั้งหมด 3 ส่วน ได้แก่ Listening Comprehension, Reading Comprehension และ Structure and Usage

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีนโยบายยกระดับภาษาอังกฤษ ซึ่งวัดจากการทำแบบทดสอบ ตั้งแต่ช่วงปี1 และก่อนยื่นจบการศึกษา โดยตัวข้อสอบมีมาตรฐานใกล้เคียงกับ CEFR

CMU-eProเป็นการทดสอบวัดความรู้และทักษะทางภาษาอังกฤษ ของนักศึกษาปี 1 ทุกคน
เพื่อให้นักศึกษาทราบระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษของตัวเอง และนำคะแนนไปจัดเป็นห้องเรียนที่เหมาะสม เพื่อพัฒนาความรู้ และความสามารถทางภาษาอังกฤษของนักศึกษาต่อไป ซึ่งไม่สามารถใช้คะแนนวัดผลของสถาบันอื่นมายื่นแทนได้

ข้อสอบ CUM-ePro มีทั้งหมด 3 ส่วน ได้แก่ Reading and Listening, Speaking และ Writing ข้อสอบแต่ละส่วนสามารถทำได้แค่ 1 ครั้งเท่านั้น

ทั้งนี้ ในการทำข้อสอบจำเป็นจะต้องได้คะแนนในส่วนทักษะหลักอย่าง Reading and Listening เกิน 50 คะแนนขึ้นไปเท่านั้นจึงจะสามารถทำข้อสอบในส่วนอื่นๆ ต่อได้ ถ้าได้คะแนนต่ำกว่า 50 คะแนน ไม่ต้องสอบใหม่ และจะถือว่าการสอบสิ้นสุดแล้ว

CMU-eGradเป็นการทดสอบวัดระดับความรู้และทักษะทางภาษาอังกฤษก่อนจบการศึกษา โดยการวัดผลจะอ้างอิงตามมาตรฐานของ CEFR ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเงื่อนไขในการยื่นจบการศึกษา

ข้อสอบ CMU-eGradมีทั้งหมด 3 ส่วน ได้แก่ Listening, Reading และ Use of Language

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

นักศึกษามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงทุกคน จะต้องเข้าการทดสอบเพื่อวัดสมิทธิภาพทางภาษาอังกฤษ คือ Exit - Examinationก่อนสำเร็จการศึกษา ซึ่งการทดสอบจะครอบคลุมทั้งภาษาอังกฤษ เทคโนโลยี และความรู้รอบตัวต่างๆ และต้องสอบได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 จึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

นักศึกษาที่เข้ารับการศึกษา ในระดับปริญญาตรี ตั้งแต่ปี 60 เป็นต้นไปจะต้องทำการทดสอบวัดสมิทธิภาพทางภาษาอังกฤษแรกเข้า English Placement Testในช่วงปี 1 และต้องเข้าทดสอบอีกครั้งก่อนจบการศึกษา หรือEnglish Proficiency Examซึ่งทางมหาวิทยาลัยจะจัดสอบให้ฟรีอย่างละ 1 ครั้ง

ทั้งนี้ ถ้าสอบEnglish Placement Testผ่านตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนดแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องสอบ English Proficiency Examอีก และยังสามารถขอละเว้นรายวิชาภาษาอังกฤษ ได้บางวิชาด้วย

สามารถใช้คะแนนวัดผลภาษาอังกฤษสถาบันอื่นๆ เช่น TOEFL, TOEIC, IELTS ยื่นแทนได้ แต่คะแนนต้องมีอายุไม่เกิน 2 ปี

มหาวิทยาลัยบูรพา

มหาวิทยาลัยบูรพาได้ประกาศให้นิสิต ปริญญาตรี ที่เข้ารับการศึกษาตั้งแต่ในปี 59 เป็นต้นไปต้องเข้าสอบ เพื่อวัดความรู้ภาษาอังกฤษ ภายใต้ชื่อ BUU-CET U หรือ Burapha University Communicative English Test for Universityซึ่งจะจัดสอบทั้งหมด 2 ครั้ง คือในช่วงปี 1 และก่อนจบการศึกษา โดยข้อสอบมีมาตรฐานเทียบเคียงกับ CEFR

ข้อสอบแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1. reading ที่วัดทักษะด้าน Sentence completion, Dialogue completion, Reading comprehension และ 2. Listening ที่วัดทักษะด้าน Listening Comprehension

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

มหาวิทยาลัยจัดทดสอบวัดระดับความรู้และความสามารถทางภาษาอังกฤษ ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี ซึ่งทุกคนจะต้องเข้ารับการทดสอบแรกเข้า หรือ EPTs (English Proficiency Tests)เพื่อนำคะแนนไปจัดห้องเรียนที่เหมาะสม นอกจากนี้ มีบางภาควิชาที่สามารถยื่นคะแนนจากสถาบันอื่นๆ ที่ได้รับการรองรับแทนการสอบได้อีกด้วย

จากนั้น ทุกคนจะต้องเข้ารับการทดสอบ TETET หรือ Test of English for Thai Engineers and Technologistsก่อนจบการศึกษา เพื่อประเมินประสิทธิภาพทางภาษาอังกฤษ ทั้งนี้ ผลการทดสอบไม่ใด้เป็นเงื่อนไขในการขอยื่นจบการศึกษา

ข้อสอบจะแบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลักๆ ได้แก่ Reading, listening, writing และ speaking

มหาวิทยาลัยทักษิณ

นักศึกษาตั้งแต่รหัส 66 ขึ้นไป จำเป็นต้องเข้าทดสอบวัดระดับความรู้ทางภาษาอังกฤษ คือ TSU-TEP หรือ Thaksin University Test of English Proficiency หรือนำคะแนนจากสถาบันอื่นๆ ที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนดไว้มายื่นแทนได้ เช่น TOEIC, IELTS, CU-TEP เป็นต้น ทั้งนี้ คะแนนที่จะใช้ยื่นแทน ต้องมีอายุไม่เกิน 2 ปี

ข้อสอบจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ Listening, Structure and Written Expression และ Reading

ข้อมูล ณ วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ข้อมูล/ รายละเอียด อาจมีการเปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขได้ แนะนำให้สอบถามข้อมูลกับทางมหาวิทยาลัย หรือคณะ ที่กำลังศึกษาอยู่เพิ่มเติม

ทั้งนี้ ข้อมูลที่ยกมาเป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น น้องๆ อย่าลืมติดตามข่าวจากช่องทางมหาวิทยาลัยของตนเอง เพราะข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...