โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผ่าผลงาน 'อุดม' ปธ.ศาล รธน.ใหม่ ชี้ชะตาคดีใหญ่สะเทือนเมือง

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2569 ที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเสียงข้างมาก โหวตเลือกนายอุดม สิทธิวิรัชธรรม เป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ โดยเขามีประวัติการลงมติในคดีการเมืองสำคัญที่น่าสนใจ สรุปความเห็นและแนวทางการลงมติแยกตามคดีที่ รวมถึงคดีสำคัญเพิ่มเติมไว้ดังนี้

1.คดียุบพรรคก้าวไกล (พ.ศ. 2567)

การลงมติ: เห็นชอบให้ยุบพรรค

นายอุดมร่วมเป็นหนึ่งในองค์คณะตุลาการที่มีมติเป็นเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 เสียง ให้ยุบพรรคก้าวไกลและตัดสิทธิทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรค เนื่องจากเห็นว่าพรรคมีพฤติการณ์ใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จากแคมเปญการรณรงค์แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

2. คดีศักดิ์สยาม ชิดชอบ ซุกหุ้นบุรีเจริญฯ (พ.ศ. 2567)

การลงมติ: เป็นเสียงข้างน้อย เห็นว่าความเป็นรัฐมนตรี "ไม่สิ้นสุดลง"

ในคดีที่ศาลมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 1 ให้นายศักดิ์สยามพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี นายอุดมเป็น ตุลาการเพียง 1 เสียงข้างน้อย โดยทำความเห็นส่วนตนวินิจฉัยว่าการโอนหุ้นทำถูกต้องตามกฎหมาย และผู้รับโอนมีฐานะการเงินรองรับเพียงพอ ไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่าเป็นนิติกรรมอำพราง จึงไม่ถือว่าฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 187

3. คดีเศรษฐา ทวีสิน ขัดจริยธรรมแต่งตั้ง พิชิต ชื่นบาน (พ.ศ. 2567)

การลงมติ: เป็นเสียงข้างมาก เห็นว่าความเป็นรัฐมนตรี "สิ้นสุดลง"

นายอุดมร่วมลงมติในกลุ่มเสียงข้างมาก 5 ต่อ 4 เสียง วินิจฉัยให้นายเศรษฐา ทวีสิน พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยเห็นว่าการแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีนั้น เป็นการกระทำที่ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

4. คดีอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร ปมคลิปเสียงสนทนากับ ฮุน เซน (พ.ศ. 2568)

การลงมติ: เป็นเสียงข้างมาก เห็นว่าความเป็นรัฐมนตรี "สิ้นสุดลง"

คดีที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ถูกยื่นถอดถอนกรณีฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงจากคลิปเสียงสนทนาที่หลุดออกมากับสมเด็จฯ ฮุน เซน อดีตผู้นำกัมพูชา ซึ่งนายอุดมได้เข้าร่วมลงมติในกลุ่มเสียงข้างมากที่สั่งให้นางสาวแพทองธารพ้นจากตำแหน่งผู้นำรัฐบาล

5. คดี พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 4 แสนล้านบาท (พ.ศ. 2569)

การลงมติ: เป็นเสียงข้างมาก เห็นว่า "ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ"

ในการวินิจฉัยร่าง พ.ร.ก. กู้เงินเพื่อแก้ไขวิกฤตพลังงานและเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี นายอุดมลงมติร่วมกับฝ่ายเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 เสียง ชี้ว่ากฎหมายฉบับนี้ออกโดยชอบตามเงื่อนไขความจำเป็นเร่งด่วนในมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญ ทำให้รัฐบาลชุดปัจจุบันสามารถเดินหน้ากู้เงินต่อไปได้

คดีใหญ่ๆ เพิ่มเติม เช่น

คดีวาระนายกรัฐมนตรี 8 ปี ของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา (พ.ศ. 2565)

นายอุดมอยู่ในฝ่าย เสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 เสียง ที่วินิจฉัยให้ พล.อ. ประยุทธ์ ทำหน้าที่นายกฯ ต่อไปได้ โดยให้เริ่มนับวาระตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 ซึ่งเป็นปีที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันประกาศใช้

คดีล้มล้างการปกครองของแกนนำคณะราษฎร (อานนท์-ไมค์-รุ้ง) (พ.ศ. 2564)

นายอุดมลงมติว่าการกระทำ ณ ตอนนั้นยังไม่ถึงขั้นล้มล้างการปกครอง แต่วินิจฉัยสั่งการให้ "ห้ามกระทำการในลักษณะดังกล่าวอีกในอนาคต" เพื่อป้องกันเหตุล่วงหน้า

คดีคุณสมบัติ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ปมเคยต้องคำพิพากษาศาลออสเตรเลีย

นายอุดมร่วมในองค์คณะที่วินิจฉัยว่า คำพิพากษาของศาลต่างประเทศไม่มีผลผูกพันกับลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญไทย ส่งผลให้ ร.อ. ธรรมนัส ไม่ขาดคุณสมบัติในเวลานั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...