เด็กเสิร์ฟร้านคาราโอเกะ ถูกจับกรอกยา ช็อกเข้าโรงพยาบาล
(27 พ.ค. 69) น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี พนักงานเสิร์ฟและแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องทำงานหาเลี้ยงลูกวัย 2 ขวบเศษ ร้องสื่อ ถูกลูกค้าชายใช้กำลังล็อกคอบังคับกรอกยาเสพติดจนเกิดอาการช็อก หายใจติดขัด และหมดสติ คาดเป็นยา B5 หรือเบนซเฮกซอล ซึ่งเป็นยาอันตรายกลุ่มรักษาพาร์กินสันที่มักถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด เจ้าของร้านรีบนำส่งโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช แพทย์ระบุหัวใจเกือบวายและต้องส่งตัวเข้าห้อง ICU เพื่อช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน
.
ผู้เสียหายเปิดเผยว่า เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ลูกค้ากลุ่มดังกล่าวได้เข้ามาใช้บริการ และพยายามชวนตนให้ใช้ยาเสพติด แต่ตนปฏิเสธว่าไม่เอาเพราะไม่เคยยุ่งกับยามาก่อน ทางลูกค้ายื่นข้อเสนอเพิ่ม บอกขะให้ 500 บาท แลกกับกินยา ตนจึงแอบอมยาไว้ที่กระพุ้งแก้ม เพื่อไปคายทิ้งทีหลัง พอมารอบที่ 2 ก็ทำแบบเดิมอีก จากนั้นตนคิดว่าจะไปบอกเจ้าของร้านว่าลูกค้ากลุ่มนี้มียา ให้แจ้งตำรวจ
.
แต่ยังไม่ทันได้บอก ตนเดินไปเข้าห้องน้ำแล้วเจอลูกค้าชายคนดังกล่าวได้เดินตามมาดักหน้าห้องน้ำ ก่อนใช้กำลังล็อกปากแล้วยัดยาลงคอทันที จนยาซึมเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็ว แล้วตนก็มีอาการหายใจเร็วแขนขาไม่มีแรง ลิ้นเริ่มพูดไม่ได้ ไม่มีแรงอะไรเลย ตนพยายามเข้าไปนอนในห้องที่มีเพื่อนอยู่ ก่อนที่เจ้าของร้านจะเข้ามาดูแล้วรีบพาส่งโรงพยาบาล ส่วนคู่กรณีหลังก่อเหตุได้รีบขับรถหลบหนีไปพร้อมกับภรรยาที่เดินมาตาม
.
ด้านนางสม (นามสมมุติ) อายุ 54 ปี เจ้าของร้านคาราโอเกะ เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วบริเวณหน้าห้องน้ำ โดยทีแรกพนักงานคนอื่นในห้อง VIP พยายามปกปิดข้อมูลอ้างว่าผู้เสียหายเพียงเมาเหล้าจากการรับจ้างดื่มแก้วละ 300 บาท แต่ตนสังเกตเห็นอาการผิดปกติ ทั้งหมดสติและตาลอยซึ่งไม่ใช่ลักษณะของคนเมาสุรา จึงตัดสินใจสั่งให้ลูกชายขับรถนำส่งโรงพยาบาลทันที พร้อมยันยันว่าทางร้านมีมาตรการเข้มงวดเรื่องยาเสพติด และรู้สึกสะเทือนใจกับเหตุการณ์ร้ายแรงที่เกิดขึ้นกับพนักงานในร้านเป็นอย่างมาก
.
ความคืบหน้าทางคดี น.ส.เอ มีสภาพบอบช้ำตามร่างกายหลายแห่ง ทั้งบริเวณคาง ไหปลาร้า แขน และขา ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้วแต่ยังอยู่ในอาการผวาและขอเข้าพบแพทย์จิตเวชเนื่องจากรู้สึกไม่ปลอดภัย โดยเผยว่าฝ่ายคู่กรณีได้โทรศัพท์มาขอเจรจาให้จบเรื่อง และข่มขู่ว่าต่อให้แจ้งความก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเขามีเงิน ฝั่งผู้เสียหายเรียกค่าเสียหายไป 30,000 บาท แต่คู่กรณีโอนเงินมาให้แค่ 5,500 บาท ซึ่ง น.ส.เอ ก็ไม่พอใจมาก เพราะมองว่าตนเองเกือบเอาชีวิตไปทิ้ง ตนยังต้องหาเลี้ยงลูกอายุ 2 ขวบ กับพ่อแม่ ชีวิตของตนในสายตาเขามีค่าเพียงเท่านี้หรือ หลังจากนี้ตนจะเดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
.
ทั้งนี้ ผู้เสียหายได้ฝากอุทาหรณ์เตือนภัยไปยังเพื่อนร่วมอาชีพบริการทุกคนว่า ในการทำงานไม่ควรไว้ใจใครเด็ดขาด หากรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยให้รีบพาตัวเองออกจากสถานการณ์นั้นทันที พร้อมย้ำเตือนใจคนทำงานบริการว่า “แขกไม่ใช่พระเจ้า ตัวเราสำคัญที่สุด” ขณะนี้ญาติและผู้เสียหายได้รวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี เพื่อเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป