โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาบน้ำกลางวันระวังช็อก! รวมวิธีแก้ทำแบบนี้เย็นชื่นใจ ฉบับช่างประปา

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว
ภาพไฮไลต์

น้ำประปาเดือด! เปิดก๊อกอาบน้ำตอนกลางวันทีไรผิวแทบสุก ไทยรัฐออนไลน์รวม 5 ทริกแก้น้ำร้อนจากท่อตากแดด พร้อมคำเตือนสุขภาพที่คนไทยไม่ควรมองข้าม

ทำไมน้ำประปาตอนกลางวันถึงร้อนเหมือนต้มชา?

ในช่วงฤดูร้อนที่อุณหภูมิประเทศไทยพุ่งทะลุ 40 องศาเซลเซียส ปัญหาที่หลายบ้านต้องเจอคือ "น้ำประปาร้อนจัด" โดยเฉพาะในช่วงเวลา 11.00 - 15.00 น. สาเหตุหลักเกิดจากการเดินแนวท่อประปา (โดยเฉพาะท่อ PVC) หรือการวางแท็งก์น้ำไว้กลางแจ้ง เมื่อวัสดุเหล่านี้ถูกแสงแดดแผดเผาโดยตรงเป็นเวลานาน อุณหภูมิของน้ำที่ขังอยู่ภายในท่ออาจพุ่งสูงถึง 50-60 องศาเซลเซียส ซึ่งความร้อนระดับนี้เทียบเท่ากับน้ำอุ่นจัดที่สามารถทำให้ผิวหนังระคายเคืองหรือเกิดอาการแสบแดงได้ทันทีที่สัมผัส

คำเตือน! อาบน้ำร้อนจัดตอนกลางวัน เสี่ยงทำให้ร่างกายช็อก

รู้หรือไม่? การฝืนอาบน้ำร้อนจัดในช่วงที่อากาศร้อน อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด ข้อมูลจากกรมอนามัยและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ในช่วงที่อากาศภายนอกร้อนจัด อุณหภูมิในร่างกายของเราจะสูงขึ้นตาม หากเรากลับเข้าบ้านแล้วโดนน้ำประปาที่ร้อนจัดราดตัวทันที ร่างกายจะไม่สามารถระบายความร้อนออกไปได้ ส่งผลให้เสี่ยงต่อ ภาวะลมแดด (Heatstroke) หรือหากอุณหภูมิของน้ำแตกต่างจากอุณหภูมิร่างกายกะทันหันเกินไป อาจทำให้หลอดเลือดหดตัวและขยายตัวผิดปกติ ซึ่งอันตรายอย่างยิ่งต่อผู้ป่วยโรคหัวใจและความดันโลหิต

5 วิธีแก้น้ำประปาร้อน เปลี่ยนน้ำก๊อกเดือดให้เย็นชื่นใจ

เพื่อความปลอดภัยและคืนความสดชื่นในการอาบน้ำช่วงกลางวัน เราได้รวบรวมเทคนิคแก้ปัญหาจากประสบการณ์จริงและคำแนะนำของช่างประปาดังนี้

1. เปิดน้ำค้างท่อทิ้งไว้ 1-3 นาที

น้ำที่ร้อนจนลวกผิวส่วนใหญ่คือ "น้ำค้างท่อ" ที่โดนแดดเผาโดยตรง วิธีแก้เฉพาะหน้าที่ง่ายที่สุดคือการเปิดก๊อกหรือฝักบัวทิ้งไว้ประมาณ 1-3 นาที เพื่อไล่น้ำร้อนจัดเหล่านั้นออกไป เมื่อน้ำระลอกใหม่ที่มาจากท่อใต้ดินหรือจากก้นแท็งก์ไหลเข้ามาแทนที่ อุณหภูมิของน้ำจะค่อยๆ ลดลงจนสามารถอาบได้ (แนะนำให้นำถังมารองน้ำค้างท่อที่ร้อนจัดนี้ไว้ใช้ซักผ้าหรือถูบ้าน เพื่อประหยัดทรัพยากร)

2. เทคนิคก้นครัว รองน้ำใส่ถังแล้วแช่ "ขวดน้ำแข็ง"

นี่คือเทคนิคยอดฮิตในโลกออนไลน์ที่ทำแล้วได้ผลจริง! หากคุณรู้ตัวว่าจะต้องอาบน้ำตอนกลางวัน ให้ตักน้ำประปาใส่ถังพักไว้ในห้องน้ำตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อให้อุณหภูมิห้องช่วยระบายความร้อน แต่ถ้าใจร้อนอยากอาบน้ำเย็นจัดแบบสะใจ ให้ประยุกต์ใช้ "ขวดพลาสติกใส่น้ำแช่แข็ง" (ทำเป็นน้ำแข็งก้อนใหญ่) โยนลงไปในถังน้ำก่อนอาบประมาณ 10 นาที วิธีนี้จะช่วยปรับอุณหภูมิน้ำให้เย็นสดชื่นทันทีโดยไม่ต้องเปลืองไฟติดตั้งระบบทำความเย็น

3. ปรับเวลาเปิด-ปิดวาล์วน้ำเข้าแท็งก์ (ทริกช่างประปา)

สำหรับบ้านที่มีแท็งก์น้ำตั้งตากแดด ช่างประปาแนะนำให้เปลี่ยนพฤติกรรมการกักเก็บน้ำ โดยการ "ปิดวาล์วน้ำเข้าแท็งก์ในช่วงกลางวัน" เพื่อไม่ให้น้ำใหม่ถูกนำมาต้มกลางแดด แล้วค่อยไปเปิดวาล์วรับน้ำเข้าแท็งก์ในช่วงกลางคืนหรือช่วงดึกที่อากาศเย็นลง วิธีนี้จะทำให้น้ำในแท็งก์ของคุณมีอุณหภูมิต่ำลงอย่างเห็นได้ชัดในเช้าวันถัดไป

4. หุ้มฉนวนกันความร้อนให้ท่อประปา

หากต้องการแก้ปัญหาในระยะยาว การปล่อยให้ท่อ PVC โดนแดดเผาตรงๆ จะทำให้ท่อเปราะแตกง่ายและน้ำร้อนจัด แนะนำให้หาซื้อ ฉนวนหุ้มท่อแอร์ (โฟมหุ้มท่อสีดำ) หรือเทปพันท่อชนิดกันรังสียูวี มาสวมทับบริเวณท่อประปาที่เดินลอยอยู่นอกบ้าน วิธีนี้จะช่วยบล็อกความร้อนไม่ให้ส่งผ่านไปยังน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยยืดอายุการใช้งานของท่อประปาอีกด้วย

5. กางเต็นท์หรือสร้างร่มเงาให้แท็งก์น้ำ

แท็งก์น้ำคือหัวใจหลักของระบบน้ำในบ้าน หากแท็งก์โดนแดด น้ำทั้งบ้านก็จะร้อนตาม วิธีแก้ที่ยั่งยืนคือการทำหลังคากันสาด ติดตั้งระแนงไม้เทียมเพื่อพรางแสง หรือแม้แต่วิธีประหยัดงบที่ชาวเน็ตนิยมทำกันคือการซื้อ "เต็นท์ผ้าใบกันแดด" มากางคลุมแท็งก์น้ำเอาไว้ การสร้างร่มเงาจะช่วยตัดวงจรความร้อนสะสมได้อย่างเด็ดขาด

ปัญหาน้ำประปาร้อนช่วงกลางวันเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สร้างความรำคาญใจและอาจแฝงอันตรายต่อสุขภาพ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมง่ายๆ อย่างการรองน้ำทิ้งไว้ การใช้น้ำแข็งช่วยลดอุณหภูมิ ไปจนถึงการหุ้มฉนวนกันความร้อนให้ท่อ จะช่วยให้คุณผ่านพ้นช่วงหน้าร้อนนี้ไปได้อย่างเย็นกายและสบายใจ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อาบน้ำกลางวันระวังช็อก! รวมวิธีแก้ทำแบบนี้เย็นชื่นใจ ฉบับช่างประปา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...