โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สิริพงศ์’ เผย อนุมัติเงินเยียวยาผู้เสียหายเหตุรถไฟชนรถเมล์แล้ว 6 ราย

The Reporters

อัพเดต 26 พ.ค. เวลา 09.35 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. เวลา 09.35 น.

‘สิริพงศ์’ เผยอนุมัติเงินเยียวยาผู้เสียหายเหตุรถไฟชนรถเมล์แล้ว 6 ราย เตรียมดำเนินคดีรถทุกคันที่ทับเส้นรางรถไฟฐานฝืนกฎจราจร ย้ำต้องแก้ปัญหาทันที นำกองทุนเลขสวยแก้ปัญหาจุดตัดทางรางรถไฟ ใช้เทคโนโลยีเพิ่มความปลอดภัย นำร่อง กทม. และปริมณฑล

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงการเยียวยาผู้เสียหายและผู้ได้รับความสูญเสียจากเหตุรถไฟชนรถประจำทางว่าได้อนุมัติเงินเยียวยาแล้ว 6 รายจาก 8 ราย โดยองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (ขสมก.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เยียวยา 2,900,000 บาท และจะมีอีก 300,000 บาทจากกองทุนคุ้มครองสิทธิ์ ซึ่ง ขสมก. และ รฟท. จะขออนุมัติต่อไป อย่างไรก็ตามได้มีการไปเยี่ยมและเยียวยาผู้บาดเจ็บในเบื้องต้นแล้ว ส่วนผู้เคราะห์ร้ายอื่น ๆ จะดำเนินการต่อไป

สำหรับขั้นตอนการดำเนินคดี กรมการขนส่งทางรางจะแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีผู้ขับรถไฟฐานประมาท และได้ดำเนินคดีกับรถที่จอดทับบริเวณรางรถไฟฐานฝ่าฝืนกฎจราจร ซึ่งพนักงานสอบสวนหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการต่อไป

ส่วนประเด็นการถอดบทเรียน กระทรวงคมนาคมไม่เคยพูดถึง เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นควรดำเนินการมานานแล้ว เหตุที่เกิดขึ้นถือเป็นเหตุที่รอการเกิด และปัญหาเหล่านี้ต้องมีการจัดการ หลายจุดที่เป็นทางข้ามระหว่างทางรถไฟและชุมชนมีอุปกรณ์ความปลอดภัยไม่ครบถ้วน ต้องแก้ไขทันที

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมได้พูดคุยกับสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (สทร.) เรียบร้อยแล้ว โดยจะนำงบประมาณจากกองทุนเลขทะเบียนสวยไปจัดการปัญหาจุดตัดทางรถไฟ นำร่องในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลก่อนขยายไปทั่วประเทศ ให้มีอุปกรณ์ความปลอดภัยและสัญญาณแจ้งเตือน ทั้งไฟเตือน เสียงหวูดแจ้งเตือนให้ครบถ้วน และในอนาคตอาจมีไม้กั้นอัตโนมัติ มีระบบการตรวจจับ ลดความผิดพลาดมนุษย์

ส่วนที่สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทยสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะคนบริหารจัดการไม่เพียงพอ ถือเป็นข้อเสนอหนึ่ง เชื่อว่าเทคโนโลยีทดแทนได้ ที่ผ่านมามีการลดคนแต่ไม่ได้นำเทคโนโลยีมาใช้ หรือหากต้องเพิ่มบุคลากรอาจต้องเปลี่ยนรูปแบบการจ้างเพื่อไม่ให้เป็นภาระผูกพันงบประมาณ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...