ประติมากรรม "ปูดำปั้น" ตัวละ 1.38 ล้านพังถล่ม ชาวบ้านวิจารณ์ยับ งบ 120 ล้านถูกทิ้งร้าง
ชาวตรังวิจารณ์หนัก หลังประติมากรรม “ปูดำปั้น” ริมสี่แยกควนปริง งบตัวละ 1.38 ล้านบาท พังถล่มขณะที่โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว 4 มุมเมืองงบเกือบ 120 ล้านบาท กลับถูกปล่อยทิ้งร้าง
วันที่ 15 พ.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ซากประติมากรรม “ปูดำปั้น” ซึ่งใช้งบประมาณก่อสร้างตัวละ 1,380,000 บาท ประกอบด้วยงานโครงสร้างเหล็ก งานปูนปั้น งานแต่งผิว และงานทำสี ที่ถูกปล่อยทิ้งร้างอยู่ริมถนนบริเวณสี่แยกควนปริง ต.ควนปริง อ.เมือง จ.ตรัง ได้เกิดพังถล่มลงมา โดยเคราะห์ดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของผู้สื่อข่าว พบว่า บริเวณก้ามปูทั้งสองข้างซึ่งยื่นออกมาจากลำตัว ได้หักพังและถล่มลงมากองอยู่กับพื้น ในสภาพเสียหายอย่างหนัก ภายในโครงสร้างปรากฏให้เห็นเหล็กกล่องขนาดหน้ากว้างประมาณ 4 นิ้ว ซึ่งมีความหนาเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ถูกใช้เป็นโครงสร้างหลักในการรองรับน้ำหนักก้ามปู ก่อนเกิดการหักพังลงมา
นอกจากนี้ ยังพบว่าบริเวณจุดเชื่อมต่อของเหล็กกล่อง มีการใช้เหล็กข้ออ้อยเชื่อมยึดเข้าด้วยกัน แต่สภาพเกิดการหักและชำรุดเกือบทุกจุด อีกทั้งเหล็กทุกเส้นยังมีสนิมเกาะ และกัดกร่อนอย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน ตะแกรงไวร์เมชที่ใช้เป็นโครงยึดเกาะปูน ก็ถูกสนิมกัดกินจนฉีกขาดออกจากลวดที่ใช้ผูกยึด ส่วนชั้นปูนคอนกรีตที่ฉาบปิดทับโครงสร้าง ซึ่งมีความหนาประมาณ 4 เซนติเมตร ได้แตกร้าวและพังหลุดร่วงลงมากองอยู่บริเวณพื้นด้านล่างจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นถึงสภาพการเสื่อมสภาพของโครงสร้างอย่างหนัก ซึ่งทำให้เหตุการณ์ดังกล่าวมีการถูกพูดถึง และวิพากษ์วิจารณ์กันในโซเชียลมีเดียอย่างล้นหลาม
นอกจากนี้ บริเวณใกล้เคียงกันยังพบประติมากรรม “ต้นโกงกาง” ซึ่งใช้งบประมาณก่อสร้างจำนวน 560,000 บาท แม้ในขณะนี้จะยังไม่พบความเสียหายในด้านโครงสร้าง แต่สภาพโดยรวมเริ่มเสื่อมโทรมและขาดการดูแลรักษาอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้จากข้อมูลพบว่า ประติมากรรมปูดำปั้นและประติมากรรมต้นโกงกาง ทั้ง 2 รายการ ใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้น 1,940,000 บาท รวมถึงพื้นที่ดังกล่าวชาวบ้านได้นำวัวไปล่ามไว้เพื่อให้กินหญ้า
สำหรับโครงการประติมากรรมดังกล่าว เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี60 ในสมัยที่นายศิริพัฒ พัฒกุล ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง โดยได้รับงบประมาณจากกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ภายใต้งบเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ 2560 จำนวน 119,617,272 บาท มีแขวงทางหลวงตรังเป็นเจ้าของโครงการ แบ่งออกเป็น 4 โครงการย่อย ประกอบด้วยโครงการพัฒนาเส้นทาง 3 โครงการ และโครงการพัฒนาเฉพาะพื้นที่ 1 โครงการ โดยจังหวัดตรังเป็นผู้ว่าจ้าง ขณะที่สำนักงานแขวงทางหลวงตรัง และกรมทางหลวง ทำหน้าที่ควบคุมงานก่อสร้าง รวมถึงจัดหาพื้นที่ก่อสร้างในเขตที่ดินของแขวงทางหลวงตรัง
จุดแรกอยู่บริเวณสี่แยกอันดามัน ต.เขากอบ อ.ห้วยยอด จัดทำเป็นจุดพักผ่อนสำหรับนักเดินทาง สะท้อนอัตลักษณ์ของคนภาคใต้และคนตรัง เช่น วัวชน ไก่ชน และเรือหางโทง จุดที่สองอยู่บริเวณใต้สะพานยกระดับ ต.นาตาล่วง อ.เมือง หรือสวนศรีตรัง ส่วนจุดที่สาม อยู่บริเวณสี่แยกควนปริง ต.ควนปริง อ.เมือง จัดสร้างประติมากรรมสะท้อนวิถีชีวิตของชาวตรังในพื้นที่ อ.กันตัง ที่เกี่ยวข้องกับอาชีพประมง ป่าชายเลน และเส้นทางรถไฟ
ขณะที่จุดที่สี่ อยู่บริเวณสี่แยกบ้านควน ต.บ้านควน อ.เมือง เป็นประติมากรรมเกี่ยวกับวิถีชีวิตชนเผ่าซาไก เกาะสุกร วิถีชีวิตคนทับเที่ยง รถตุ๊กตุ๊กหัวกบ และกีฬาจักรยาน โดยแต่ละจุดใช้งบประมาณก่อสร้างเฉลี่ยเกือบ 30 ล้านบาท รวมทั้ง 4 จุดเกือบ 120 ล้านบาท
ทั้งนี้วัตถุประสงค์ในการสร้าง เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวให้สามารถแวะพักผ่อนและถ่ายภาพได้ ซึ่งในขณะนั้นถือเป็นหนึ่งในนโยบายของจังหวัดตรังในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงคมนาคม ที่ต้องการพัฒนาพื้นที่บริเวณจุดตัดทางแยกสำคัญของแต่ละจังหวัดให้มีภูมิทัศน์สวยงาม ใช้เป็นจุดพักสำหรับนักเดินทาง รวมถึงช่วยป้องกันการบุกรุกพื้นที่หลวง และลดปัญหาการติดตั้งป้ายโฆษณาเถื่อนที่บดบังทัศนียภาพของพื้นที่ดังกล่าว
ด้าน นายชัยวุฒิ สวัสดิรักษ์ ประธานชมรมตรังต้านโกง และรองประธานกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดตรัง (ก.ธ.จ.ตรัง) กล่าวว่า โครงการก่อสร้างประติมากรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดอันดามัน ซึ่งดำเนินการเมื่อประมาณปี 2560 ใช้งบประมาณก่อสร้างบริเวณ 4 จุดสำคัญของจังหวัดตรัง โดยใช้งบประมาณเฉลี่ยแห่งละประมาณ 30 ล้านบาท รวมงบประมาณเกือบ 120 ล้านบาท ซึ่งในช่วงเวลานั้นทางชมรมตรังต้านโกงและสื่อมวลชนได้มีการตั้งข้อสังเกตและคัดค้านมาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมองว่างบประมาณในการก่อสร้างค่อนข้างสูงเกินความเหมาะสม
นายชัยวุฒิ กล่าวว่า หากนำงบประมาณดังกล่าวไปใช้เพื่อประโยชน์ด้านอื่น เช่น การช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง สนับสนุนอาหารกลางวันนักเรียน หรือพัฒนาด้านสาธารณสุขและโรงพยาบาลที่ยังขาดแคลนงบประมาณ อาจเกิดประโยชน์ต่อประชาชนได้มากกว่า พร้อมทั้งระบุว่าในช่วงการพิจารณาโครงการ ได้มีการทักท้วงในที่ประชุมระดับจังหวัดมาโดยตลอด แต่ด้วยข้อจำกัดที่ระบุว่างานประติมากรรมเป็นงานฝีมือ ไม่มีราคากลางที่ชัดเจน ทำให้การกำหนดราคาประเมินเป็นไปได้ยาก
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเวลาผ่านไปเพียงประมาณ 9 ปี ยังไม่ถึง 10 ปีเต็ม กลับพบว่าประติมากรรมบางจุดเกิดการชำรุดและพังทลาย ทั้งที่โครงสร้างเป็นงานปูนปั้นเสริมเหล็กภายใน ซึ่งถือว่าเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควรจะเป็น โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาแทบไม่มีการบำรุงรักษาอย่างจริงจังจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ ทั้งการทำความสะอาด ทาสี หรือปรับปรุงสภาพให้ดูสวยงาม ส่งผลให้ประติมากรรมที่ควรเป็นแลนด์มาร์กของเมือง กลับมีสภาพสกปรกและทรุดโทรม
“ที่ผ่านมา ชมรมตรังต้านโกงได้สะท้อนปัญหา คัดค้านและเสนอให้มีการปรับปรุงแก้ไขมาโดยตลอด จนล่าสุดเกิดเหตุประติมากรรมพังถล่มลงมา ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงการใช้งบประมาณที่อาจไม่คุ้มค่า และไม่สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาลเท่าที่ควร” นายชัยวุฒิ กล่าว
พร้อมกันนี้ ยังเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าตรวจสอบ ซ่อมแซม และวางแผนดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประติมากรรมทั้ง 4 จุด ซึ่งใช้งบประมาณรวมเกือบ 120 ล้านบาท มีอายุการใช้งานที่เหมาะสมและเกิดความคุ้มค่าต่อประชาชนและนักท่องเที่ยวมากที่สุด
นายชัยวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงแรกหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ เคยมีประชาชนเดินทางไปถ่ายภาพและเช็กอินตามจุดต่างๆ อยู่บ้าง แต่ได้รับความนิยมเพียงช่วงระยะสั้น ก่อนจะกลายเป็นเพียงสิ่งปลูกสร้างริมทางที่ผู้คนมองเห็นระหว่างจอดรถติดไฟแดงเท่านั้น แทบไม่มีการใช้ประโยชน์ในลักษณะพื้นที่พักผ่อนหรือจุดท่องเที่ยวอย่างแท้จริง อีกทั้งในบางพื้นที่ยังเคยเกิดอุบัติเหตุจากเด็กเข้าไปวิ่งเล่นจนได้รับบาดเจ็บจากโครงสร้างที่ชำรุดมาแล้วด้วย จึงเห็นว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการดูแลรักษามากกว่านี้ เพื่อให้เกิดความคุ้มค่ากับงบประมาณที่ใช้อย่างแท้จริง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ประติมากรรม "ปูดำปั้น" ตัวละ 1.38 ล้านพังถล่ม ชาวบ้านวิจารณ์ยับ งบ 120 ล้านถูกทิ้งร้าง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th