โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

โรงเชือดสุนัขยอมปิดตัวก่อนเทศกาลฉาว เจ้าของเผยเบื่อ ‘งานสกปรก’ เบนเข็มเปิดร้านโจ๊ก

เดลินิวส์

อัพเดต 13 มิถุนายน 2569 เวลา 3.21 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
องค์กรพิทักษ์สัตว์ยื่นมือช่วยเจ้าของโรงเชือดสุนัขโรงใหญ่ในจีนเพื่อเปลี่ยนอาชีพ หลังจากเชือดสุนัขไปแล้วกว่า 15,000 ตัว

วานนี้ (11 มิ.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานการปิดโรงเชือดสุนัขแห่งหนึ่งในเมืองอวี้หลิน เขตปกครองตนเองกวางซีจ้วง ทางตอนใต้ของประเทศจีน อย่างถาวรเพียงไม่กี่วันก่อนที่เทศกาลกินเนื้อสุนัขอวี้หลินจะเริ่มต้นขึ้น โดยเจ้าของเป็นคนตัดสินใจเอง

สำหรับเทศกาลกินเนื้อสุนัขเมืองอวี้หลินเริ่มจัดขึ้นโดยกลุ่มผู้ค้าในท้องถิ่นเมื่อปี 2553 ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนของทุกปี ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมองว่าเป็นเพียงกลยุทธ์ทางการค้าเพื่อกระตุ้นยอดขายมากกว่าจะเป็นประเพณีดั้งเดิม เทศกาลนี้กินเวลาประมาณ 10 วันและถูกประณามอย่างรุนแรงมาโดยตลอดเกี่ยวกับการทารุณกรรมสัตว์ การขโมยสัตว์เลี้ยง การขนส่งที่ผิดกฎหมาย และความเสี่ยงต่อสาธารณสุข โดยคาดว่ามีสุนัขราว 3,000 ตัวต้องถูกฆ่าเพื่อนำเนื้อมาบริโภคในช่วงเทศกาลนี้

รายงานข่าวระบุว่า เมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา โรงเชือดสุนัขของชายซึ่งระบุเพียงชื่อสกุลว่า “หวง” ได้ปิดตัวลงอย่างเป็นทางการภายใต้ข้อตกลงร่วมกับกลุ่มพิทักษ์สัตว์ที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย หลังจากที่โรงเชือดแห่งนี้ปลิดชีพสุนัขไปแล้วมากกว่า 15,000 ตัวนับตั้งแต่เปิดทำการ โดยสถานที่แห่งนี้ถือเป็นแหล่งจัดหาเนื้อสุนัขรายใหญ่ให้แก่ร้านอาหารและตลาดในช่วงเทศกาลอวี้หลิน เฉพาะยอดขายในเดือนมิถุนายนเพียงเดือนเดียวคิดเป็นรายได้สูงถึงร้อยละ 70 ของรายได้ทั้งปีของเขา

ในการปิดโรงงานครั้งนี้ มีสุนัข 9 ตัวที่รอดชีวิตและได้รับการช่วยเหลือ โดยในจำนวนนี้มี 3 ตัวที่ยังคงสวมปลอกคออยู่ สมาคมพิทักษ์สัตว์ Vshine ของจีน ภายใต้การสนับสนุนจากองค์กรการกุศลระหว่างประเทศ Humane World for Animals เป็นผู้นำในการดำเนินการครั้งนี้ ส่วนสุนัขที่ได้รับการช่วยเหลือทั้งหมดถูกส่งตัวไปยังสถานสงเคราะห์สัตว์ในปักกิ่ง เพื่อรับการฉีดวัคซีน ทำหมัน และหาบ้านใหม่ต่อไป

สุนัขที่อาสาสมัครช่วยออกมาจากโรงงานบางตัวยังสวมปลอกคออยู่ด้วยซ้ำ

นายหวงเปิดใจถึงอดีตเกือบสองทศวรรษในวงการค้าเนื้อสุนัขว่า มันเป็น "ธุรกิจที่สกปรก" และในปัจจุบันความต้องการบริโภคที่ลดลงอย่างมากทำให้ธุรกิจนี้ไปต่อได้ยาก การได้ก้าวเดินออกจากวงการนี้เพื่อไปหารายได้ที่มั่นคงกว่าทำให้เขารู้สึกโล่งอก โดยเวางแผนที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการเปิดร้านขายอาหารเช้าจำพวก โจ๊ก ปาท่องโก๋ และหมั่นโถว

"ผมกำลังเฝ้ารอชีวิตที่สงบสุขครับ" นายหวงกล่าว และระบุเสริมว่าผู้ประกอบการรายอื่นๆ ในเมืองก็อาจจะยอมยุติกิจการเช่นกัน หากได้รับความช่วยเหลือในการเปลี่ยนอาชีพแบบนี้ โดยกรณีของนายหวงถือเป็นกรณีแรกในเมืองอวี้หลินที่มีการปิดโรงเชือดผ่านโครงการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต

จูลี แซนเดอร์ ผู้อำนวยการแคมเปญยุติการบริโภคเนื้อสุนัขและแมวของ Humane World for Animals เปิดเผยว่า ความจริงแล้วชาวเมืองอวี้หลินส่วนใหญ่ไม่ได้นิยมกินหรือค้าขายเนื้อสุนัข โดยชี้ว่า "การช่วยให้ผู้ค้าเปลี่ยนผ่านไปสู่อาชีพที่ปลอดภัย ถูกกฎหมาย และยั่งยืน อาจทำให้เมืองอวี้หลินกลายเป็นโมเดลต้นแบบในการยุติการค้าเนื้อสุนัขและแมว”

องค์กร Humane World for Animals คาดการณ์ว่าในแต่ละปีมีสุนัขราว 10 ล้านตัว และแมว 4 ล้านตัวถูกฆ่าเพื่อเอาเนื้อในประเทศจีน ซึ่งจำนวนมากเป็นสัตว์เลี้ยงที่ถูกขโมยมา สุนัขเฝ้ายาม หรือสุนัขจรจัดตามท้องถนน

ปัจจุบัน การบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการค้าเนื้อสุนัขและแมวยังคงเป็นไปได้ยากในประเทศจีน เนื่องจากเครือข่ายตลาดมืดที่ขยายวงกว้างและยังไม่มีการสั่งห้ามอย่างเป็นทางการในระดับประเทศ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี 2563 รัฐบาลได้คัดชื่อสุนัขและแมวออกจากบัญชีรายชื่อสัตว์เศรษฐกิจ/ปศุสัตว์แห่งชาติ และเมืองใหญ่อย่างเซินเจิ้นและจูไห่ก็ออกกฎหมายสั่งห้ามการบริโภคเนื้อสัตว์เหล่านี้ในระดับท้องถิ่นแล้ว

ที่มา : scmp.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES, Humane World for Animals

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...